แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1

สมุนไพรพญารากดำ
พญารากดำ Diospyros variegate Kurz
พญารากดำ (จังหวัดสุโขทัย) น้ำจ้อย (จังหวัดปราจีนบุรี) พลับดำ (จังหวัดกาญจนบุรี) มะเขือดุร้าย อีดำ (กำแพงเพชร).
   ไม้ต้น ขนาดกึ่งกลาง มากถึง 20 มัธยม เปลือกสีดำ แตกเป็นสะเก็ด กิ่งอ่อนหมดจด หรือ แทบเกลี้ยง. ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ รูปหอกกลับ กว้าง 5-11 เซนติเมตร ยาว 15-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ทู่ มน หรือ ป้าน ขอบของใบเป็นคลื่นเล็กน้อย โคนใบแหลมทื่อๆสอบแคบ และก็บางเวลามน เนื้อใบดก แล้วก็สะอาด 2 ด้าน เส้นใบมี 8-12 คู่ คดไปๆมาๆ ด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเห็นแจ่มชัด; ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. เกลี้ยง. ดอก ดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกมักเกิดโรครา ทำให้มองเห็นเป็นกรุ๊ปใหญ่. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ และก็ตามกิ่ง ก้านดอกยาว 2-4 มม. สะอาด กลีบรองกลีบดอกไม้ชิดกันเป็นรูปถ้วย ยาว 3-4 มม. ปลายแยกเป็น 4 แฉก เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนนุ่มทางภายนอก สมุนไพร ขนจะเบาๆหลุดหล่นไปเมื่อแก่ ด้านในหมดจด กลีบดอกเชื่อมชิดกันเป็นรูปแจกันทรงสูง ยาวประมาณ 10-12 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 4 แฉก กลีบดอกไม้และถ้วยดอกยาวเท่าๆกัน หมดจด 2 ด้าน เกสรผู้มี 14-18 อัน สะอาด รังไข่ฝ่อมีขนสาก. ดอกเพศเมีย ออกผู้เดียวๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวประมาณ 5 มม. สะอาด กลีบรองกลีบดอกไม้ครึ่งด้านล่างเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ครึ่งบนแยกเป็น 4 แฉก มีขนสากทั้ง 2 ด้าน กลีบมีลักษณะราวกับดอกเพศผู้ แต่ใหญ่มากยิ่งกว่า เกสรผู้ฝ่อมี 9 อัน หมดจด รังไข่รูปป้อม มีขนแน่น ภายในแบ่งเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มีหลอดเดียว มีขนยาวๆแน่น. ผล กลม ปลายมน มีติ่งแหลมเล็กๆวัวนมน เส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ 1.5 เซนติเมตร (ผลอ่อน) ผิวแข็งมาก มีขนสีน้ำตาลปนแดงทั่วๆไป เมื่อแก่ขึ้นขนจะค่อยๆหลุดร่วงไป; กลีบขั้วผลจะแยกกันประมาณครึ่งเดียวของความยาวทั้งปวง กลีบพับกลับ ขอบกลีบเป็นคลื่นแม้กระนั้นไม่จีบ มีครีบพอเห็นชัด ก้านผลยาวประมาณ 5 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดงดิบแล้ง แล้วก็ป่าผลัดใบผสม เหนือระดับน้ำทะเล 100-700 ม. ทางภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ และอาจมีทางภาคใต้ของไทย.
คุณประโยชน์: ราก น้ำต้มรากรับประทานแก้เหน็บชา โรคทางเท้าปัสสาวะ น้ำเหลืองเสีย แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว เมื่อยล้า ทำให้เจริญอาหาร และแก้ร้อนใน

Tags : สมุนไพร

2

สมุนไพรระงับพิษ
ระงับพิษ Breynia glauca Craib
ชื่อพ้อง B. subterblanca Fischer
บางถิ่นเรียกว่า หยุดพิษ ดับพิษ (จังหวัดเชียงใหม่) จ้าสีเสียด (ลำพูน) ปริก (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์).
ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 7.5 ม. ไม่มีขน กิ่งอ่อนค่อนข้างจะแบน ถัดมาจะกลม. ใบ ลำพัง เรียงสลับกัน รูปไข่แกมรูปหอก โคนใบสอบ ขอบของใบเรียบ; ปลายใบแหลม หรือ มน ปลายสุดเป็นติ่งแข็งเล็กๆกว้าง 1.5-3.0 เซนติเมตร ยาว 2.5-7.0 เซนติเมตร เนื้อใบครึ้มและแข็ง ข้างบนสีน้ำตาลเข้ม ด้านล่างสีขาวนวล เส้นใบเล็กมาก มี 5-6 คู่ เห็นไม่ชัด ก้านใบยาว 2-3 มม. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ และแยกเพศ. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาวประมาณ 4 มม. กลีบรองกลีบเชื่อมชิดกันคล้ายลูกข่าง ยาว 2 มม. เกสรผู้ 3 อัน ก้านเกสรเชื่อมติดกัน. ดอกเพศภรรยา ก้านดอกสั้น กลีบรองกลีบดอกไม้เชื่อมชิดกันเป็นปลอด ยาว 2 มม. เป็น 3 เหลี่ยม ปลายแยกเป็น 6 แฉก ท่อรังไข่ 3 อัน ตั้งตรง แต่ละอันปลายแยกเป็น 2 แฉก. ผล รูปกลม แบน กว้างราวๆ 8 มิลลิเมตร ยาว 5 มม. แก่จัดสีดำ.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่ลุ่มในป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ และที่รกร้างทั่วๆไป.
สรรพคุณ : แก้ไข้ กระแทกพิษ (ในประมวลสรรพคุณยาไทยของสมาคมหมอแผนโบราณ มิได้ระบุว่าใช้ส่วนไหนของพืช).

