แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

รากสามสิบ
รากสามสิบ สรรพคุณ ว่านสามสิบ หนังสือเรียนยาท้องถิ่น ใช้ อีกทั้งต้นหรือราก ต้มน้ำ แก้แท้งลูก แล้วก็โรคคอพอก ราก มีรสเฝื่อนฝาดเย็น รับประทานเป็นยาแก้พิษร้อนในกระหายน้ำ แก้ปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว ฝนทาแก้พิษแมลงป่องกัดต่อย แก้ปวดฝี ทำให้เย็น ถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน ช่วยทำนุบำรุงเด็กในครรภ์ บำรุงตับ ปอด ชูกำลัง ผสมกับเหง้าขิงป่า และก็ต้นจันทน์แดงผสมเหล้าโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน ต้นหรือราก ต้มน้ำดื่ม แก้แท้งลูก รวมทั้งโรคคอพอก ผล มีรสเย็น ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับ ไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง
รากสามสิบ ช่วยเหลือความรัก แล้วก็ กระชับความสัมพันธ์ให้ชีวิตแต่งงาน คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ ,แก้การอักเสบ ,บำรุงเลือด แก้ปวดรอบเดือน เมนส์มาแตกต่างจากปกติ ลดสภาวะมีลูกยาก เสริมฮอร์โมนผู้หญิง กระชับช่องคลอด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว บำรุงผิวพรรณ ลดสิวฝ้า ชลอความแก่ แก้อาการวัยทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asparagus racemosus Willd.
ตระกูล : Asparagaceae
ชื่ออื่น : สาวร้อยผัว รากศตวารี จ๋วงเครือ (เหนือ) ผักชีช้าง (จังหวัดหนองคาย) ผักหนาม (จังหวัดนครราชสีมา) สามร้อยราก (จังหวัดกาญจนบุรี) สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน ม้าสามต๋อน
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้เลื้อย เนื้อแข็ง ลำต้นสีเขียว มีหนามแหลม มักเลื้อยพันตันไม้อื่น เลื้อยยาว 1.5-4 เมตร เถากลมเรียบ เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม มีเหง้าแล้วก็รากใต้ดินออกเป็นกระจุกเหมือนกระสวยออกเป็นพวงเหมือนรากกระชาย อวบน้ำ เป็นเส้นกลมยาว โตกว่าเถามาก ลำต้นมีหนาม เถาเล็กเรียว กลม สีเขียว ใบเดี่ยว แข็ง ออกรอบข้อ เป็นฝอยเล็กๆเหมือนหางกระรอก สีเขียวดก หรือเป็นกระจุก 3-4 ใบ เรียงแบบสลับ ใบรูปเข็ม กว้าง 0.5-1 มม. ยาว 3-6 ซม. แผ่นใบมักโค้ง สันเป็นสามเหลี่ยม มี 3 สัน ปลายใบแหลม เป็นรูปเคียว โคนใบแหลม มีหนามที่ซอกกระจุกใบ ก้านใบยาว 13-20 เซนติเมตร ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ แบบช่อกระจะ ยาว 2-4 เซนติเมตร ดอกย่อย สีขาว ขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมยวนใจ มี 12-17 ดอก ก้านดอกย่อย ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร กลีบรวม มี 6 กลีบ เชื่อมกันเป็นหลอดรูปดอกเข็ม ปลายแยกเป็นแฉก ส่วนหลอดยาว 2-3 มม. ส่วนแฉกรูปช้อน ยาว 3-4 มม. กลีบบางและย่น เกสรเพศผู้ เชื่อมและก็อยู่ตรงข้ามกลีบรวม ขนาดเล็กมี 6 อัน ก้านยกอับเรณูสีขาว อับเรณูสีน้ำตาลเข้ม รังไข่รูปไข่กลับ ยาวโดยประมาณ 1 มิลลิเมตร อยู่เหนือวงกลีบ มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด หรือมากกว่า ก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็นสามแฉกขนาดเล็ก ผลสด ออกจะกลม หรือเป็น 3 พู ผิวเรียบเป็นมัน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 มม. ผลอ่อนสีเขียวเมื่อสุกสีแดงหรือม่วงแดง เม็ดสีดำ มี 2-6 เม็ด มีดอกช่วงม.ย.ถึงเดือนมิถุนายน เจอตามป่าโปร่ง หรือเขาหินปูน
สาวร้อยผัวหรือรากสามสิบ เป็นสมุนไพรไทยมีรสขนมหวานเย็น ที่แอบแฝงไปด้วยสรรพคุณขนานเอก บำรุงเครื่องเพศในสตรี รวมทั้งยังเสริมความสามารถทางเพศให้แก่ชาย
นิยมนำส่วนของใบอ่อน ยอดอ่อน ผลอ่อน ซึ่งมีกลิ่นหอมเหมือนผักชีลาว มารับประทานเป็นผัก รวมทั้งนำส่วนของรากที่มีลักษณะคล้ายกระชาย แต่ว่ามีขนาดใหญ่รวมทั้งยาวกว่าอีกทั้งมีกลิ่นหอมสดชื่น มาใช้ดองยาสมุนไพร ชูกำลังในสตรีด้วยสรรพคุณที่สอดคล้องกับชื่อที่เรียกชื่อกันว่า สาวร้อยสามี ที่สื่อความหมายได้ว่า ไม่ว่าสาวใด อายุเท่าไร อยู่ในวัยมีประจำเดือนหรือหมดระดูก็ตาม แม้ได้ทานหัวพืชชนิดนี้เสมอๆ จะช่วยให้มองเป็นสาวกว่าวัย มีพลังทางเพศ และก็ยังช่วยเพิ่มขนาดของทรวงอก ด้วยวิธีการนำรากสดมาต้มกินหรือไม่ก็อาจจะนำรากไปตากแห้ง แล้วเอามาบดเป็นผุยผงปั้นเป็นลูกกลอนผสมกับน้ำผึ้งกินก็ได้ด้วยเหมือนกันตามตำราอายุรเวท มีการใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในผู้หญิง ช่วยให้ผู้หญิงกลับมาเป็นสาวได้อีกรอบ
ในอินเดียก็เรียกสมุนไพรจำพวกนี้คล้ายกับประเทศไทย โดยในภาษาสันสกฤต เรียกว่า ศตาวรี (Shtavari) แสดงว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางตำราเรียนกล่าวว่าหมายถึง สตรีที่มีร้อยผัว “Satavari” (this is an India word meaning’a woman who has a hundred husbands) รากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกเอ่ยถึงในตำรา พระเวท ซึ่งเป็นคำภีร์ที่มีมาก่อนอายุรเวทด้วย ก็เลยคงจะถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว รวมทั้งในอินเดียใช้ รากสามสิบ ทำเป็นของว่างเช่นเดียวกับเมืองไทย
ในตำราเรียนอายุรเวทใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในเพศหญิง สำหรับเพื่อการทำให้สตรีกลับมาเป็นสาว (Female rejuvention) นอกจากนี้ยังช่วยจัดการกับปัญหาอื่นๆของสตรีเช่น ภาวการณ์ระดูแตกต่างจากปกติ ปวดเมนส์ สภาวะมีบุตรยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศเสื่อมถอย ภาวการณ์หมดปะจำเดือน(menopause) แล้วก็ใช้บำรุงนมบำรุงท้อง คุ้มครองปกป้องการแท้ง (habitual abortion) และอาการที่ไม่ปรารถนาอื่นๆของสตรี
หากแม้สมุนไพรชนิดนี้จะเด่นต่อสตรีเพศแล้ว ในอินเดียยังใช้สำหรับในการเพิ่มพลังทางเพศให้กับเพศชายอีกด้วย ซึ่งก็อาจคล้ายกับทางภาคเหนือของไทยที่ใช้สาวร้อยผัว หรือที่เรียกในภาคเหนือว่า “ม้าสามต๋อน” เป็นยาดองเพื่อเพิ่มพลังทางเพศชาย และก็ยังคงใช้เพื่อคุณประโยชน์ทางยาอื่นๆอีกมากมาย ได้แก่ ยาแก้ไอ ยารักษาโรคกระเพาะ ยาแก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ ซึ่งจัดได้ว่าสมุนไพรประเภทนี้เป็นสมุนไพร ที่ใช้มากที่สุดในประเทศอินเดียประเภทหนึ่ง ปัจจุบันมีสารสกัดด้วยน้ำ ของรากสามสิบ จากอินเดียไปขายที่สหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น dietary supplement หรือพวกอาหารเสริมซึ่งสามารถขายได้ ทั่วไปไม่ต้องมีใบสั่งหมอ

คุณประโยชน์สมุนไพรรากสามสิบ (รากศตวารี)
ช่วยสร้างสมดุล แก่ระบบฮอร์โมนผู้หญิง
แก้ปวดประจำเดือน
แก้รอบเดือนมาไม่ดีเหมือนปกติ
แก้อาการตกขาว
จัดการกับปัญหาช่องคลอดอักเสบ ช่วยดับกลิ่นในช่องคลอด
ช่วยให้ช่องคลอดกระชับ
แก้ปัญหาการมีบุตรยาก ป้องกันการแท้งลูก
บำรุงน้ำนม
ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
ช่วยระบาย ขับปัสสาวะ
ลดกลิ่นเต่า กลิ่นปาก
ช่วยเพิ่มขนาดอก รวมทั้งสะโพก
กระชับรูปทรง
ช่วยลดไขมันส่วนเกิน
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
บำรุงเลือด และก็บำรุงหัวใจ
บำรุงฮอร์โมนเพศ
บำรุงผิวพรรณ
ลดสิว ลดฝ้า ช่วยผิวขาวใส
แก้อาการวัยทอง ชะลอความชรา
ใช้รักษาโรคตับ ปอดพิการ
ชูกำลัง แก้กระษัย
ข้อควรพิจารณาสำหรับเพื่อการใช้รากสามสิบ
รายงานการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์พบว่ารากสามสิบมีฤทธิ์ราวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ด้วยเหตุนั้นจึงห้ามนำมาใช้ในสตรีที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง เช่น คนป่วยโรค uterine fribrosis หรือ fibrocystic breast
ผลการวิจัยสมุนไพรรากสามสิบ
การศึกษาในหนูแรทของสารสกัดรากด้วยเอทานอลต้นรากสามสิบ แบ่งเป็น 2 ช่วงหมายถึงตอนรุนแรง และช่วงยาวต่อเนื่อง
โดยการศึกษาเล่าเรียนในระยะเฉียบพลันป้อนสารสกัดเอทานอลต้นรากสามสิบขนาด 1.25 กรัม/กิโลกรัม ให้กับหนูแรทที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน และหนูแรทที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 1 และก็ ประเภทที่ 2 พบว่าไม่มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ช่วยให้ทนต่อการเพิ่มขึ้นของเดกซ์โทรส (glucose tolerance) ในนาทีที่ 30 ดีขึ้น และก็การเล่าเรียนตอนยาวสม่ำเสมอโดยป้อนสารสกัดเอทานอลรากสามสิบขนาด 1.25 กรัม/กิโลกรัมวันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ให้กับหนูที่เป็นโรคเบาหวานจำพวกที่ 2 ในตอนที่หนูโรคเบาหวานกลุ่มควบคุมได้รับน้ำในขนาดที่เสมอกัน พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แล้วก็เพิ่มระดับของอินซูลิน 30% เมื่อเทียบกับกลุ่มเบาหวานควบคุม นอกจากนี้ยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระดับอินซูลินในตับอ่อน และเพิ่มกลัยวัวเจนที่ตับเมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปเบาหวานควบคุม จากการศึกษาเล่าเรียนในครั้งนี้สรุปได้ว่าฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดรากสามสิบน่าจะเป็นผลมาจากการหยุดยั้งการย่อยและการดูดซึมสารคาร์โบไฮเดรต แล้วก็การเพิ่มการหลั่งอินซูลิน ซึ่งต้นรากสามสิบคงจะมีคุณประโยชน์สำหรับในการนำมารักษาผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวานได้
ที่มา : หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร ที่ทำการข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/