Tags : สมุนไพร

3

สมุนไพร[/i]ทองหลางฝรั่ง[/b]
ทองหลางฝรั่ง Hura crepitans Linn.
บางถิ่นเรียก ทองหลางฝรั่ง (จังหวัดกรุงเทพ) โพทะเล โพฝรั่ง โพศรี (บุรีรัมย์) โพศรีมหาโพ (กึ่งกลาง).
ไม้พุ่ม หรือ ไม้ใหญ่ สูงได้ถึง 13 มัธยม ใบ ผู้เดียว เรียงแบบบันไดเวียน รูปไข่ กว้าง 5-12 ซม. ยาว 5-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ หรือ จะตื้นๆโคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ มีเส้นกิ้งก้านใบเยอะมากๆ สีอ่อน ข้างบนหมดจด ด้านล่างตามเส้นกลางใบมีขนยาว ก้านใบยาว 4-20 ซม. ปลายใบมีก้านใบมีต่อม 2 ต่อม หูใบ รูปไข่ ยาว 9-15 มิลลิเมตร ดอก แยกเพศแต่ว่าผู้อยู่บนต้นเดียวกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อที่ยอด ก้านช่อยาว 2.5-8 เซนติเมตร ช่อดอกยาว 2.5-6 เซนติเมตร สมุนไพร  มีดอกหลายชิ้น   กลีบรองกลีบ รูปถ้วย ยาว 2-3 มิลลิเมตร ขอบเรียบ หรือ หยักนิดหน่อย เกสรผู้ 11-30 อัน ติดกันเป็นแท่งสีแดง โดยเรียงเป็นวง 2-3 วง. ดอกเพศเมีย ออกคนเดียวๆใกล้กับช่อดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 1.25-1.75 เซนติเมตร ต่อมาจะยาวได้ถึง 6 ซม. กลีบรองกลีบดอกไม้รูปครึ่งวงกลม ล้อมรังไข่ ยาว 4-6 มิลลิเมตร ขอบกลีบเรียบ รังไข่ด้านในมี 11-14 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 1 หน่วย ท่อรังไข่เป็นแท่ง ปลายท่อเป็นรูปใบบัวเล็กๆหรือ รูปกรวย สีม่วงเข้ม มีหยักมนๆ11-14 หยัก กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร ผล กลมแป้น ห้อยลง ปลายแหลมเป็นต้องอย มีสันตามยาว แข็ง เส้นผ่านศูนย์กลาง 8-9 เซนติเมตร ยาว 4-5 ซม. เมล็ด แบน.

นิเวศน์วิทยา
: มีบ้านเกิดเมืองนอนในอเมริกา ปลูกเป็นไม้ประดับ.
คุณประโยชน์ : ใบ น้ำสุกใบรับประทานแก้ปวดเรื้อรัง เม็ด ใช้เป็นยาถ่ายและก็ทำให้อาเจียน

Tags : สมุนไพร

4

สมุนไพรหญ้าไม้กวาด
ต้นหญ้าไม้กวาด Thysanolaena maxima (Roxb.) Kuntze
บางถิ่นเรียก ต้นหญ้าไม้กวาด ต้นหญ้ายูง (จังหวัดยะลา) โคนโลภก๋ง (ภาคเหนือ) เค้ยหลา (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เลาแล้ง (จังหวัดสุโขทัย) ต้นหญ้ากาบ ไผ่ใหญ่ (เลย)
[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/i][/b][/url] ไม้ล้มลุก จำพวกต้นหญ้า อายุยาวนานหลายปี สูงราว 4 ม. ต้นกลม ใบ ออกจะกว้าง กว้าง 4-7 ซม. ยาว 30-55 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบบ้าน ขอบของใบจักละเอียด เนื้อใบค่อนข้างครึ้ม กาบใบสะอาด นอกจากตามขอบตอนบนมีขนสั้น กาบใบกลมตอนปลายเป็นก้านสั้นๆซึ่งมีสีแดงเข้ม ลิ้นใบที่ระหว่างรอยต่อข้างในของกาบใบแล้วก็แผ่นใบเป็นเยื่อบางๆยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร ปลายตัด ดอก ออกเป็นช่อกระจัดกระจาย มีขนาดใหญ่ ปลายช่อโค้งลง ยาวโดยประมาณ 50 เซนติเมตร ช่อดอกย่อย (spikelet) มีก้าน มักอยู่เป็นคู่ กาบช่อย่อย (glume) 2 อันคล้ายคลึงกัน รูปไข่ อันบนยาวแล้วก็บางมากกว่าอันข้างล่าง แต่ละช่อย่อยมีดอกย่อย 2 ดอก พบน้อยที่มี 3 ดอก ดอกล่างเป็นดอกไม่มีเพศ มีแม้กระนั้นกาบด้านล่างรวมทั้งมีขนใกล้ๆขอบ ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กาบข้างล่าง (lemma) มีสันตามทางยาว 3 สัน ขอบอีกทั้ง 2 ด้าน บางใส และก็มีขนค่อนข้างแข็ง กาบบน (palea) มีเส้นสันตามยาว 2 เส้น เนื้อบางใส เกสรเพศผู้มี 2 อัน เกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 2 แฉก เป็นขุย ผล รูปไข่ ยาวประมาณ 0.6 มม. สีน้ำตาลปนแดง

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามเชิงเขา หรือ บนเขาสูง 300-3,000 ม.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกใช้อมล้างคอเมื่อมีไข้ ดอก ช่อดอกใช้ทำไม้กวาด

Tags : สมุนไพร

5

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/u]มะละกอฝรั่ง[/url][/b]
มะละกอฝรั่ง Jatropha multifida Linn.
บางถิ่นเรียก มะละกอฝรั่ง ฝิ่นต้น (กรุงเทพฯ) มะหุ่งแดง (เหนือ).
ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 6  ม.ไม่มีขน.ใบ ผู้เดียว เรียงแบบบันไดเวียน ขอบของใบเว้าลึกเป็นแฉกแบบนิ้วมือ 9-11 แฉก แต่ละแฉกกว้าง 12-25 มิลลิเมตร ยาว 10-15 ซม. ปลายเรียวแหลม ขอบเรียบ หรือ หยักแบบขนนก ข้างล่างสีขาวนวล ก้านใบยาว 7.5-15 เซนติเมตร โคนก้านใบมีหูใบซึ่งแตกแขนงเป็นเส้นๆ. ดอก แดงออกเป็นช่อที่ยอด ก้านช่อยาว 6-10 ซม. ดอกเพศผู้ แล้วก็ สมุนไพร ดอกเพศภรรยาอยู่บนต้นเดียวกัน. ดอกเพศผู้ มีกลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่ปลายมน กลีบดอก 5 กลีบ รูปช้อน สะอาด ยาว 4-5 มม. ไม่ชิดกัน เกสรผู้ 8 อัน. ดอกเพศภรรยา กลีบรองกลีบ และก็กลีบ มีลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่หมดจด ข้างในแบ่งเป็น 3 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 1 หน่วย. ผล รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 3 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามเขตร้อนทั่วๆไป ปลูกกันบ้างเป็นไม้ประดับ.
สรรพคุณ : ราก มีลักษณะคล้ายรากมันสำปะหลัง เผาไฟแล้วกินได้ ต้น ยางต้นใช้ทาแผลอักเสบเรื้อรัง ใบ น้ำต้มใบรับประทานเป็นยาถ่าย แล้วก็สระผมแก้เหา เมล็ด มีน้ำมันโดยประมาณ 30% กินเป็นยาถ่ายอย่างแรง และก็ทำให้คลื่นไส้ แต่ว่าทำให้เป็นอันตรายมากมาย ถึงกับขนาดใช้เป็นยาเบื่อได้ จึงไม่นิยมใช้กัน หีบเอาน้ำมันได้ ใช้ทั้งยังภายในรวมทั้งภายนอก เป็นยาทำให้แท้งลูก

Tags : สมุนไพร

6

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรเต้าหลวง[/url][/size][/b]
เต้าหลวง Macaranga gigantean Muell. Arg.
ชื่อพ้อง M. megatophylla Muell. Arg.
บางถิ่นเรียก เต้าหลวง (จังหวัดกำแพงเพชร) ทะ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) มะหัง (จังหวัดปัตตานี) หูช้าง (จันทบุรี).
ไม้ต้น สูงได้ถึง 20 ม. ลำต้นใหญ่ ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาล แผลใบกลม หูใบใหญ่มาก ยาวได้ถึง 5 เซนติเมตร ใบ โดดเดี่ยว เรียงแบบบันไดเวียน รูปไข่ป้อม หรือ ค่อนข้างกลม มี 3 แฉก กว้าง และยาว 25-75 เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือ มน ขอบของใบเรียบ หรือ หยักตื้น แล้วก็ห่าง โคนใบกลม เส้นใบมีลักษณะเหมือนใยแมงมุม เห็นได้ชัดทางข้างล่าง ด้านบนมีขนรูปดาวเรี่ยราย ข้างล่างมีขนหนาแน่น ก้านใบติดแบบใบบัวยาว 15-50 ซม. มีขน.สมุนไพร  ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ และก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ เป็นช่อแบบกระจาย ยาว 20-37 ซม. ดอกเล็ก ติดเป็นกลุ่มๆกลีบรองกลีบดอกไม้ 3-4 กลีบ เกสรผู้ 1 อัน สั้น. ดอกเพศภรรยา เป็นช่อยาว 12-20 ซม. สีออกฟ้า ติดผู้เดียวๆมีกลีบรองกลีบ 4 กลีบ ไม่มีกลีบ รังไข่มี 2 ช่อง ท่อรังไข่สั้น. ผล มี 2 พู กว้างราวๆ 8 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ผิวมีต่อมทั่วๆไป แก่จะแตกเป็น 2 ส่วน ด้านในมี 2 ช่อง มีเมล็ดช่องละ 1 เมล็ด.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามชายป่าดิบ ป่าโปร่ง และก็ดังที่ลุ่ม.
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มราก รับประทานแก้อาการท้องร่วง