2

รากสามสิบ
รากสามสิบ สรรพคุณสมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพที่คนต้องการมีลูกห้ามพลาด
          รากสามสิบ สรรพคุณเด่นๆของสมุนไพรตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งหลายๆคนอาจเคยเห็นสมุนไพรรากสามสิบแบบแคปซูลกันมาบ้าง แล้วทราบไหมขาว่า คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากรากสามสิบ สมุนไพรตัวเด็ดนี้มิได้มีดีแค่ช่วยคนอยากมีลูกแค่นั้น
รากสามสิบ สมุนไพรนี้มีที่มา
          รากสามสิบแท้จริงแล้วถูกเรียกหลายชื่อมากๆตัวอย่างเช่น สาวร้อยผัว จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ) ผักชีช้าง ผักหนาม (ภาคอีสาน) สามร้อยราก สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน หรือม้าสามต๋อน มีชื่อสามัญว่า Shatavari
          ส่วนลักษณะต้นรากสามสิบเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง มีหนามแหลม มีเหง้าและก็รากใต้ดินคล้ายรากของต้นกระชาย ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว แยกเป็นช่อ มีกลิ่นหอม เป็นต้นที่มีผลสดลักษณะกลม ผิวเรียบมัน และมีเมล็ดสีดำ
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี
สรรพคุณรากสามสิบ
          รากสามสิบถูกเปรียบให้เป็นพลังแห่งการปฏิสังขรณ์ความสาว (Female Rejuvenation) เป็นยาโบราณที่หมอแผนโบราณและแพทย์สมุนไพรใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งก็นับเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อสาวร้อยผัว ชื่อเล่นอีกชื่อของรากสามสิบนั่นเอง โดยคนโบราณมักจะนำรากมาต้มกินหรือปั้นเป็นลูกกลอนกินกับน้ำผึ้ง ซึ่งบอกต่อๆกันว่า จะช่วยบำรุงรักษาสตรีให้ไมว่าจะอายุมากแค่ไหนก็มีลูกได้ง่าย
          นอกเหนือจากนี้สมุนไพรรากสามสิบยังผ่านการศึกษาเรียนรู้คุณประโยชน์มามากมายก่ายกอง โดยพบว่า รากสามสิบมีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาตามนี้ติดตัวอยู่ด้วย
          - ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
          - คลายกล้ามมดลูก
          - บำรุงหัวใจ
          - ลดการอักเสบ
          - แก้ปวด
          - ยับยั้งโรคเบาหวาน
          - ปราบเซลล์ของมะเร็ง
          - กระตุ้นภูมิต้านทาน
รากสามสิบ
          - ต้านภาวการณ์เม็ดเลือดขาวต่ำ
          - ลดระดับไขมันเลือด
          - ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
          - ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันเลือดสูง
          - มีฤทธิ์ใกล้เคียงฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนผู้หญิง)
          - ช่วยสร้างสมดุลฮอร์โมนผู้หญิง
          - ขับน้ำนม
          - ช่วยทำให้การตกไข่สมบูรณ์
          - ช่วยทำนุบำรุงกำลังท่านชาย
          - เสริมความแข็งแรงของน้ำเชื้อสเปิร์ม
          - ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะ
          - ลดอาการกรดเกินในกระเพาะอาหาร
          - ยับยั้งพิษต่อตับ
          - แก้ริดสีดวงทวาร
          - ขับลม
          - ขับปัสสาวะ
          - ขับเสลด
          - บำรุงเด็กในท้อง
          - แก้แท้งลูก
          - รักษาโรคคอพอก
          - แก้เมื่อย ครั่นตัว
          - ฝนรากทาเป็นยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้
          - กระตุ้นประสาท ชูกำลัง
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี
          แล้วก็ด้วยคุณประโยชน์ของรากสามสิบที่มีฤทธิ์ใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยพะเยาจีงได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ผลของสารสกัดรากสามสิบต่อการคุ้มครองป้องกันการสลายเนื้อกระดูกและก็อวัยวะสืบพันธุ์ ในหนูแรทที่ถูกตัดรังไข่ เนื่องจากว่ามองเห็นว่า โรคกระดูกพรุนซึ่งมักจะกำเนิดกับผู้หญิงมากกว่าเพศชายนั้น มีต้นเหตุหลักจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนคราวหลังหมดเมนส์ โดยเห็นผลการทดสอบมาว่า หนูที่ได้รับสารสกัดสมุนไพรรากสามสิบภายหลังถูกตัดรังไข่ มีน้ำหนักมวลกระดูกที่มากกว่ากลุ่มหนูถูกตัดรังไข่แต่ว่ามิได้รับสารสกัดสมุนไพรรากสามสิบ
          นอกนั้นสารสกัดรากสามสิบยังไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นก็เลยสรุปได้ว่า สารสกัดรากสามสิบอาจมีสมรรถนะสำหรับการคุ้มครองปกป้องการสลายของเนื้อกระดูกในหนูทดลองได้ โดยไม่มีผลกระทบใดๆก็ตามต่ออวัยวะสืบพันธุ์ ทว่ายังคงจะต้องทดลองเสริมเติมเพื่อวิจัยว่า สารสกัดรากสามสิบจะทำให้เกิดผลเสียอะไรก็แล้วแต่กับอวัยวะอื่นหรือเปล่า
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี       

หารากสามสิบได้จากที่ไหน
          หากแม้ต้นรากสามสิบจะยังมีให้เห็นอยู่ในประเทศไทย แม้กระนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปขุดหารากสามสิบมาต้มกินให้อิดโรย เพราะเหตุว่าปัจจุบันนี้มีสารสกัดรากสามสิบในรูปแคปซูลมาให้เลือกซื้อจำนวนมาก แม้กระนั้นทั้งนี้ควรตรวจดูให้แน่ว่าแคปซูลรากสามสิบมีเครื่องหมายการค้าและได้รับการยืนยันจากหน่วยงานของกินและก็ยาหรือไม่
          แต่ว่าแม้คนไหนกันแน่สามารถหาต้นรากสามสิบใหม่ๆได้ จะนำมาต้มยากินเองเราก็มีสูตรยาสมุนไพรรากสามสิบมาให้ด้วยค่ะ
น้ำรากสามสิบ (สูตรเริ่มแรก)
     ส่วนประกอบ

  • สมุนไพรรากสามสิบ ใช้ส่วนราก 2.5 กก.
  • น้ำ 10 ลิตร


     ขั้นตอนการทำ

  • นำรากสามสิบมาล้างให้สะอาด
  • ปอกแล้วก็ดึงไส้ออก
  • หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • ล้างให้สะอาดอีกรอบ
  • ต้มน้ำให้เดือด
  • ใส่รากสามสิบ ลงในหม้อต้ม
  • เคี่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง
  • ชิมรส รวมทั้งสามารถเพิ่มน้ำตาลกรวดหรือใบเตยเพิ่มความหอมลงไปได้
รากสามสิบแช่อิ่ม
     ส่วนผสม

  • สมุนไพรรากสามสิบ ใช้ส่วนราก 2.5 กก.
  • น้ำตาล 1.5 กก.
  • น้ำ 5 ลิตร
    กระบวนการทำ

  • นำรากสามสิบมาล้างให้สะอาด
  • ปอกเปลือกและดึงไส้ออก
  • หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • ล้างให้สะอาดอีกที
  • ต้มน้ำให้เดือด
  • เพิ่มน้ำตาล ลงในหม้อต้ม
  • ต้มจนกระทั่งน้ำตาลละลายหมด
  • ใส่รากสามสิบ
  • ต้มต่อจนถึงเป็นสีเหลืองทอง
รากสามสิบ
ข้อควรปฏิบัติตามในการใช้สมุนไพรรากสามสิบ
          เหตุเพราะสมุนไพรรากสามสิบออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยจัดเป็นยาสมุนไพรที่ไม่ปลอดภัยนักต่อเพศหญิงที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งอยู่แล้ว อย่างเช่น ผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคเนื้องอกในมดลูก (Uterine Fribrosis) หรือมีก้อนเนื้อในเต้านม (Fibrocystic Breast) เป็นต้น ด้วยเหตุนั้นไม่ว่าจะใช้สมุนไพรอะไรก็ควรปรึกษาหมอก่อนจะเยี่ยมที่สุดนะคะ       
          มองเห็นสรรพคุณรากสามสิบกันไปแล้วหลายๆคนเริ่มพึงพอใจอยากหารากสามสิบมาบำรุงสุขภาพกันบ้าง แต่ว่าก็อย่าลืมที่เตือนไว้นะคะ ก่อนซื้อแคปซูลรากสามสิบมากิน ควรพิจารณาที่มาและตรา แล้วก็การยืนยันจากหน่วยงานที่น่าไว้ใจด้วย http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

3
อื่นๆ / ความเป็นมาของต้นราชพฤกษ์
« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2018, 01:17:49 PM »

ราชพฤกษ์
ที่ไปที่มาของต้นราชพฤกษ์
   จากอดีตกาลที่ผ่านมากว่า 50 ปี ทางด้านราชการมีความอุตสาหะหลายคราวในการกำหนดให้มีสัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนด ต้นไม้ และ ดอกไม้ ประจำชาติ เริ่มต้นที่กรมป่าไม้ได้เชิญให้ราษฎรสนใจต้นราชพฤกษ์หรือคูณมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2494 โดยรัฐบาลมีมติให้ถือวันที่ 24 เดือนมิถุนายน เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ (arbour day) มีการชวนให้ปลูกต้นไม้ที่มีคุณประโยชน์จำพวกต่างๆมากมายก่ายกอง ในขณะเดียวกันก็ได้มีการเสนอว่า ต้นราชพฤกษ์ น่าจะถือเป็นต้นไม้ประจำชาติ
ราชพฤกษ์
   จนถึงในปี พ.ศ.2506 มีการประชุมเพื่อกำหนดสัญลักษณ์ต้นไม้และก็สัตว์ประจำชาติเป็นครั้งแรก โดยกรมป่าไม้ได้เสนอให้ ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูณ พืชที่มีความเป็นสิริมงคลที่มีคุณประโยชน์และรู้จักกันอย่างแพร่หลายฯลฯไม้ประจำชาติ สำหรับสัตว์ประจำชาติก็คือ ช้างเผือก สัตว์ที่มีคุณค่าเกี่ยวพันกับจารีตไทยแล้วก็ประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน การเสนอคราวนั้นไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยเหตุนั้นตลอดเวลาก่อนหน้านี้เครื่องหมายที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกราชยจึงมีนานัปการ ตั้งแต่สถานที่สำคัญๆ สัตว์ ดอกไม้ ที่ชาวไทยคุ้นเคยและประสบพบเห็นหลายครั้ง เป็นต้นว่า พระปรางค์วัดอรุณฯ เรือสุพรรณหงส์ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกพุทธรักษา แมวไทย เหมือนกับ ต้นราชพฤกษ์ และ ช้างเผือก ยังคงถูกสรรเสริญให้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติตลอดมา
            ปี พ.ศ.2530 มีการผลักดันให้ปลูกต้นราชพฤกษ์อีกรอบ เพื่อเป็นการสรรเสริญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระอายุครบ 5 รอบ โดยมีการสนับสนุนให้ปลูกต้นราชพฤกษ์ทั้งประเทศจำนวน 99,999 ต้น ทุกวันนี้จึงมีต้นราชพฤกษ์อยู่มากมายก่ายกองทั้งประเทศไทย
            ผลสรุปเรื่องสัญลักษณ์ประจำชาติดูเหมือนจะยังไม่ชัดแจ้ง กระทั่งช่วงปี พ.ศ.2544 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้นำเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นกลับมาเสนออีกครั้ง แล้วก็มีบทสรุปเสนอให้มีการกำหนดเครื่องหมายประจำชาติ 3 สิ่งคือ ดอกไม้ สัตว์รวมทั้งสถาปัตยกรรม และการพิจารณาก่อนหน้าที่ผ่านมาเสนอให้กำหนดดอกไม้ประจำชาติเป็น ดอกราชพฤกษ์ สัตว์ประจำชาติ คือ ช้างไทย แล้วก็สถาปัตยกรรมประจำชาติคือ ศาลาไทย
            เหตุที่เลือก ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติเพราะว่ามีความเหมาะสมในหลายๆด้านหมายถึงเป็นดอกไม้จากต้นไม้ที่ถูกเสนอให้เป็นต้นไม้ประจำชาติเมื่อครั้งที่กรมป่าไม้เสนอไว้ เป็นต้นไม้ที่แก่ยืน ทน ปลูกขึ้นเจริญทั่วทุกภาคของประเทศ ฯลฯไม้พื้นเมืองที่รู้จักแพร่หลาย มีชื่อเรียกหลายชื่อไม่เหมือนกันในแต่ละภาค ยกตัวอย่างเช่น ลมแล้ง คูน อ้อดิบ ราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลใช้ประโยชน์ในพิธีสำคัญๆยกตัวอย่างเช่น ลงหลักเมือง ลงเสาเอก ทำคฑาจอมพลรวมทั้งยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร ในช่วงฤดูร้อนราชพฤกษ์จะมีดอกสะพรั่งทั้งยังต้น ช่อดอกมีทรงงดงาม สีเหลืองแพรวพราวเป็นเครื่องหมายของพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ และก็เป็นสีเดียวกับวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกจากนั้นความสวยของช่อดอก รวมทั้งความหมายที่ดียังถูกจำทดลองแบบประดับไว้บนอินทรธนูของข้าราชการพลเรือนอีกด้วย
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
ส่งดอกไม้ประจำชาติไทยหมายถึงดอกราชพฤกษ์ (Golden shower) หรือ ชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ของ ดอกราชพฤกษ์ คือ Cassia fistula
           ดอกไม้สีเหลืองงามที่พบได้บ่อยเห็นได้ทั่วไปตามข้างถนนสายต่างๆคือสีสันของ ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน ต้นไม้มงคลที่ได้รับการชมเชยให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย อีกทั้งมั่นใจว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้วจะเสริมให้คนในบ้านทรงเกียรติตำแหน่งชื่อ เสียงมากยิ่งขึ้นด้วย ยิ่งใกล้เข้าสู่เวลาที่การเปิดประตูต้อนรับเพื่อนบ้านอาเซียนกันแล้ว ในวันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้ประจำชาติไทยอย่าง ดอกราชพฤกษ์ มาให้ทำความรู้จักกันแรง
เรื่องราวดอกราชพฤกษ์
           ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้ประจำถิ่นของเอเชียใต้ ตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย เมียนมาร์ และศรีลังกา โดยนิยมปลูกกันมากในเขตร้อน สามารถเติบโตก้าวหน้าในที่โล่งแจ้ง และเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2506 แม้กระนั้นก็ยังไม่ได้ผลสรุปชัดเจน จวบจนกระทั่งมีการลงนามให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ช่วงวันที่ 26 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2544

ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เพราะว่า ต้นราชพฤกษ์ ออกดอกสีเหลืองยกช่อ ดูสง่างาม ทั้งยังมีสีตรงกับ สีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็เลยถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของพระเจ้าอยู่หัว" และมีการเซ็นชื่อให้ต้นราชพฤกษ์ เป็นเลิศใน 3 เครื่องหมายประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย และก็ 3. ดอก[url=http://www.disthai.com/16488365/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C]ราชพฤกษ์[/url] เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เพราะฯลฯไม้ท้องถิ่นที่รู้จักกันอย่างมากมาย รวมทั้งมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย
  • มีประวัติเกี่ยวกับจารีตสำคัญๆในไทยและก็เป็นต้นไม้มงคลที่นิยมปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้มากมาย ดังเช่นว่า ใช้เป็นยารักษาโรค อีกทั้งยังคงใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ เป็นต้น
  • มีสีเหลืองอร่าม พุ่มสวยเต็มต้น เปรียบเทียบเป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธศาสนา
  • แก่ยืนนาน รวมทั้งแข็งแรง
ลักษณะทั่วไป
           เป็นต้นไม้ขนาดกลาง สูงราวๆ 10-20 เมตร มีดอกเป็นช่อสีเหลืองงาม แต่ละช่อยาวราว 20-40 ซม. โดยกลีบดอกจะเป็นสีเหลือง 5 กลีบ มีผลยาวราว 30-60 ซม. มีกลิ่นแรง แล้วก็มีเมล็ดที่เป็นพิษ
การปลูกดอกราชพฤกษ์
           นิยมปลูกด้วยเมล็ด โดยจะมีการเจริญเติบโตช้าในช่วง 1-3 ปีแรก แต่ต่อจากนั้นจะมีการเติบโตเร็วขึ้น รวมทั้งออกดอกตอนอายุราว 4-5 ปี
การดูแลรักษา
           แสง : อยากแสงอาทิตย์จัด หรือกลางแจ้ง รวมทั้งเติบโตได้ดิบได้ดีในที่โล่งเป็นพิเศษ
           น้ำ : ชอบน้ำน้อย ควรจะรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพอากาศร้อนก้าวหน้า
           ดิน : สามารถเจริญเติบโตเจริญในดินที่ร่วนซุย ดินร่วนซุยปนทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยธรรมชาติ ในอัตรา 2-3 กก.ต่อต้น และก็ควรจะให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
การขยายพันธุ์
           แนวทางเพาะพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยมเป็นการเพาะเมล็ด โดยใช้เมล็ดสดๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แต่ว่าจำเป็นต้องเลือกขลิบบริเวณด้านป้าน เพราะเหตุว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ หลังจากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งเอาไว้ผ่านวัน จึงค่อยเทน้ำออกให้เหลือจำนวนพอหล่อเลี้ยงเม็ดได้ ต่อจากนั้นทิ้งเอาไว้อีกคืนก็จะพบรากงอก แล้วก็สามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเลื่อมใสเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           เชื่อว่าเป็นต้นไม้มงคล ที่ควรจะปลูกเอาไว้ภายในทิศตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งแม้ปลูกเอาไว้ภายในบ้านจะช่วยให้มีเกียรติตำแหน่ง ศักดิ์ศรี รวมทั้งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยเวท โดยใช้ใบทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เพราะว่าเป็นไม้มงคลนาม http://www.disthai.com/

4


ราชพฤกษ์

คูน ประโยชน์แล้วก็คุณประโยชน์ของคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
ประวัติดอกราชพฤกษ์
           ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้พื้นบ้านของทวีปเอเชียใต้ ตั้งแต่ประเทศปากีสถาน ประเทศอินเดีย เมียนมาร์ และก็ศรีลังกา โดยนิยมปลูกกันมากมายในเขตร้อน สามารถเติบโตเจริญในที่โล่งแจ้ง แล้วก็มีชื่อเสียงในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 แม้กระนั้นก็ยังมิได้ผลสรุปเด่นชัด จนกระทั่งมีการลงนามให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ช่วงวันที่ 26 ต.ค. พ.ศ. 2544
ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เนื่องมาจาก ต้นราชพฤกษ์ ออกดอกสีเหลืองยกช่อ ดูสง่างาม ทั้งยังมีสีตรงกับ สีทุกวันพระราชการบังเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็เลยถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของพระมหากษัตริย์" และก็มีการลงนามให้ต้นราชพฤกษ์ เป็นเยี่ยมใน 3 สัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย และก็ 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เหตุเพราะเป็นต้นไม้ท้องถิ่นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และก็มีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย
  • มีประวัติเกี่ยวโยงกับจารีตประเพณีหลักๆในไทยรวมทั้งเป็นต้นพืชที่มีความมงคลที่นิยมปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้มากมาย ตัวอย่างเช่น ใช้เป็นยารักษาโรค ทั้งยังใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ เป็นต้น
  • มีสีเหลืองแพรวพราว พุ่มไม้สวยเต็มต้น เปรียบเทียบเป็นเครื่องหมายที่พุทธศาสนา
  • แก่ยืนนาน รวมทั้งคงทน


คูน หรือ ราชพฤกษ์ (Golden Shower, Indian Laburnum) เป็นพืชสมุนไพรจำพวกยืนต้นขนาดกลางถึงกับขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเรียกตามเขตแดนต่างๆอาทิเช่น ภาคเหนือเรียก ราชพฤกษ์, ราชพฤกษ์ หรือชัยพฤกษ์ ส่วนปัตตานีเรียก ลักเคย หรือลักเกลือ แล้วก็กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรีเรียก กุเพยะ ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของเอเชียใต้ไปจนกระทั่งอินเดีย ศรีลังกา แล้วก็ประเทศพม่า และคูนหรือราชพฤกษ์นี้ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติของไทยอีกด้วย
————– advertisements ————–
การดูแลและรักษา
           แสง : อยากได้แดดจัด หรือที่โล่งแจ้ง และเจริญวัยได้ดิบได้ดีในที่โล่งเป็นพิเศษ
           น้ำ : ถูกใจน้ำน้อย ควรรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพภูมิอากาศร้อนเจริญ
           ดิน : สามารถเจริญวัยได้ดีในดินที่ร่วนซุย ดินร่วนซุยผสมทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมให้ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยหมัก ในอัตรา 2-3 กิโลต่อต้น และก็ควรให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
การขยายพันธุ์
           วิธีขยายพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยมหมายถึงการเพาะเมล็ด โดยใช้เม็ดใหม่ๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แม้กระนั้นจะต้องเลือกขลิบบริเวณด้านป้าน เพราะว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ แล้วนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งเอาไว้ข้ามวัน แล้วก็ค่อยเทน้ำออกให้เหลือจำนวนพอหล่อเลี้ยงเมล็ดได้ จากนั้นทิ้งไว้อีกคืนก็จะเจอรากงอก และก็สามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเชื่อถือเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           มั่นใจว่าเป็นต้นพืชที่มีความเป็นสิริมงคล ที่ควรจะปลูกไว้ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และก็ถ้าเกิดปลูกเอาไว้ภายในบ้านจะช่วยทำให้ทรงเกียรติตำแหน่ง เกียรติ และก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยเวท โดยใช้ใบทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เนื่องด้วยเป็นพืชที่มีความเป็นสิริมงคลนาม
ลักษณะทั่วไปของคูน
สำหรับต้นคูนนั้นจัดว่าเป็นต้นไม้ขนาดกลาง โดยลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา มักขึ้นตามป่าผลัดใบ หรือในดินที่สามารถระบายน้ำก้าวหน้า ส่วนใบจะมีสีเขียวเป็นเงา วัวนมน เนื้อใบเกลี้ยงแล้วก็บาง ดอกจะออกเป็นช่อ มีกลีบรูปทรงไข่กลับอยู่ 5 กลีบ และก็มองเห็นเส้นกลีบชัดเจน ฝักอ่อนมีสีเขียวรวมทั้งจะเป็นสีดำเมื่อแก่จัด และก็ในฝักจะมีผนังเยื่อบางๆกันเป็นช่องๆอยู่ตามแนวขวางของฝัก และก็ด้านในช่องกลุ่มนี้จะมีเม็ดสีน้ำตาลแบนๆอยู่
ต้นคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
ผลดีและคุณประโยชน์ของคูน
ใบ – ช่วยฆ่าพยาธิผิวหนัง ฆ่าเชื้อโรคต่างๆช่วยระบายท้อง สามารถใช้พอกแก้ลักษณะของการปวดข้อ หรือแก้ลมตามข้อ และช่วยแก้โรคอัมพาตของกล้ามเนื้อบนบริเวณใบหน้า หรือนำไปต้มกินแก้เส้นทุพพลภาพ แล้วก็โรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง ให้รสเมา
ดอกราชพฤกษ์ – ช่วยระบายท้อง แก้ไข้ แก้พรรดึก (ท้องผูก) และโรคกระเพาะของกิน แล้วก็แผลเรื้อรัง ให้รสขมเปรี้ยว
ราก – ช่วยในการฆ่าเชื้อโรคกุฏฐัง ระบายพิษไข้ แก้ขี้กลากหรือเกลื้อน แก้อาการเซื่องซึมหนักบริเวณหัว รวมทั้งช่วยถ่ายสิ่งสกปรกสกปรกออกมาจากร่างกาย แก้อาการหายใจขัด ทำให้สดชื่นหน้าอก แก้ลักษณะของการมีไข้ ไปจนกระทั่งรักษาโรคหัวใจ ถุงน้ำดี มีฤทธิ์ถ่ายแรงกว่าเนื้อในฝัก สามารถใช้ได้กับเด็กหรือสตรีมีท้อง ไม่มีผลข้างเคียงใดๆก็ตามให้รสเมา
แก่น – ช่วยสำหรับการขับพยาธิไส้เดือน ให้รสเมา
กระพี้ – ช่วยแก้โรครำมะนาด ให้รสเมา
เนื้อในฝัก – ใช้พอกเพื่อช่วยแก้อาการปวดข้อ แก้ต้นตานขโมย ปรับแต่งมาลาเรีย แก้บิด ถ่ายพยาธิ หรือผู้ที่มีลักษณะอาการท้องผูกเรื้อรัง รวมถึงถ่ายเสมะและแก้พรรดึก (ท้องผูก) ไปจนกระทั่งระบายพิษไข้ สามารถใช้ได้ในเด็กและสตรีตั้งท้อง ไปจนกระทั่งเป็นยาระบายที่ไม่ทำให้ปวดมวนหรือไข้ท้อง ให้รสหวานเหม็นเบื่อ
เปลือกฝัก – ทำให้แท้งลูก ทำให้อาเจียน และขับเกลื่อนกลาดที่ค้างอยู่ออกมา ให้รสเฝื่อนเมา
เม็ด – ทำให้คลื่นไส้ ให้รสขื่นเมา
เปลือกต้น – ช่วยแก้อาการท้องเสีย ใช้ฝนผสมกับหญ้าฝรั่น น้ำดอกไม้เทศ แล้วก็น้ำตาล กินเพื่อเกิดลมเบ่ง ให้รสฝาดเมา
เปลือกราก – ช่วยแก้ไข้ไข้จับสั่น และระบายพิษไข้ ให้รสฝาด
ดอกคูน หรือ ดอกราชพฤกษ์
ต้นคูนมักนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในพื้นที่เขตร้อนรวมทั้งกึ่งเขตร้อน สามารถเติบโตก้าวหน้าในที่โล่ง และก็ปลูกได้ง่ายทั้งในดินซึ่งร่วนซุย ดินร่วนคละเคล้าทราย หรือดินร่วนซุยเหนียว และก็ยังทนต่อลักษณะอากาศแล้งและก็ดินเค็มก้าวหน้า แม้กระนั้นถ้าหากอากาศหนาวจัดอาจจะทำให้ติดโรคราหรือโรคใบจุดได้http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรราชพฤษ์

5

ทับทิม
การกินเพื่อสุขภาพ
ทับทิม ยอดเยี่ยมราชินีแห่งผลไม้ มีสาระต้น
การกินเพื่อสุขภาพ
ทับทิม ยอดเยี่ยมราชินีที่ผลไม้ มีสาระทั้งยังต้น
อัปเดตล่าสุดช่วงวันที่ พ.ค. 3, 2018 โดยประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
แชร์บทความนี้
ทับทิมได้ผลสำเร็จไม่ที่นิยมกินกันมากมาย รวมทั้งลือชื่อในเรื่องของคุณค่าที่มากมาย จนได้รับสมญาว่า ราชินีที่ผลไม้ พูดกันว่าทับทิมนั้นคือผลไม้ที่ถูกประยุกต์ใช้ในแวดวงแพทย์มาแล้วนับพันปี ในปัจจุบันทับทิมนับว่าเป็นผลไม้ที่นิยมปลูก แล้วก็รับประทานกันทั้งโลก สามารถหารับประทานได้ง่ายในประเทศไทย พิจารณาได้จากร้านค้าขายน้ำทับทิม หรือผลทับทิมสด ที่แทบมีอยู่ตามท้องถนนหรือทุกตลาดในประเทศไทย
ประโยชน์ที่ได้รับมาจากทับทิมมีมากมายก่ายกอง ในเรื่องของสารอาหาร รวมทั้งการคุ้มครองโรค
วิตามินซีสูงมาก
ทับทิมถือเป็นผลไม่ที่มีวิตามินซีสูงมาก ในน้ำทับทิมเพียงแค่ 1 แก้ว มีวิตามินซีถึงจำนวนร้อยละ 40 ของจำนวนที่พวกเราอยากได้ในหนึ่งวัน (สำหรับผู้ใหญ่) ด้วยจำนวนวิตามินซีที่สูงในระดับนี้ก็เลยมีสรรพคุณสำหรับในการลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการเป็นโรคหวัด หรือแพ้อากาศได้อย่างยอดเยี่ยม
ช่วยทำนุบำรุงผิวพรรณ
การรับประทานทับทิมสด หรือน้ำทับทิมนั้น จะช่วยทำให้ผิวพรรณของเราดูผ่องใส เนื่องมาจากทับทิมได้ผลถึงที่เหมาะมีสรรพคุณสำหรับการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสำหรับเพื่อการชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอยในผิวของเรา และด้วยจำนวนวิตามินซีที่สูงก็เลยช่วยในเรื่องทำให้ผิวกระจ่างขาวสวยใส นอกเหนือจากนี้พวกเรายังสามารถใช้น้ำทับทิมประมาณ 1 ช้อนชา ทาบริเวณบริเวณใบหน้า ทิ้งเอาไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยในการบำรุงผิวหน้าให้ดูเต่งตึงเยอะขึ้นได้อีกด้วย คุณประโยชน์ในข้อนี้ของทับทิมสามารถยืนยันได้จากการที่ในตอนนี้ มีเครื่องแต่งตัวหรือครีมหลายแบบได้นำทับทิมไปเป็นองค์ประกอบ
เส้นเลือดรวมทั้งหัวใจ
ในทางการแพทย์มีการวิจัยแล้วพบว่าทับทิม มีสรรพคุณช่วยสำหรับการทำให้การไหลเวียนของโลหิต ลดภาวการณ์ขาดเลือดในคนเจ็บโรคหัวใจ นอกนั้นยังพบว่าผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เมื่อรับประทานน้ำทับทิมวันละ 50cc จะช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ปริมาณร้อยละ 5 ช่วยลดสถานการณ์การแข็งตัวของไขมันในหลอดเลือดได้อีกด้วย
ลดการเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดมะเร็ง
เนื่องด้วยคือผลไม้ที่มีค่าการต้านอนุมูลอิสระที่สูง ก็เลยช่วยลดความเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่า การกินทับทิมช่วยลดจังหวะการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็งถึง 13ช นิด และก็ยังสามารถช่วยทำลายเซลล์ของโรคมะเร็งในหลอดอาหาร รวมทั้งลำไส้ได้อีกด้วย
คุณประโยชน์อื่นๆของทับทิม
นอกจากคุณประโยชน์หลักที่กล่าวไปในข้างต้นแล้ว ทับทิมยังมีคุณประโยชน์อื่นอีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องในหญิงมีท้อง ช่วยทำให้สมดุลในวัยหมดประจำเดือน ลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการเป็นโรคจำอะไรไม่ค่อยได้ในผู้สูงอายุ คุ้มครองป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสุขภาพกระดูกลดความเสี่ยงสำหรับเพื่อการเป็นโรคกระดูกพรุน คุ้มครองป้องกันการเสื่อมสรรถภาพทางเพศ ลดการตกขาว พูดได้ว่ามีคุณประโยชน์มากจริง
 นอกจากส่วนที่เรานิยมกินกันอย่างเม็ดแล้ว องค์ประกอบอื่นของทับทิมก็เป็นประโยชน์ไม่แพ้กัน ทั้งที่ยังไม่ตายยาและก็สมุนไพร
ใบ: สามารถทำน้ำยาบ้วนปากหรือล้างตาได้ ยาพอกที่ทำจากใบสามารถช่วยบรรเทาอาการผมหล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
เปลือก: ลดการเกิดริ้วรอยในผิวของพวกเราใช้รักษา แผลหิด กากเกลื้อน มีสรรพคุณเกี่ยวกับการดูแลและรักษาโรคในทางเดินของกิน ตัวอย่างเช่นรักษาอาการท้องเดินได้
เปลือกของลำต้น แล้วก็ราก: สามารถเอามาทำเป็นยาถ่ายพยาธิได้อีกด้วย โดยเอามาผสมกับกานพลู แล้วก็บางทีอาจใส่ดีเกลือต้มกับน้ำราวๆสามถ้วย มีคุณประโยชน์สำหรับในการถ่ายพยาธิ
ดอก: มีสรรพคุณสำหรับการสมานแผล รวมทั้งทุเลาอาการอักเสบของหูชั้นใน
ทับทิมนับว่าเป็นผลไม้ที่เป็นประโยชน์ในทุกส่วนของต้น ไม่ใช่เพียงแต่เมล็ด หรือน้ำทับทิม จึงไม่ประหลาดใจเลยที่ทับทิมจะได้รับฉายาว่า "ราชชินีที่ผลไม้"
โรคและก็อาการอื่นๆตัวอย่างเช่น โรคเส้นโลหิตหัวใจ การหย่อนยานสมรรถภาพทางเพศ เจ็บกล้ามข้างหลังการบริหารร่างกาย กลุ่มอาการอ้วนลงพุง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เยื่อบุช่องปากอักเสบ ผิวไหม้จากแสงอาทิตย์ การติดเชื้อทริโคโมแนส (Trichomoniasis) ท้องเสีย โรคบิด เจ็บคอ โรคริดสีดวงทวาร อาการวัยทอง แล้วก็อื่นๆยังควรต้องทำการค้นคว้าวิจัยเพิ่มอีกเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับคุณภาพรวมทั้งความปลอดภัยของทับทิมสำหรับการรักษาโรค
ความปลอดภัยสำหรับเพื่อการรับประทานทับทิมหรือผลิตภัณฑ์จากทับทิม
โดยปกติการกินน้ำทับทิมออกจะมีความปลอดภัย แต่ว่าในบางรายที่มีลักษณะแพ้ผลสดของทับทิมอาจเกิดผลข้างเคียงจากการดื่มน้ำทับทิมได้
รากทับทิมมีสารที่เป็นพิษต่อสถาพทางร่างกาย การรับประทานรากแล้วก็ลำต้นของทับทิมในจำนวนมากอาจไม่ปลอดภัย
สารสกัดจากทับทิมออกจะปลอดภัยสำหรับในการกินหรือนำมาใช้กับผิวหนัง แต่อาจจะทำให้กำเนิดอาการแพ้น้อยในบางราย ยกตัวอย่างเช่น อาการคัน บวม น้ำมูกไหล หรือหายใจไม่สะดวก
การกินน้ำทับทิมค่อนข้างมีความปลอดภัยสำหรับหญิงท้องหรืออยู่ในตอนให้นมบุตร แต่ยังไม่มีรายงานรับรองความปลอดภัยสำหรับในการกินหรือใช้ทับทิมในต้นแบบอื่น เช่น สารสกัดจากทับทิม จำเป็นจะต้องหารือแพทย์ก่อนการรับประทานทุกครั้ง
น้ำทับทิมอาจจะเป็นผลให้ความดันโลหิตลดลดน้อยลงบางส่วน ซึ่งอาจทำให้ผู้เจ็บป่วยที่มีภาวะความดันต่ำอาการเกิดขึ้นอีก

คนที่มีอาการแพ้จากพิษพืชอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้จากการรับประทานทับทิม
ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดควรหยุดรับประทานทับทิมขั้นต่ำ 2 สัปดาห์ เนื่องด้วยทับทิมส่งผลให้ความดันเลือดต่ำลง ก็เลยบางทีอาจกระทบต่อความดันโลหิตในขณะผ่าตัดหรือส่งผลต่อเนื่องไปยังข้างหลังการผ่าตัด
การรับประทานทับทิมพร้อมกันกับยาบางชนิดอาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยา เช่น ยาที่เกี่ยวกับลักษณะการทำงานของตับโดยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีตับ Cytochrome ประเภท P450 2D6 หรือจำพวก P450 3A4 ยาลดความดันโลหิตหรือเอซีอี อินฮิบิเตอร์ ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรสุวาสแตติเตียนน ผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำหรือมีโรคประจำตัวควรหารือแพทย์ก่อนจะมีการรับประทานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย http://www.disthai.com/