7

สมุนไพรเม็ก
เม็ก Macaranga tanarius (Linn.) Muell. Arg.
ชื่อพ้อง M. tomentosa Bl.
บางถิ่นเรียก เม็ก (ใต้) กะลอ บาเละมี สะลอ (มลายู-ยะลา) ต้องดำ (จังหวัดปัตตานี) ป้าง หูช้าง (เมืองจันท์) รังขาว (จังหวัดสงขลา) ล่อ ล่อขาว (นครศรีธรรมราช) ล้อหูฉีด (จังหวัดพังงา).
ไม้ใหญ่ ขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 6 มัธยม กิ่งใหญ่ สีนวล ตามยอดอ่อน และใบอ่อนมีขนนุ่ม. ใบ ลำพัง เรียงแบบบันไดเวียน รูปไข่ออกจะกลม กว้าง 5-28 ซม. ยาว 8-32 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลมเป็นหางยาว ขอบใบค่อนข้างจะเรียบ หรือ หยักตื้นๆโคนใบกลม หรือ เว้าเป็นรูปหัวใจ เนื้อใบบาง ด้านบนสะอาด หรือ มีขนบางส่วน ข้างล่างมีขนนุ่ม ก้านใบติดแบบใบบัว ยาว 10-27 ซม. สีขาวนวล สะอาด หรือ มีขน หูใบรูปไข่ป้อมแกมขอบขนาน ปลายแหลม ยาวราว 12 มิลลิเมตร มีขนเล็กน้อย.สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ช่อยาว 10-30 ซม. แตกกิ่งมากมาย ดอกมีใบประดับประดารองรับ ใบประดับรูปไข่ป้อม ยาว 5-10 มม. ขอบหยักเป็นแฉกเล็กๆแหลมๆกลีบรองกลีบดอกไม้มี 3-4 กลีบ หมดจด เกสรผู้ 5-6 อัน. ดอกเพศภรรยา ช่อยาว 6-12 เซนติเมตร ไม่ค่อยแตกแขนง รังไข่มีขน ภายในมี 2 ช่อง ท่อรังไข่ใหญ่. ผล กลม แฝด เส้นผ่านศูนย์กลาง 7-12 มิลลิเมตร มีนอนูน 2-3 นอ มีเม็ดสีเหลืองๆเหนียวๆปกคลุม. เมล็ด กลม ผิวหยาบคาย.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบ เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 150 ม.
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มราก กินเป็นยาลดไข้ แก้ไอเป็นเลือด รับประทานผงรากเพื่อช่วยให้อาเจียน สำหรับคนจับไข้ ต้น น้ำสุกเปลือกต้น รับประทานแก้บิด ใช้เข้าเครื่องยาสำหรับสตรีรับประทานเพื่อช่วยสำหรับการคลอดบุตร ใบ ตำพอกแก้รอยแผลอักเสบ สารสกัดใบมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะต่อเชื้อ Staphylococcus

8
อื่นๆ / สมุนไพรสอยดาว สรรพคุณ-ประโยชน์
« เมื่อ: มกราคม 25, 2018, 05:58:38 PM »

สมุนไพรสอยดาว
สอยดาว Mallotus paniculatus (Lam.) Muell. Arg.
ชื่อพ้อง M. cochinchinensis Lour.
บางถิ่นเรียกว่า สอยดาว สลัดป้าง (จันทบุรี จังหวัดตราด) สตีตัน (เลย) แสด (ใต้).
ไม้พุ่ม หรือ  ไม้ใหญ่ สูงได้ถึง 20 ม. ยอดอ่อนมีขนสีขาว น้ำตาลอ่อน หรือ น้ำตาล. ใบ เดี่ยว เรียงแบบบันไดเวียนห่างๆรูปไข่ รูปไข่ปนข้าวหลามตัด หรือ สามเหลี่ยม กว้าง 3-22 ซม. ยาว 5-24 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลมเป็นหางยาว ครั้งคราวเป็นแฉกแหลม 3 แฉก ขอบใบเรียบ หรือ หยักเป็นคลื่นห่างๆโคนใบกลม สอบมนๆโคนสุดมีต่อมใหญ่ 1 คู่ อยู่ข้างบน ด้านล่างมีขนรูปดาวสั้นๆหนาแน่น เส้นกิ่งก้านสาขาใบมี 5-8 คู่ เส้นใบย่อยเรียงเป็นขั้นบันได ตามเส้นใบ และก็ก้านใบ มีขนสีน้ำตาลอ่อน ก้านใบยาว 3-18 ซม. ดอก ออกเป็นช่อที่ยอด รวมทั้งตามง่ามใบ ยาว 7-35 เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีทั้งยังดอกเพศผู้ ดอกเพศภรรยา และก็ดอกบริบูรณ์เพศ. ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 1.5-2.5 มิลลิเมตร [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกกลม เล็ก มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 มิลลิเมตร กลีบ รูปไข่ 3-4 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน ยาว 2.5-2.7 มิลลิเมตร เกสรผู้มี 50-60 อัน. ดอกเพศเมีย ก้านดอกยาว 0.5-1 มม. กลีบติดกันคล้ายรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ยาว 2.5-2.7 มิลลิเมตร รังไข่มี 3 ช่อง ปลายท่อรังไข่เป็นรูปยาว 2-3 มิลลิเมตร ผล มี 3 พู กว้างราว 7.5 มม. ยาวประมาณ 4.5 มิลลิเมตร มีขนยาว นุ่มปกคลุม. เม็ด รูปไข่ค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตร สีดำ.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบ หรือ ป่าผลัดใบ.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกราก กินเป็นยาบำรุง ข้างหลังการคลอดลูก ตำเป็นยาพอกรวมกับสมุนไพรอื่นๆพอกศีรษะแก้ปวด ต้น น้ำสุกต้น ใช้เป็นยาล้างแผล

9

สมุนไพรละหุ่ง
ละหุ่ง Ricinus communis Linn.
บางถิ่นเรียกว่า ละหุ่ง มะละหุ่ง (ทั่วๆไป) คิตำหนิ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่งสอน) คีเต๊าะ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกำแพงเพชร) ปีมั้ว (จีน) มะโห่ง มะโห่งหิน (เหนือ) ละหุ่งแดง (กลาง).
ไม้พุ่ม หรือ ต้นไม้ ขนาดเล็ก สูงได้ถึง 6 ม.ยอดอ่อน และก็ช่อดอกเป็นนวลขาว. ใบ คนเดียว เรียงสลับกัน กว้าง และก็ยาว 15-60 ซม. มีแฉกเป็นแบบนิ้วมือ 5-12 แฉก ปลายแฉกแหลม ขอบหยักแบบฟันเลื่อน ที่ปลายแหลมของแต่ละหยักมีต่อม เนื้อใบค่อนข้างบาง ไม่มีขน สีเขียว หรือ เขียวแกมแดง ก้านใบยาว 10-30 เซนติเมตร มีต่อมที่ปลายก้าน.  [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร [/url]ดอก ออกเป็นช่อที่ยอด หรือ ตามปลายกิ่ง ตั้งตรง สีเขียว หรือ ม่วงแดง มีทั้งยังดอกเพศผู้ และก็ดอกเพศเมียอยู่บนช่อเดียวกัน. ดอกเพศผู้ อยู่ตอนบน กลีบรองกลีบดอกไม้บาง แยกเป็น 3-5 แฉก เกสรผู้ไม่น้อยเลยทีเดียว ก้านเกสรติดกันเป็นกระจุก หรือ แยกเป็นกลุ่มๆอับเรณูรูปออกจะกลม. ดอกเพศภรรยา อยู่ข้างล่างของช่อดอก ก้านดอกยาวกว่าดอกเพศผู้ กลีบรองกลีบเชื่อมติดกันคล้ายกาบ ปลายมี 5 หยัก หลุดหล่นง่าย รังไข่มี 3 อัน แต่ละอันด้านในมี 3 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 1 หน่วย. ผล รูปไข่, เป็นชนิดแก่แล้วแห้ง สีเขียว หรือ เขียวแกมม่วง ยาว 1-1.5 เซนติเมตร มีหนามอ่อนๆหุ้ม. เม็ด เป็นพิษ มีน้ำมัน.

นิเวศน์วิทยา
: ถิ่นเดิมอยู่ในแอฟริกาเขตร้อน ปลูกกันทั่วๆไป
สรรพคุณ : ราก ตำเป็นยาพอกเหงือกแก้ปวดฟัน น้ำสุกรากกินเป็นยาระบาย ใบ ใบสดมีฤทธิ์ฆ่าแมลงบางชนิดได้ น้ำสุกใบกินเป็นยาระบาย แก้ปวดท้อง ขับนม แล้วก็ขับรอบเดือน ใบเผาไฟใช้พอกแก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ปวดศีรษะ รวมทั้งแผลเรื้อรัง ตำเป็นยาพอกฝี พอกศีรษะ แก้ปวด แก้บวมอักเสบ ตำผสมกับ Bland oil ที่อุ่นให้ร้อนใช้พอก หรือ ทาแก้ปวดตามข้อ รวมทั้งทาท้องเด็กแก้ท้องอืด เมล็ด มีพิษมาก ถ้าหากกินเมล็ดดิบๆเพียงแต่ 4-5 เม็ด ก็อาจจะเป็นผลให้ตายได้ เมื่อจะจำมาใช้ทางยา ให้ตีเอาเปลือกออก แยกจุดงอดออกมาจากเมล็ด ต้มกับนมครึ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงต้มกับน้ำเพื่อทำลายพิษ รับประทานแก้ปวดตามข้อ แก้ปวดหลัง เมื่อย เป็นยาถ่าย ตำเป็นยาพอกแผล แก้ปวดตามข้อ หีบเอาน้ำมันได้น้ำมันละหุ่ง ซึ่งจำนวนมากใช้ในทางอุตสาหกรรม