6

ขิง
ถึงแม้ว่าขิงจะเป็นสมุนไพรที่สามารถใช้ทำครัวและมีคุณประโยชน์ในการรักษาโรค แม้ว่าขิงจะมีกลิ่นฉุนรวมทั้งมีรสชาติเผ็ดร้อน เลยทำให้ไม่ถูกปากคนจำนวนไม่น้อยนั้น แม้กระนั้นขิงก็เป็นสมุนไพรซึ่งสามารถใช้ทำอาหารรวมทั้งมีคุณประโยชน์รักษาโรค เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าสมุนไพรดีๆอย่างขิงนั้นมีสาระและก็โทษอะไรที่เราคาดไม่ถึงบ้าง
คุณประโยชน์ซึ่งมาจากขิง
+ ลดอาการท้องอืดหากคุณรู้สึกท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยให้จิบชาน้ำขิงหรือกินขิงสดจะทำให้คุณรู้กันดีขึ้น หรือหากคุณกำเนิดอาการท้องอืดที่เกิดจากการกินถั่วละก็ ครั้งหลังลองฝานถั่วบางๆลงไปในอาหารที่มีถั่ว นั่นก็จะช่วยลดของกินท้องอืดได้ด้วยเหมือนกันจ้ะ เนื่องจากขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สามารถช่วยขับลม รวมทั้งกระตุ้นการทำงานของไส้ทำให้ อาการท้องอืดทุเลาลงได้
+ ช่วยทุเลาอาการไมเกรน
จากการเรียน
พบว่า การรับประทานขิงตอนที่อาการไมเกรนใกล้กำเริบเสิบสานนั้น จะช่วยทำให้ความเจ็บจากอาการไมเกรนต่ำลงได้ เพราะเหตุว่าขิงจะไปช่วยสกัดการฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบ นอกเหนือจากนี้ยังมีการเรียนอื่น ชี้ให้เห็นอีกว่าขิงสามารถช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ โดยพบว่าผู้ที่มีลักษณะอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมหรือโรครูมาตอยด์มีลักษณะอาการลดน้อยลงเมื่อบริโภคขิงผงเป็นประจำทุกๆวัน
ประโยชน์ซึ่งมาจากขิง รวมทั้งโทษที่คุณอาจไม่คาดฝัน
+ ช่วยปกป้องมะเร็ง
 ขิงมีคุณสมบัติสำหรับในการช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยมีการศึกษาเล่าเรียนพบว่าขิงช่วยให้เซลล์มะเร็งด้านในรังไข่ตาย เพราะในขิงมีสารเคมีธรรมชาติที่ไปช่วยกระตุ้นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ก็เลยช่วยป้องกันมะเร็งได้ ยิ่งกว่านั้นยังเจออีกว่าสินค้าอาหารเสริมที่มีขิงเป็นส่วนประกอบยังช่วยลดอาการอักเสบในลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
+ ช่วยบรรเทาอาการอาเจียน
 ขิงสามารถทุเลาอาการอ้วกได้ โดยชาวเอเชียนั้นชอบใช้ขิงสำหรับในการช่วยทุเลาอาการเมารถ หรือเมาเรือ นอกเหนือจากนี้ยังมีหลายการเรียนพบว่าขิงสามารถช่วยปกป้องรวมทั้งทุเลาอาการอ้วกหลังจากการผ่าตัดแล้วก็ยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้แล้วก็อ้วกในคนป่วยโรคมะเร็งที่เข้ารับเคมีบำบัดได้อีกด้วย
+ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
 มีการเรียนใหม่พบว่า ขิงผงนั้นสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ โดยเฉพาะกับคนไข้โรคเบาหวานชนิดที่ 2 แม้กระนั้นก็ควรจะที่จะหารือแพทย์ก่อนกินขิงร่วมกับยา เพราะว่าขิงบางทีอาจทำปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษาได้ และก็ควรติดตามผลระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด เพราะว่าแม้กินขิงมากจนเกินไปก็อาจจะส่งผลให้ระดับอินซูลินน้อยลงมากจนเกินไปจนถึงอยู่ในจุดอันตรายได้
ประโยชน์ที่ได้รับมาจากขิง และโทษที่คุณอาจไม่ได้นึกฝัน
ขิงดอง คุณประโยชน์ดีก็มีนะ ทราบยัง?
 เราบางครั้งก็อาจจะเคยรับรู้กันมาว่าการกินของหมักดองไม่ใช้เรื่องดีสำหรับสุขภาพ แต่ว่าต้องขอนอกจากไว้สำหรับขิงดองค่ะ เนื่องจากว่าอันที่จริงแล้วแม้ขิงดองจะเป็นของกินที่ผ่านการดองด้วยน้ำส้มสายชู แต่เรื่องคุณประโยชน์ และคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพ ขิงดองก็มีดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขิงสดๆเลยล่ะค่ะ ซึ่งคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากขิงดองมีดังนี้
* ช่วยแก้อาการเมาเรือ เมารถ และอาการแพ้ท้อง

เหตุเพราะขิงดองเป็นของกินที่มีกลิ่นฉุนอีกทั้งยังมีรสชาติเผ็ดอมเปรี้ยว เลยทำให้กลายเป็นของกินที่เหมาะสำหรับคนที่มีลักษณะเมาเรือ เมารถ แล้วก็สตรีที่กำลังตั้งท้อง ซึ่งชอบมีลักษณะอาการแพ้ท้อง เอาไว้รับประทานตอนที่รู้สึกอ้วก เพราะจะช่วยบรรเทาอาการได้จ้ะ ไม่ต้องพึ่งยาแก้เมา หรือยาแก้แพ้ท้อง ทดลองใช้ขิงดองมองนี่ล่ะจ้ะ เด็ด !
* ช่วยล้างปากเวลากินอาหาร
 สำหรับหลายคนที่สงสัยว่าทำไมเวลาไปทานอาหารประเทศญี่ปุ่นแล้วบนจานอาหารญี่ปุ่นจะมีขิงดอง คำตอบก็คือขิงดองพวกนั้นมีไว้รับประทานล้างปากจ้ะ โดยส่วนมากสำหรับในการทานอาหารประเทศญี่ปุ่น จะรับประทานขิงดองตามเข้าไปภายหลังทานอาหารจานนั้นหมดแล้ว เพื่อไม่ให้รสชาติของกินจานเดิมติดอยู่ในปากกระทั่งทำให้มีความรู้สึกมันและรับประทานจานถัดไปไม่ไหว ทั้งยังยังเป็นเหตุให้ลิ้มชิมรสอาหารจานต่อไปได้อย่างมากอีกด้วย
* โซเดียมต่ำ
 หากแม้ขิงดองจะมีรสจัด แต่ว่าน่าแปลกที่ขิงดองเป็นอาหารที่มีโซเดียมต่ำมากเมื่อเทียบกับของกินหมักดองประเภทอื่นๆเมื่อนำมากินและก็ทำให้ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจกับจำนวนโซเดียม ลดการเสี่ยงที่จะกำเนิดความดันเลือดสูงลงไปได้อีกเยอะเลย
คุณประโยชน์ซึ่งมาจากขิง รวมทั้งโทษที่คุณอาจนึกไม่ถึง
ข้อควรไตร่ตรองสำหรับในการทานขิง
- อาจจะก่อให้เกิดภาวะเข้าแทรกสำหรับเพื่อการตั้งท้องได้
 มีบางการเรียนรู้พบว่าขิงมีความเชื่อมโยงกับภาวะแทรกซ้อนสำหรับในการมีท้องรวมทั้งการแท้ง แต่ว่าในการท้องรายอื่นๆนั้นไม่พบว่าการกินขิงจะมีผลให้เกิดอาการเหล่านั้นขึ้น แถมยังช่วยลดอาการอาเจียนจากการแพ้ท้องได้อีกด้วย ฉะนั้นคุณควรจะไปปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะที่ใช้ขิงสำหรับในการรักษาอาการแพ้ท้องด้วยตัวเองจ้ะ
- ทำให้เกิดแผลร้อนในภายในปากได้
 ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน หากกินเข้าไปในจำนวนที่มากก็จะสามารถเยื่อบุด้านในโพรงปากเกิดการอักเสบกระทั่งเป็นอาการร้อนในได้ โดยเหตุนั้นไม่ควรรับประทานขิงมากเกินความจำเป็นค่ะ
- ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด
 การเรียนรู้หนึ่งในออสเตรเลียพบว่า ขิงนั้นมีสรรพคุณสำหรับในการต้านการแข็งตัวของเลือดมากยิ่งกว่ายาแอสไพริน สถาบันสุขภาพของประเทศออสเตรเลียได้ออกคำตักเตือนให้งดการกินขิงในเวลาที่ใช้ยาละายลิ่มเลือดเพราะจะทำให้เกิดการเสี่ยงสำหรับการกำเนิดอาการช้ำเลือดหรืออาการเลือดออกได้ ด้วยเหตุดังกล่าวหากว่าคุณมีลักษณะเลือดออกเปลี่ยนไปจากปกติหรือกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขิงจ้ะฃ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรขิง

7

น้ำมันเหลือง คืออะไร?
น้ำมันเหลือง ยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรประสิทธิภาพเลิศ ทำจากพืชสมุนไพรจำพวกต่างๆกัน คุณประโยชน์ที่ใช้ดม ทา นวด เพื่อบรรเทาอาการต่างๆคุณประโยชน์นี้ไม่ด้อยกว่ายาแผนปัจจุบันเลยทีเดียว
บริการนวดน้ำมันเหลืองและส่วนใหญ่สร้างความแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันและช่วยสำหรับในการย่อยของกินดียิ่งขึ้น.
ศิลปะที่สวยสดงดงามของการนวดได้ทวีความร้ายแรงเยอะขึ้นด้วยการนวดน้ำมันบางมากมาย. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณสมบัติรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อบริการด้านต่างๆสำหรับในการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันที่เยี่ยมที่สุดสำหรับสิ่งที่ต้องการส่วนบุคคลของคุณรวมทั้งบรรเทาร่างกายของคุณด้วยการนวดบรรเทาและฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อจะรักษาความสมดุลทางจิตวิญญาณของคุณรวมทั้งร่างกายที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.
ประโยชน์ซึ่งมาจากการนวดน้ำมัน
นวดจริงหมายความว่าการกระตุ้นเนื้อเยื่อของร่างกายด้วยมือ, เพื่อเกื้อหนุนสุขภาพและฟื้นฟูให้ร่างกายทั้งผอง. น้ำมันนวดถูกออกแบบมาเพื่อมือเลื่อนได้ง่ายขึ้นในระหว่างนวด รวมทั้งในเวลาเดียวกันเครื่องหอมอโรมาให้มีความผ่อนคลายมากที่สุดสำหรับทั้งกายและใจ. อ่านต่อไปเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากการนวดน้ำมันเหลืองแล้วก็ผ่อนคลายร่างกายของคุณที่มีประสบการณ์นวดสดชื่น.
การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
การนวดน้ำมันเหลืองเป็นวิธีในการดูแลภาวะผิวแล้วก็สุขภาพที่ขอแนะนำเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรรวมทั้งพืชต่างๆที่อุดมไปด้วยผลดีที่ดีต่อสุขภาพ โดนการนำสารสกัดกลิ่นและเนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอมหวน และก็สัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความตึงเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย น้ำมันเหลือง รวมถึงช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นและผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้เราจะพาไปดูคุณประโยชน์ซึ่งมาจากการนวดน้ำมันว่ามีคุณประโยชน์ในด้านใดบ้าง
          ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ สร้างจากสมุนไพรแท้ 100% ไม่มีส่วนผสมจากสเตอรอยด์หรือสารเคมีอันตรายใด  ซึ่งก็มีข้อบังคับจำกัดอยู่อย่างเดียวกันสำหรับในการใช้ ซึ่งในเรื่องที่มีการแพ้สาร Notoginsenoside, Flavonoid, การบูร
มาดูคุณประโยชน์ของน้ำมันนวดกันจ้ะ

  • ปวดก้านคอ บ่า ไหล่ จากการนั่งทํางานนานๆทํางานหน้าคอมฯ Office syndrome เป็นต้น
  • คนทํางานที่ต้องใช้กล้ามเนื้อ ดังเช่น ยกของหนัก
  • นักกีฬา หรือคนบาดเจ็บจากการออกกําลังกาย
  • นักท่องเที่ยว นักเดินทาง
  • คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับ กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ดังเช่น ข้อหัวเข่าอักเสบ, เอ็นอักเสบ, กระดูกทับ เส้นประสาท เป็นต้น
น้ำมันเหลือง ซึ่งพวกเรามาดูผลร้ายจากการทานยาคลายกล้ามเนื้อกันนะคะ เพราะอะไรถึงจะต้องเลือก น้ำมันนวดเนื่องจากว่า ยาคลายกล้ามปกติที่พวกเราทาน ทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกหายปกติจริง เราจะรู้สึกว่ามันหายเป็นปกติ และจากนั้นก็บริหารร่างกายได้ธรรมดาไม่เจ็บ แม้กระนั้นจริงๆแล้วกล้ามเนื้อยังอักเสบอยู่ ถ้าเกิดเรายังคงใช้งานกล้ามเนื้ออย่างเดิมจะมีผลให้กล้ามอักเสบเยอะขึ้น การที่รับประทานยาแล้วบริหารร่างกายส่วนนั้นต่อเป็นระยะเวลานานๆเข้า ก็อาจจะอัดเสบเรื้อรังได้ อันนี้เป็นข้อผลกระทบในทางร้ายทางอ้อมมาจากการทานยาคลายกล้ามเนื้อน้ำมันเหลือง ซึ่งคนโดยมากและก็จะใช้กล้ามเนื้อหรือดำเนินการธรรมดาทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเพราะพวกเราไม่ทราบสึกปวดหรือเจ็บแล้ว ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่ถูกเนื่องจากการทานยาคลายกล้ามเนื้อยาเมื่อพวกเราทาน
นํ้ามันนวด ตัวนี้เหมาะสำหรับผู้ใดกันแน่บ้าง?

  • ผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ผู้ที่ปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก
  • ผู้ที่ปวดมือแล้วก็คอจากการเล่นโทรศัพท์มือถือ
  • ผู้ที่ปวดหลังจาก Office syndrome
  • ผู้ที่ปวดข้อจากโรคเกาท์
  • คนที่ปวดเข่าจากโรคข้อต่ออักเสบ
  • ปวดขาจากการเดิน Shopping
  • เจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ตีดอท จนกระทั่งปวดมือ
  • ปวดคอจากการเล่นโทรศัพท์มือถือ
  • ปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก
  • ช๊อปจัดหนัก จนกระทั่งปวดขา


          สำหรับคนใดกันแน่ที่  มีติดบ้านกันไว้ก็ดีนะคะ เนื้อหานี้เป็นเพียงรีวิวการใช้สินค้า ซึ่งเป็นความนึกเห็นส่วนตัวเพียงแค่นั้นนะคะมิได้ขายคอแต่อย่างใด พวกเราใช้แล้วเห็นผลจริงจึงมาบอกต่อซึ่ง เนื้อหานี้เราได้หาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บต่างๆนะคะ น้ำมันเหลืองเพื่อมาประกอบสำหรับเพื่อการรีวิว ซึ่งถ้าเกิดมีข้อผิดพลาดประการใด สามารถแนะนำรวมทั้งแนะนำกันเข้ามาได้ และก็สามารถติดตามบทความรีวิว ของเราได้เรื่อยๆเลย รวมทั้งพวกเราจะมีผลิตภัณฑ์ดีๆตัวไหนมาแนะนำอีกห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ พบกันในบทความหน้า
การเลือกน้ำมันนวด
การเลือกน้ำมันเหลืองนวดขึ้นอยู่กับการใช้แรงงาน แล้วก็สรรพคุณต่างๆของน้ำมันนวดแต่ละประเภท โดยส่วนมากน้ำมันพื้นฐานที่นิยมนำมาผสมทำน้ำมันนวด อาทิเช่น น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากเมล็ดทานตะวัน ฯลฯ ซึ่งมีวิตามินอี สูงยิ่งกว่าน้ำมันที่ทำจากถั่วเหลือง แล้วก็น้ำมันเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่า วิตามินอี ปฏิบัติหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ดักจับ และทำลายของเสียที่รังควานเซลล์ต่างๆของร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลกไขมันในเส้นเลือด คุ้มครองป้องกันการเกิดมะเร็ง น้ำมันเหลือง นอกเหนือจากนี้น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันยังมีกรดไขมันไม่อิ่ม กรดไลโนเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต้องต่อสภาพร่างกาย อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวย

8

น้ำมันเหลือง
ส่วนผสมของสินค้า "น้ำมันเหลืองสมุนไพรมี

  • ไพลแก่ อายุอย่างต่ำ 1 ปี 200 กรัม
  • น้ำมันงา 50 กรัม
  • เมนทอลเกล็ด 100 กรัม
  • การบูร 100 กรัม
  • พิมเสน 25 กรัม
  • น้ำมันเหลืองหอมระเหยเลือกกลิ่นที่อยากได้ 10 ซีซี

    วิธีการทำผลิตภัณฑ์

  • นำไพลล้างให้สะอาด วางให้แห้ง แล้วหลังจากนั้นก็ให้นำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ
  • นำน้ำมันงาใส่กระทะใช้ไฟอ่อนๆใส่ไพลลงไปทอดให้เหลืองแล้วชูลง
  • กรอกกากของไพลออกให้เหลือแต่น้ำมันงา
  • นำเมนทอล การบูรแล้วก็พิมเสน ผสมคนจนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ละลายจนเป็นน้ำใส
  • เติมน้ำมันจากไพลที่ได้ในข้อ 3 น้ำหนัก 25 กรัม แล้วก็เติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นตามชอบ ได้แก่น้ำมันสะระแหน่ น้ำมันขิง อื่นๆอีกมากมาย น้ำหนัก 10 ซีซี คนให้กลมกลืน ใส่ใส่ภาชนะที่อยาก พร้อมใช้
วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ "น้ำมันเหลืองสมุนไพร

  • ใช้สูดดม ใช้ทารวมทั้งนวด ทุเลาอาการต่างๆ
สรรพคุณของสินค้า "น้ำมันเหลืองสมุนไพร ตำรับชาววัง"


บรรเทาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัด

  • แก้วิงเวียนหัว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
  • แก้กลยุทธ์ปวดเมื่อย บวมช้ำ
  • ทาถอดพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ปวดบวม
  • ทาท้องเพื่อขับลมภายในท้อง
  • ทาแผลมีดบาด ไฟใหม้ เลือดจะหยุดโดยทันทีและก็แผลจะหายไวขึ้น
  • ทาแก้ผดผื่น ตุ่มคัน แผลพุพอง เป็นหนอง
  • ทาแล้วช่วยให้จิตใจสงบ ช่วยผ่อนคลายเครียด
  • ทาก่อนนอนช่วยทำให้หลับง่ายดายมากยิ่งขึ้น
  • ทาเช็ดนวดอุ้งเท้า ไล่เลือดลม
ประโยชน์ของการนวดน้ำมัน
นวดจริงซึ่งก็คือการกระตุ้นเยื่อของร่างกายด้วยมือ, เพื่อผลักดันสุขภาพและฟื้นฟูให้ร่างกายทั้งหมดทั้งปวง. น้ำมันนวดถูกดีไซน์มาเพื่อให้มือเลื่อนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในระหว่างนวด และก็ในเวลาเดียวกันเครื่องหอมอโรมาให้มีความผ่อนคลายเยอะที่สุดสำหรับทั้งกายใจ. อ่านถัดไปเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้เกี่ยวกับประโยช์จากการนวดน้ำมันรวมทั้งบรรเทาร่างกายของคุณที่มีประสบการณ์นวดแจ่มใส.
เมื่อมาถึงการนวดน้ำมันเหลือง, มีหลายร้อยปิดตัวเลือกที่ไม่เหมือนกันให้เลือก. คุณได้อย่างอิสระสามารถเลือกจากเป็นจำนวนมากน้ำหอมรวมทั้งสีที่ต่างกันเพื่อบริการ. น้ำมันนวดบำบัด, น้ำมันร้อน, น้ำมันนวดกระตุ้นความรู้สึก, น้ำมันหอม
จะสามารถพบได้ในตลาดน้ำมันนวดเพื่อคุณสามารถเลือกที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการแล้วก็ความประสงค์ของคุณ.
สัมผัสของผู้คนสามารถมีการรักษาและพลังความมีชีวิตชีวาสำหรับผิวและก็นวดน้ำมันออกจากผิวนุ่มและเรียบ. นอกเหนือจากความรู้สึกสบาย thei พวกเขาถ่ายทอด, น้ำมันนวดนอกจากนี้ยังมีทางที่น่าอัศจรรย์ที่ช่วยบำรุงรักษาผิวของคุณและกำจัดจุดแห้งบนผิวของคุณ. แม้กระนั้น, หลังการนวด, จะเสนอแนะให้ใช้เวลาอาบน้ำที่ผ่อนคลายเพื่อล้างน้ำมันออกมาจากร่างกายของคุณ. น้ำ จะยังช่วยผิวรูขุมขนจะเปิดก็เลยผลักดันการดูดซึมของน้ำมันนวดเข้าสู่ผิวของคุณ. ลองมองกันผลดีต่อสุขภาพที่สำคัญของการนวดน้ำมันบรรเทา.
ลดการ ความเครียด
น้ำมันเหลือง เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากมาย ลดความตึงเครียด รวมทั้งความตึงเครียดที่มีการสะสมภายในร่างกายของคุณในระหว่างวันที่อ่อนล้า.
น้ำมันนวดน้ำมันหอมระเหยที่มีน้ำมันหอมระเหยที่สงบประสาท, ช่วยให้คุณผ่อนคลายและก็กำจัดความนึกคิดแง่ลบที่สะกิดความเครียด.
สุภาพ, สัมผัสการดูแลการแสดงในงานนวด, ช่วยให้คุณ รักษา แล้วก็คืนจิตวิญญาณและความสมดุลทางอารมณ์ของคุณ.
เสริมการไหลเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น
หนึ่งในผลตอบแทนที่สำคัญที่สุดของน้ำมันเหลืองนวด คือมันช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดแล้วก็ในขณะเดียวกันจะช่วยลดระดับความดันเลือดซึ่งเป็น น.
ต้นสายปลายเหตุ ajor สำหรับผู้ที่พบเจอปัญหาที่เกี่ยวกับ ความดันเลือดสูง.
นวดน้ำมันที่เยี่ยมของคุณผ่อนคลายร่างกายรวมทั้งช่วยเหลือการนอนที่ดีมากกว่าสำหรับวัน.
คนจำนวนไม่น้อยเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสจากความแปลกของการนอนต่างๆได้สังเกตเห็นการปรับปรุงแก้ไขในนิสัยการนอนของพวกเขาหลังการรักษาด้วยการนวดบรรเทา. น้ำมันเหลืองนวดกระตุ้นจิตใจแล้วก็จิตวิญญาณ การบำบัด, โดยเหตุนั้นคนจำนวนมากมีประสบการณ์การนอนหลับลึกและก็พักผ่อนเยอะขึ้นเรื่อยๆ.
1.การนวดน้ำมันเหลืองจะเข้าไปช่วยกระตุ้นลักษณะการทำงานของระบบประสาท ให้ดำเนินงานก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลดอาการเคร่งเคลียดให้เราบรรเทาจากการความเหน็ดเหนื่อยและก็ความเหนื่อยอ่อนสะสม
2.การนวดน้ำมันเหลือง จะเข้าช่วยการกระตุ้นแนวทางการทำงานของโลหิต ให้ทำงานได้ดิบได้ดีมีคุณภาพมากขึ้นและสามารถหล่อเลี้ยงออกสิเจนรวมทั้งสารอาหารต่างๆไปทั่วร่างกายอย่างสมบูรณ์ คุ้มครองโรคต่างๆแล้วก็ลดความดันโลหิตก้าวหน้าด้วย
3.เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกาย ด้วยการเข้าไปปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมแล้วก็ฟื้นฟูระบบกล้าม ข้อต่อต่างๆภายในร่างกายให้ดำเนินงานก้าวหน้าแล้วก็มีประสิทธิภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆ
4.เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ด้วยเข้าไปกำจัดสารพิษ อีกทั้งภายในร่างกายแล้วก็ภาวะผิว ช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกมาส่งให้ผิวของคุณเรียบเนียนชุ่มชื้น มองเปล่งปลั่งและก็ชีวิตชีวามากเพิ่มขึ้น
5.ช่วยในหัวข้อการนอนให้ดีมากยิ่งกว่าเดิม บรรเทาสมองแล้วก็ร่างกายต่างๆส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้นอนสนิทได้ดีมากว่ากว่า ลดอาการนอนไม่หลับได้อย่างยอดเยี่ยม
ยิ่งกว่านั้นการนวดน้ำมันยังมีสาระอีกหลายแบบต่อร่างกาย ซึ่งนับได้ว่าเป็นโอกาสแก่แฟนสุขภาพได้อย่างยอดเยี่ยม
ลดอาการปวดหัวไมเกรน
     สำหรับเคยทรมานจากอาการปวดหัวไมเกรนอยู่บ่อย แพทย์ก็ได้แนะนำให้ทดลองไปนวดบำบัดสุขภาพดูบ้าง เพราะว่าจากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า คนที่มีอาการปวดศรีษะไมเกรนที่ได้รับบริการนวดตัวต่อเนื่องกัน 2-3 อาทิตย์ จะสามารถบรรเทาอาการใกล้กันของโรคไมเกรน และนอนได้อย่างสนิทขึ้นด้วยค่ะ
น้ำมันเหลือง อาการปวดหลัง เป็นอาการที่ทุกคนต้องเคยเผชิญ ซึ่งพอเพียงปวดหลังขึ้นมาทีไรพวกเราก็อยากจะเอนหลังพัก หรือไม่ก็ไปนวดผ่อนคลายอาการปวดเมื่อยล้า ทั้งๆที่จริงแล้วอาการปวดหลังบางครั้งอาจจะมิได้เกิดขึ้นจากอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเพียงเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดขึ้นจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอื่นๆได้อีกเยอะมาก ดังเช่นว่าที่เราจะพาทุกคนไปเรียนรู้สิ่งที่ทำให้เกิดลักษณะของการปวดหลังทางด้านขวา ว่าเกิดจากอะไรและอันตรายไหม เพื่อจะได้รู้เท่าทันลักษณะการเจ็บเจ็บป่วยของร่างกาย

Tags : น้ำมันเหลือง

9

น้ำมันนวดสมุนไพร
โรคนี้จะไม่สามารถที่จะหายไปได้เอง!
โรคต่างๆเกี่ยวกับข้อจะไม่สามารถหายสนิทได้เอง ถึงอาการที่แสดงออกมาจะร้ายแรงลดน้อยลงก็ตาม รวมทั้งท้ายที่สุดก็จะแปลงเป็นโรคเรื้อรังและก็นำมาซึ่งความทุกข์ยากในการดำรงชีวิตมากขึ้น
1.น้ำมันนวด จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ให้ทำงานได้ดีเยอะขึ้น ลดอาการเคร่งเคลียดให้พวกเราผ่อนคลายจากการความอ่อนแรงและความอ่อนล้าสะสม
2.การนวดน้ำมัน จะเข้าช่วยการกระตุ้นลักษณะการทำงานของโลหิต ให้ดำเนินการเจริญมีคุณภาพเยอะขึ้นรวมถึงสามารถหล่อเลี้ยงออกซิเจนแล้วก็สารอาหารต่างๆไปทั่วร่างกายอย่างครบถ้วน คุ้มครองโรคต่างๆและลดระดับความดันโลหิตได้ดิบได้ดีด้วย
3.เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกาย ด้วยการเข้าไปซ่อมบำรุงและก็ฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่อต่างๆในร่างกายให้ปฏิบัติงานก้าวหน้ารวมทั้งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
4.เพิ่มความชื้นให้กับผิว ด้วยเข้าไปกำจัดพิษ อีกทั้งภายในร่างกายและก็สภาพผิว ช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกมาส่งให้ผิวของคุณเรียบเนียนเปียกชื้น ดูผ่องใสรวมทั้งชีวิตชีวาเพิ่มมากขึ้น
5.น้ำมันนวดช่วยในประเด็นการนอนหลับให้ดีมากยิ่งกว่าเดิม ผ่อนคลายสมองรวมทั้งร่างกายต่างๆส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้นอนหลับสนิทได้ดีกว่ากว่า ลดอาการนอนไม่หลับได้อย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้การนวดน้ำมันยังมีสาระอีกหลายอย่างต่อสภาพร่างกาย ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางแก่คู่รักสุขภาพได้อย่างยอดเยี่ยม
ลดอาการปวดหัวไมเกรน
     สำหรับเคยทรมาทรกรรมจากอาการปวดหัวไมเกรนอยู่หลายครั้ง หมอก็ได้ชี้แนะให้ลองไปนวดบรรเทาสุขภาพดูบ้าง เพราะเหตุว่าจากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า ผู้ที่มีลักษณะอาการปวดศีรษะไมเกรนที่ได้รับบริการนวดตัวติดต่อกัน 2-3 อาทิตย์ จะสามารถทุเลาอาการข้างๆของโรคไมเกรน แล้วก็นอนได้อย่างสนิทขึ้นด้วยค่ะ
น้ำมันนวด สมารถเเก้ลักษณะของการปวดข้างหลัง เป็นอาการที่ทุกคนจำต้องเคยเผชิญ ซึ่งเพียงพอปวดหลังขึ้นมาทีไรเราก็อยากจะนอนพักผ่อน หรือไม่ก็ไปนวดผ่อนคลายอาการปวดปวดเมื่อย ถึงแม้ว่าจริงแล้วอาการปวดข้างหลังบางทีอาจจะไม่ได้มีต้นเหตุจากอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเพียงเท่านั้น แม้กระนั้นยังอาจเกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาสุขภาพอื่นๆได้อีกเยอะแยะ ได้แก่ที่เราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจต้นเหตุของลักษณะของการปวดข้างหลังทางด้านขวา ว่าเป็นผลมาจากอะไรและก็อันตรายไหม เพื่อได้ทราบทันลักษณะของการเจ็บเจ็บไข้ของร่างกาย
ปวดหลังขวาที่อยู่ข้างบน
          ลักษณะของการปวดหลังข้างขวาข้างบน เป็นลักษณะของการปวดข้างหลังที่อยู่บริเวณตั้งแต่บริเวณข้างหลังไหล่ไปจนกระทั่งใต้สะบัก เกิดขึ้นได้จากหลายกรณีร่วมกัน โดยต้นเหตุที่มักทำให้เกิดลักษณะของการปวดหลังด้านบนขวา มีดังนี้
ปวดหลังข้างขวา


การนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆหรือยกของหนักผิดท่า


          น้ำมันนวดสามารถช่วยการชูของหนักหรือการนั่งปฏิบัติงานในอาการที่ผิดต้องต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาที่นานๆๆก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนบนด้านขวาได้  โดยบริเวณข้างหลังส่วนบน เว้นแต่กล้ามหลังแล้ว ก็ยังเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อไหล่รวมทั้งกล้ามคอ ฉะนั้นถ้าเกิดมีอาการปวดหลังด้านขวาทางด้านบนจากการใช้แรงงานหนักก็มักจะมีลักษณะอาการปวดคอและไหล่ในด้านเดียวกันร่วมด้วย ทราบแบบงี้แล้วถ้าหากคนใดที่ยังนั่งดำเนินงานในท่าเดิมนานๆก็ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายบ้างนะคะ และก็น่าจะนั่งให้ถูกท่าด้วย โดยท่านั่งทำงานที่ถูกก็คือควรให้จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตาจ้ะ


ความแปลกของกระดูกรวมทั้งข้อ


          ม้ำมันนวดกระดูกบริเวณหลังส่วนบนนั้นประกอบไปด้วยกระดูกไหปลาร้า กระดูกไหล่ กระดูกสันหลัง และก็กระดูกต้นแขน ซึ่งหากว่ากำเนิดความเปลี่ยนไปจากปกติกับกระดูกเหล่านี้ก็อาจจะก่อให้บริเวณหลังขวาบนกำเนิดลักษณะของการปวดได้ โดยปัจจัยที่ทำให้กระดูกไม่ปกติก็ได้แก่ การเกิดอุบัติเหตุ หรือข้อต่อของกระดูกที่ข้างหลังส่วนบนขวามีการอักเสบ ยิ่งไปกว่านี้ภาวการณ์กระดูกพรุนก็สามารถกระตุ้นให้เกิดลักษณะของการปวดที่กระดูกบริเวณด้านขวาทางด้านบนได้ ในช่วงเวลาที่คนป่วยโรคมะเร็งบางประเภทในระยะแพร่ไป อย่างโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ และมะเร็งไต ก็จะมีลักษณะปวดกระดูกบริเวณหลังส่วนบนเช่นเดียวกัน


ความไม่ดีเหมือนปกติของอวัยวะภายใน


          ลักษณะของการปวดหลังส่วนบนขวาไม่ได้มีเหตุมาจากกล้ามเนื้อรวมทั้งกระดูกบริเวณข้างหลังส่วนบนเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังอาจเป็นเพราะเนื่องจากลักษณะการเจ็บป่วยของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้ อาทิเช่น โรคตับ นิ่วในไตและก็ในกระเพาะหรือลำไส้เล็กส่วนต้น โรคในถุงน้ำดี หรือแม้กระทั้งอาการติดโรคในไต หรืออาจจะมีการเกิดจากอาการไส้ติ่งอักเสบที่ทำให้ปวดแผ่ขยายขึ้นบริเวณข้างหลังด้านขวาก็ได้ ส่วนคุณผู้หญิง ถ้ามีลักษณะปวดที่ข้างหลังส่วนบนขวา โน่นบางทีอาจเป็นสัญญาณของซีสต์ในรังไข่ การติดเชื้อของท่อรังไข่ หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่รอบๆท่อรังไข่ได้อีกด้วยค่ะ


โรคที่เกี่ยวกับปอด


          น้ำมันนวด ปอดเป็นอวัยวะที่อยู่ส่วนบนของร่างกายซึ่งตรงกับหลังส่วนบนพอดี ฉะนั้นเมื่อปอดมีความผิดธรรมดาก็สามารถส่งผลให้เกิดอาการปวดข้างหลังส่วนบนได้ โดยอาการที่จะนำมาซึ่งลักษณะของการปวดข้างหลังด้านบนขวาก็ดังเช่น โรคปอดบวม โรคมะเร็ง อาการติดเชื้อของเยื่อหุ้มปอดหรือช่องอก ยิ่งกว่านั้นอาการน้ำหลากปอด หรือแม้กระทั้งหัวใจล้มเหลว ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังขวาที่อยู่ข้างบนได้ ดังนั้นแม้มีอาการปวดที่ข้างหลังด้านบนขวาแบบเรื้อรังแล้วก็รุนแรง ควรจะรีบไปพบหมอให้เร็วที่สุดจ้ะ