10

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรขันทอง[/url][/size][/b]
ขันทองเคียดแค้น Suregada multiflorum (A. Juss.) Baill.
ชื่อพ้อง Gelonium multiflorum A. Juss.
บางถิ่นเรียกว่า ขันทองเคียดแค้น มะดู หมากดูก (กึ่งกลาง) กระดูก คุณยายปลวก (ใต้) ขนุนแดง (เพชรบูรณ์) ขอบนางนั่ง(จังหวัดตรัง) ขัณฑสกร ช้องรำพัน สลอดน้ำ (เมืองจันท์) ขันทอง (จังหวัดพิจิตร) ข้าวตาก (จังหวัดกาญจนบุรี) นกขุนทอง คุณทอง (ประจวบคีรีขันธ์) โจ่ง (ส่วย-จังหวัดสุรินทร์) มองกไทร มองกไม้ เหมือดโรค (เลย) ดูกหิน (จังหวัดสระบุรี) มองกไหล(นครราชสีมา) ทุเรียนป่า ไฟ (จังหวัดลำปาง) ป่าช้าหมอง ยางปลอก ฮ่อสะพานควาย (แพร่) มะมองกดง (ปราจีนบุรี) มะมองกเลื่อม (เหนือ) มองปอ (กะเหรี่ยง-แพร่).
ไม้พุ่ม หรือ ไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 4-15 ม. เปลือกค่อนข้างหมดจด. ใบ โดดเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 3-6 เซนติเมตร ยาว 9-14 เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือ มน ขอบใบเรียบ หรือ เป็นคลื่นเล็กน้อย โคนใบแหลมเป็นครีบ เส้นกิ่งก้านสาขาใบมี 5-9 คู่ ใบหมดจดทั้งคู่ด้าน มีต่อมน้ำมันกระจัดกระจายทั่วใบ ก้านใบสั้น โดยประมาณ 3-8 มิลลิเมตร หูใบยาวโดยประมาณ 2 มม. หลุดตกง่าย. ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตรงกันข้ามกับใบ ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน ไม่มีกลีบดอกไม้. ดอกเพศผู้ ก้านช่อดอกยาว 10-15 มม. แต่ละช่อมีดอก 5-10 ดอก สมุนไพร ก้านดอกยาวราวๆ 5 มม. มีขนละเอียด ดอกตูมรูปกลม มีขน มีกลีบรองกลีบดอกกลมๆ5 กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 2.5 มิลลิเมตร ขอบกลีบและก็ภายนอกมีขน เกสรผู้มี 35-50 อัน ติดอยู่บนฐานดอกนูนๆแล้วก็มีต่อม. ดอกเพศภรรยา มีกลีบรองกลีบดอก 5-6 กลีบ ลักษณะราวกับดอกเพศผู้, รังไข่มี 3 ช่อง ท่อรังไข่สั้น, ปลายแยกเป็น 2 แฉก. ผล กลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณ 2 ซม. มีเนื้อ ผลอ่อนสีเขียว สุกสีเหลือง. เมล็ด ค่อนข้างกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-8 มม., เปลือกมีรอยบุ๋มใหญ่แต่ว่าตื้นๆ.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ หรือ ป่าผลัดใบ เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 600 ม. พบในทุกภาคของประเทศ.
คุณประโยชน์ : ต้น เปลือก ทำให้ฟันทน และเป็นยาถ่าย, แก้โรคตับพิการ แก้ประป่า แก้พิษในกระดูก โรคผิวหนัง ฆ่าพยาธิ แก้โรคเรื้อน มะเร็ง คุดทะราด กลากแล้วก็โรคเกลื้อน แก่นไม้มีรสเมาเบื่อ แก้ลมพิษ แก้ไข้ และแก้กามโรค

Tags : สมุนไพร

11

สมุนไพรตะขบควาย
ตะขบควาย Flacourtia jangomas (Lour.) Raeusch.
บางถิ่นเรียก ตะขบควาย (ภาคกึ่งกลาง) กือปะทุ (มลายู-จังหวัดปัตตานี) ครบ (ปัตตานี) มะเกว๋นควาย(ภาคเหนือ)
  ต้นไม้ ขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 5-10(-14) ม. ต้นอ่อนมีหนาม เมื่อแก่เกลี้ยง เปลือกสีน้ำตาลอ่อนถึงสีทองแดง หรือ สีเหลืองอมชมพู ล่อนออกเป็นแผ่นบางๆตามกิ่งอ่อนมีจุดสีขาวๆจำนวนหลายชิ้นเป็นช่องสำหรับเพื่อระบายอากาศ ใบ ผู้เดียว ออกเวียนสลับ รูปไข่ค่อนข้างแคบ ถึงรูปไข่ปนขอบขนาน กว้าง 3-4 ซม. ยาว 7-10 ซม. ปลายใบเรียวยาว ที่ปลายสุดทื่อ โคนใบกลม หรือ แหลม ขอบใบจะตื้นๆเนื้อใบออกจะบาง ใบอ่อนออกสีชมพู หรือ สีน้ำตาลอ่อน ข้างล่างสีอ่อนกว่า เกลี้ยง ด้านบนวาว ก้านใบยาว 6-8 มิลลิเมตร มีขน หรือ ขนบางครั้งอาจจะหลุดตกไปเมื่อแก่ ดอก มีกลิ่นหอมยวนใจคล้ายน้ำผึ้ง ออกเป็นช่อตามง่ามใบ สมุนไพส แต่ละช่อมีดอกจำนวนน้อย เป็นดอกแยกเพศ  ดอกเพศผู้ ช่อยาว 1.5-3 เซนติเมตร ก้านดอกเล็ก ยาว 0.5-1 เซนติเมตร กลีบดอกไม้ 4(-5) กลีบ รูปไข่ ปลายมน ยาวประมาณ 7 มม. สีออกเขียว มีขนทั้งสองด้าน ขอบกลีบมีขนหนาแน่น ฐานดอกมีเนื้อ ขอบเรียบหรือจักน้อย สีขาว หรือ เหลือง เกสรเพศผู้มีจำนวนไม่ใช่น้อย หากเกสรหมดจด ดอกเพศภรรยา ช่อยาว 1-1.5 เซนติเมตร กลีบเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่รูปคนโฑ ด้านในมี 4-6 ช่อง มีไข่ช่องละ 2 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียมีเท่ากับปริมาณช่อง แต่ละก้านปลายแยกเป็นสองแฉกและก็ม้วน ผล ค่อนข้ากลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.5 ซม. มีก้านเกสรเพศเมียติดอยู่กับปลายผล สีแดงอมน้ำตาลอ่อน หรือ ม่วง เมื่อแก่เป็นสีดำ เนื้อสีเหลืองอมเขียว มีเม็ด 4-5 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: คาดคะเนว่ามีบ้านเกิดเมืองนอนจากประเทศอินเดีย มีปลูกตามสวนทั่วๆไป
สรรพคุณ : ราก เปลือกรากตำพอกแผล แล้วก็ผิวหนังอักเสบ ต้น น้ำสุกเปลือกรับประทานเป็นยาแก้อาการเปลี่ยนไปจากปกติของท่อน้ำดี บำรุงธาตุ และก็บำรุงร่างกาย ใบ น้ำต้มใบเป็นยาฝาดสมานแก้ท้องเสีย ขับเหงื่อ ขับประจำเดือนและให้สตรีกินข้างหลังการคลอดบุตร นอกจากนั้นให้สีเขียวขี้ม้า ใช้ย้อมผ้าไหมได้ดี ผล รับประทานแก้อาการไม่ดีเหมือนปกติของท่อน้ำดี แม้กระนั้นถ้าเกิดรับประทานมากมายๆอาจก่อให้แท้งลูกได้เหมือนกันกับน้ำต้มใบ

Tags : สมุนไพร

12

สมุนไพรขานาง
ขานาง Homalium tomentosum (Vent.) Benth.
บางถิ่นเรียกว่า ขานาง (ภาคกึ่งกลาง เชียงใหม่ จันทบุรี) ขางนาง ขานาง (ภาคกลาง) ค่านาง วัวด (ระยอง) ช้างเผือกหลวง (จังหวัดเชียงใหม่) แซพลู้ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี) ปะหง่าง (จังหวัดราชบุรี) เปลือย (จังหวัดกาญจนบุรี) ยุ่ยคะนาง เปื๋อยนาง (อุตรดิตถ์) เปื๋อยค่างไห้ (ลำปาง) ลิงง้อ (จังหวัดโคราช) แลนไฮ้ (ลาว-แม่ใส่)
    ต้นไม้ ขนาดกลางถึงขั้นใหญ่ ผลัดใบ 15-30 มัธยม ลำต้นกลมตรง เปลือกลางเรียบ สีขาวหรือสีเทาอ่อน ที่โคนต้นมีพูพอน ใบ ลำพัง ออกเวียนสลับกับตอนปลายๆกิ่ง รูปไข่กลับ ถึงรูปไข่กลับปนขอบขนาน กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบกลมมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนสอบแคบ โคนสุดมน ขอบใบจักมนตื้นและก็ห่างๆข้างล่างมีขนสากหนาแน่น เส้นใบมีราว 12 คู่ เกือบขนานกัน ก้านใบอ้วนสั้น ยาว 1-3 เซนติเมตร ดอก เล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ช่อดอกยาว 10-35 เซนติเมตร ห้อยลง ไม่มีก้านดอก ติดเป็นกลุ่มๆเวียนกันบนแกนดอกกระจุกละ 2-3 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นรูปกรวย มีขน ปลายแยกเป็น 5-6 แฉก กลีบดอกไม้ติดอยู่ในท่อกลีบเลี้ยง กลีบดอกไม้แต่ละกลีบจะมีเกสรเพศผู้ติดอยู่ ก้านเกสรยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร รังไข่มี 1 ช่อง ฝาผนังรังไข่ใกล้กับฝาผนังภายในของท่อกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2-3 อัน แยกจากกัน หรือ ติดกันเพียงนิดหน่อยที่โคนก้าน ผล เล็ก ยาวราวๆ 3 มิลลิเมตร เป็นประเภทผลแห้งแก่ไม่แตก ข้างในมีเพียง 1 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วๆไป ความสูง 50-300 ม.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มรากเป็นยาฝาดสมาน

13

สมุนไพรหวายลิง
หวายลิง Flagellaria indica L.
บางถิ่นเรียก หวายลิง หวายเย็บจาก (ภาคใต้) หวายลี (สงขลา)
ไม้เถา ต้นยาวได้ถึง 20 ม. เกลี้ยง โคนต้นเนื้อแข็ง เหนือขึ้นไปเนื้ออ่อน มีเส้นผ่านศูนย์กลางต้น 2-8 มิลลิเมตร ใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับ รูปใบหอก กว้าง 0.5-6.5 ซม. ยาว 3-50 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ปลายสุดม้วนเป็นมือพัน ยาวตั้งแต่ 3-13 ซม. กาบใบยาว 1-7 เซนติเมตร มีสันตามทางยาว มีติ่งหู 2 ติ่งอยู่ที่ปลาย ก้านใบสั้น หรือ ไม่มี ดอก ออกเป็นช่อกระจัดกระจาย ที่ยอดมักประกอบด้วยกิ่ง 2 กิ่ง ยาว 2-30 ซม. ดอกย่อยไม่มีก้านดอก ออกโดดเดี่ยวๆหรือ ติดเป็นกระจุก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] มีใบแต่งแต้มที่มีลักษณะเป็นเกล็ดล้อมอยู่ กลีบดอกไม้มี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น สีขาวแกมสีเนื้อ ยาวราวๆ 2 มม. กลีบดอกชั้นนอกยาวกว่ากลีบดอกชั้นในนิดหน่อย เกสรเพศผู้มี 6 อัน ยาวกว่ากลีบดอก 2 เท่า อับเรณูสีเหลือง ก้านเกสรไม่ชิดกัน รังไข่แคบ ข้างในมี 3 ช่อง มีไข่ช่องละ 1 เมล็ด ก้านเกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 3 แฉก โผล่พ้นกลีบดอกไม้ ผล เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มม. ภายในมี 1 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ส่วนมากขึ้นตามที่ราบลุ่ม สูงขึ้นมากยิ่งกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 มัธยม รวมทั้งตามป่าชายเลน ตามชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ภาคกลางลงไปจนถึงภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น น้ำต้มต้นและก็เหง้า รับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ ใบ ใบอ่อนใช้สระผม น้ำต้มใบและก็ดอกรับประทานเป็นยาขับฉี่ ขับนิ่ว รวมทั้งแก้ทางเท้าปัสสาวะอักเสบ เม็ดพิษ

14

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรหวายลิง[/url][/size][/b]
หวายลิง Flagellaria indica L.
บางถิ่นเรียก หวายลิง หวายเย็บจาก (ภาคใต้) หวายลี (สงขลา)
ไม้เถา ต้นยาวได้ถึง 20 ม. สะอาด โคนต้นเนื้อแข็ง เหนือขึ้นไปเนื้ออ่อน มีเส้นผ่าศูนย์กลางต้น 2-8 มิลลิเมตร ใบ ผู้เดียว ออกเวียนสลับ รูปใบหอก กว้าง 0.5-6.5 ซม. ยาว 3-50 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ปลายสุดม้วนเป็นมือพัน ยาวตั้งแต่ 3-13 ซม. กาบใบยาว 1-7 เซนติเมตร มีสันตามยาว มีติ่งหู 2 ติ่งอยู่ที่ปลาย ก้านใบสั้น หรือ ไม่มี ดอก ออกเป็นช่อกระจัดกระจาย ที่ยอดมักมีกิ่ง 2 กิ่ง ยาว 2-30 เซนติเมตร ดอกย่อยไม่มีก้านดอก ออกโดดเดี่ยวๆหรือ ติดเป็นกลุ่ม สมุนไพร มีใบประดับประดาที่มีลักษณะเป็นเกล็ดล้อมอยู่ กลีบดอกมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น สีขาวปนสีเนื้อ ยาวราวๆ 2 มม. กลีบดอกชั้นนอกยาวกว่ากลีบดอกชั้นในเล็กน้อย เกสรเพศผู้มี 6 อัน ยาวกว่ากลีบ 2 เท่า อับเรณูสีเหลือง ก้านเกสรไม่ติดกัน รังไข่แคบ ข้างในมี 3 ช่อง มีไข่ช่องละ 1 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 3 แฉก โผล่พ้นกลีบ ผล เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มม. ภายในมี 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: โดยมากขึ้นจากที่ราบลุ่ม สูงยิ่งกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 ม. แล้วก็ตามป่าชายเลน ตามชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ภาคกลางลงไปจนถึงภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น น้ำต้มต้นรวมทั้งเหง้า รับประทานเป็นยาขับฉี่ ใบ ใบอ่อนใช้สระผม น้ำสุกใบแล้วก็ดอกกินเป็นยาขับปัสสาวะ ขับนิ่ว และแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เม็ดพิษ

Tags : สมุนไพร

15

สมุนไพรเมื่อย
เมื่อย Gnetum montanum Markgraf
บางถิ่นเรียกว่า เมื่อย (ตราด) ม่วย (จังหวัดเชียงราย จังหวัดอุบลราชธานี) มะม่วย (เชียงใหม่) แฮนม่วย (เลย)
ไม้เถา เนื้อแข็ง กิ่งเป็นข้อต่อกันรวมทั้งตามข้อจะบวมพอง ใบ โดดเดี่ยว เรียงเป็นคู่สลับตั้งฉาก ใบรูปขอบขนานปนรูปไข่ มีขนาดแตกต่างกันมาก แม้กระนั้นกว้างไม่เกิน 12 ซม. ยาวไม่เกิน 20 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบกลม มน หรือ แหลม ขอบของใบเรียบ เนื้อเรือใบแข็งดก หรือ ค่อนข้างดก เมื่อแห้งสีออกดำ เส้นใบโค้ง ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอดและตามลำต้น สมุนไพร ช่อดอกแตกกิ่งก้านสาขามา แยกเป็นช่อดอกเพศผู้และเพศภรรยา ดอกเรียงเป็นชั้นๆรอบแกนกลาง ช่อดอกเพศผู้ กว้างประมาณ 0.4 ซม. ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร แต่ละชั้นมีประมาณ 20 ดอก ช่อดอกเพศภรรยา แต่ละชั้นมี 5-7 ดอก ผล รูปรี กว้างโดยประมาณ 1 ซม. ยาว 1.5 เซนติเมตร เมื่อสุกสีแดง ก้านผลอ้วน ยาวราว 0.2 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในชั้นสูงจากน้ำทะเล 50-1,800 มัธยม เจอในทุกภาคของประเทศ เว้นเสียแต่ภาคกึ่งกลาง
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกรากกินแก้พิษบางจำพวก แล้วก็แก้ไข้มาลาเรีย

Tags : สมุนไพร

หน้า: [1] 2 3 ... 8