Tags : น้ำมันนวดสมุนไพร

10

คนท้องนวดขาได้ไหม ? ตอบคำถามสำหรับคุณแม่
          คนท้องใช้น้ำมันนวดขาได้ไหม มั่นใจว่าคำถามนี้คงจะเป็นคำถามยอดฮิตที่คุณแม่มือใหม่หลายคนต้องการรู้กันแน่ๆ เนื่องจากว่าคนท้องส่วนใหญ่ชอบมีปัญหาปวดเมื่อย โดยยิ่งไปกว่านั้นรอบๆต้นขา วันนี้เราจะพาคุณแม่ไปไขข้อสงสัยเรื่องนี้กันจ้ะ
          น้ำมันนวดสำหรับคุณแม่ที่กำลังท้อง ในระยะท้องแรกๆบางทีก็อาจจะไม่มีปัญหาเรื่องปวดเมื่อยสักเท่าไร แต่ว่าเพียงพออายุท้องเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆแล้วก็ด้วยฮอร์โมนในร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับสรีระแม่เริ่มเปลี่ยน รวมถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วย จึงทำให้ท่านแม่ส่วนใหญ่ร้อยทั้งยังร้อยมักจะมีปัญหาเมื่อยตามมา ซึ่งเรื่องนี้คุณแม่ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจด้วยเหตุว่านับว่าเป็นเรื่องปกติของคนท้องจ้ะ โดยเฉพาะในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 และก็ 3 คุณแม่จะมีลักษณะอาการปวดไปทั้งตัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นปวดหลัง ปวดเอว รวมทั้งปวดต้นขา เพราะจำเป็นต้องแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้นนั่นเอง ซึ่งลักษณะของการปวดเมื่อยล้ากลุ่มนี้แม่จะสามารถทุเลาลงได้ด้วยการนวดให้คลายปวด แต่ถึงอย่างงั้นม่าม้าคนจำนวนไม่น้อยคงไม่พ้นมีความกังวลใจว่า คนท้องนวดได้ไหม คนท้องนวดขาได้ไหม ? และเพื่อช่วยให้ม่าม้ากลุ้มใจลดลง วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปพบคำตอบกันจ้ะ
          สำหรับคุณแม่ตั้งท้องที่มีลักษณะอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามร่างกายต่างๆธรรมดาแล้วสามารถนวดได้ค่ะ แม้กระนั้นควรจะเป็นการนวดที่ไม่ร้ายแรงเกินไป นวดพอคลายเส้นแล้วก็คลายปวดก็เพียงพอ อย่างบริเวณแขนและขาแม่สามารถนวดได้เสมอๆเพราะว่าเป็นจุดที่ไม่ชมรมกับการแท้งบุตร ทั้งนี้ควรจะเลี่ยงการนวดรอบๆท้อง เนื่องจากว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการกระทบสะเทือนทำให้มีผลกับการตั้งครรภ์หรือแท้งลูกได้จ้ะ
          นอกจากนั้นสำหรับแม่ที่อยากนวด เดี๋ยวนี้ยังมีสถานที่นวดคนท้องอย่าง ร้านค้าสปา ร้านนวด หมอแผนไทย รวมทั้งแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่รับนวดสำหรับคนท้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยนะคะ ซึ่งแม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ตั้งแต่นวดตัว นวดคอ บ่า ไหล่ นวดแขนขา และนวดเท้าได้ แม้กระนั้นดังนี้คุณแม่ก็ควรที่จะทำการเลือกร้านค้าหรือสถานที่ที่ได้มาตรฐาน มีผู้ชำนาญสำหรับเพื่อการนวดสำหรับคนท้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากการนวดคนท้องนั้นจะไม่ราวกับการนวดคนปกติทั่วๆไป ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องให้ได้รับการฝึกซ้อมหรือทำความเข้าใจแนวทางนวดคนท้องอย่างแม่นยำเป็นคนนวดเพียงแค่นั้นค่ะ
          ต่อนี้ไปแม่ก็คงหายกลุ้มอกกลุ้มใจและมั่นใจเวลาจะนวดเพื่อคลายเมื่อยกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งการนวดนั้นนอกเหนือจากการที่จะช่วยให้อาการปวดน้อยลงแล้ว ยังจะช่วยทำให้แม่สามารถใช้น้ำมันนวดผ่อนคลาย หายเครียด รวมทั้งยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นอีกด้วยนะคะ แม้กระนั้นดังนี้ก็อย่างที่บอกไปช่วงต้น หากจะนวดก็ควรนวดเพียงเบาๆเท่านั้น หรือจะไปใช้บริการยังสถานที่นวดคนท้องโดยยิ่งไปกว่านั้นก็ได้จ้ะ จะได้มั่นใจว่าจะไม่กระทบกระเทือนกับลูกน้อยในท้องนั่นเอง
ปวดหลังทางด้านขวา อย่าชะล่าใจว่าเป็นเพียงแค่มีเหตุมาจากลักษณะของการปวดปวดเมื่อย เนื่องจากบางครั้งนี่อาจเป็นสัญญาณของลักษณะของการเจ็บป่วยที่คาดไม่ถึง
          น้ำมันนวดสามารถช่วยอาการปวดหลัง เป็นอาการที่ทุกคนจะต้องเคยพบเจอ ซึ่งพอปวดหลังขึ้นมาทีไรเราก็อยากจะนอนพัก หรือไม่ก็ไปนวดบรรเทาอาการปวดปวดเมื่อย ทั้งๆที่จริงแล้วลักษณะของการปวดข้างหลังบางทีก็อาจจะมิได้มีสาเหตุจากอาการปวดเมื่อยล้ากล้ามเพียงเท่านั้น แม้กระนั้นยังอาจเกิดขึ้นจากปัญหาสุขภาพอื่นๆได้อีกมากมาย อาทิเช่นที่พวกเราจะพาทุกคนไปศึกษาต้นเหตุของอาการปวดหลังทางด้านขวา ว่ามีต้นเหตุที่เกิดจากอะไรแล้วก็อันตรายหรือไม่ เพื่อที่จะได้รู้ทันอาการเจ็บเจ็บป่วยของร่างกาย
ปวดหลังด้านขวาทางด้านบน
          อาการปวดหลังข้างขวาด้านบน เป็นอาการปวดข้างหลังที่อยู่บริเวณตั้งแต่บริเวณข้างหลังไหล่ไปจนถึงใต้สะบัก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุร่วมกัน โดยมูลเหตุที่มักทำให้เกิดอาการปวดหลังด้านบนขวา มีดังนี้
ปวดหลังข้างขวา


การนั่งทำงานเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆหรือชูของหนักไม่ถูกท่า


          น้ำมันนวด สามารถช่วย อาการการชูของหนักหรือการนั่งทำงานในอิริยาบถที่ไม่ถูกจำต้องติดต่อกันเป็นเวลานานๆก็เป็นสาเหตุที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดลักษณะของการปวดกล้ามเนื้อบริเวณข้างหลังส่วนบนทางขวาได้  โดยรอบๆข้างหลังส่วนบน เว้นเสียแต่กล้ามหลังแล้ว ก็ยังเชื่อมต่อกับกล้ามไหล่แล้วก็กล้ามคอ ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าเกิดมีลักษณะอาการปวดหลังด้านขวาที่อยู่ข้างบนจากการใช้แรงงานหนักก็ชอบมีอาการปวดคอแล้วก็ไหล่ในด้านเดียวกันร่วมด้วย รู้อย่างงี้แล้วแม้ใครกันแน่ที่ยังนั่งดำเนินการในท่าเดิมนานๆก็ยืนขึ้นมายืดเส้นยืดสายบ้างนะคะ และน่าจะนั่งให้ถูกท่าด้วย โดยท่านั่งปฏิบัติงานที่ถูกต้องก็คือควรจะให้หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตาค่ะ


ความผิดปกติของกระดูกรวมทั้งข้อ


          กระดูกรอบๆหลังส่วนบนนั้นประกอบไปด้วยกระดูกไหปลาร้า กระดูกไหล่ กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นแขน ซึ่งถ้าหากเกิดความแปลกกับกระดูกเหล่านี้ก็อาจจะเป็นผลให้รอบๆหลังขวาบนกำเนิดอาการปวดได้ โดยสาเหตุที่ทำให้กระดูกเปลี่ยนไปจากปกติก็ได้แก่ การเกิดอุบัติเหตุ หรือข้อต่อของกระดูกที่หลังส่วนบนขวามีการอักเสบ ยิ่งกว่านั้นภาวการณ์กระดูกพรุนก็สามารถส่งผลให้เกิดลักษณะของการปวดที่กระดูกรอบๆด้านขวาบนได้  ระหว่างที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งบางประเภทในระยะแพร่ไป อย่างมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ รวมทั้งโรคมะเร็งไต ก็จะมีลักษณะปวดกระดูกบริเวณหลังส่วนบนเหมือนกัน


ความไม่ดีเหมือนปกติของอวัยวะภายใน


          น้ำมันนวดสามารถช่วยรักษาอาการ อาการปวดหลังส่วนบนขวามิได้เกิดจากกล้ามและกระดูกรอบๆหลังส่วนบนเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นเพราะเนื่องจากอาการเจ็บเจ็บป่วยของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้ อาทิเช่น โรคตับ นิ่วในไตและก็ในกระเพาะหรือลำไส้เล็กส่วนต้น โรคในถุงน้ำดี หรือแม้กระทั้งอาการติดเชื้อโรคในไต หรืออาจจะมีการเกิดจากอาการไส้ติ่งอักเสบที่ทำให้ปวดขยายขึ้นรอบๆหลังด้านขวาก็ได้ ส่วนคุณผู้หญิง หากมีลักษณะอาการปวดที่หลังส่วนบนขวา โน่นบางทีอาจเป็นสัญญาณของซีสต์ในรังไข่ การติดเชื้อของท่อรังไข่ หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่รอบๆท่อรังไข่ได้อีกด้วยค่ะ


โรคที่เกี่ยวกับปอด


          ปอดเป็นอวัยวะที่อยู่ส่วนบนของร่างกายซึ่งตรงกับหลังส่วนบนพอดี โดยเหตุนี้เมื่อปอดมีความผิดธรรมดาก็สามารถก่อเกิดอาการปวดข้างหลังส่วนบนได้ โดยอาการที่จะส่งผลให้เกิดอาการปวดข้างหลังด้านบนขวาก็อย่างเช่น โรคปอดบวม โรคมะเร็ง อาการติดโรคของเยื่อห่อปอดหรือช่องอก ยิ่งกว่านั้นอาการอุทกภัยปอด หรือแม้กระทั้งหัวใจล้มเหลว ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการปวดหลังด้านขวาที่อยู่ข้างบนได้ ฉะนั้นถ้ามีอาการปวดที่ข้างหลังข้างบนขวาแบบเรื้อรังและรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดจ้ะ

11

สมุนไพรตาตุ่มทะเล
ตาตุ่มทะเลExcoecaria agallocha Linn.
บางถิ่นเรียก ตาตุ่มทะเล} ตาตุ่ม (กึ่งกลาง); บูโคน (มลายู-ปัตตานี).
ไม้ใหญ่ ขนาดกึ่งกลาง สูง 8-15 ม. เปลือกสีเทาวาว. ใบ ผู้เดียว เรียงสลับกัน รูปไข่ หรือ รี กว้าง 2-5 ซม. ยาว 3-9 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ หรือ มน; ขอบใบเรียบ หรือ หยักเล็กน้อย; ก้านใบยาว 1-2 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ และดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อยาว 3-7 ซม.; กลีบรองกลีบดอกไม้ 3 กลีบ; เกสรผู้ 3 อัน ไม่ติดกัน อับเรณูมี 2 ช่อง กลม. สมุนไพร ดอกเพศเมีย ออกเป็นช่อยาว 1.5-3.5 ซม. กลีบรองกลีบโคนเชื่อมชิดกัน ปลายแยกเป็น 3 แฉก; รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย. ผล รูปกลมแป้น มี 3 พู กว้างราวๆ 6 มม. ยาวราวๆ 4 มม. เม็ด ค่อนข้างจะกลม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าชายเลน.
คุณประโยชน์ : ราก ตำ หรือ ฝน ประสมกับขิง เป็นยาพอก หรือ ทา แก้อาการบวมตามมือและก็เท้า ต้น ยางมีฤทธิ์กัดทำลาย ก่อให้เกิดอาการอักเสบ ถ้าหากเข้าตาจะก่อให้ปวดอักเสบมากมาย ถึงทำให้ตาบอดได้ แก่นเรียกว่ากระลำพัก (ตาตุ่มทะเล) เมื่อเผาไฟจะมีกลิ่นหอมาก ใช้เข้าเครื่องยา เป็นยาขับลม ฟอกเลือด ขับประจำเดือน ระบาย แล้วก็ขับเสลด หากเอาไม้ชนิดนี้ไปปักเลี้ยงหอยแมลงภู่ คนที่รับประทานหอยที่เกาะไม้นี้ จะทำให้ท้องร่วงได้  ควันที่เกิดขึ้นจากการเผาต้น ใช้รมแก้โรคเรื้อน  ยางต้นต้มรวมกับน้ำมัน ใช้ทาแก้โรคเรื้อน กัดแผลอักเสบเรื้อรัง ทาเช็ดนวดแก้ปวดตามข้อ และอัมพาต ถ้าหากรับประทานยางต้นในขนาดต่ำๆเป็นยาถ่าย แม้กระนั้นถ้าเกิดกินมากอาจจะเป็นผลให้สตรีแท้งลูกได้ ใบ เป็นพิษ น้ำสุกเปลือก กินเป็นยาทำให้อาเจียน เป็นยาถ่าย แก้โรคลมชัก รวมทั้งเป็นยาฝาดสมาน

12

รางจืด
ชื่อสมุนไพร  รางจืด
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน กำลังช้างเผือก , ขอยชะนาง , รางเอ็น , เครือชาเขียว (ภาคกลาง) , ยาเขียว , เครือเข้าเย็น , หนามแน้ (ภาคเหนือ) , ดุเหว่า (จังหวัดปัตตานี) , น้ำขัง (จังหวัดสระบุรี) , ทิดพุด (นครศรีธรรมราช) , คาย (ยะลา) , แอดแอ ,ย้ำแย้ (จังหวัดเพชรบูรณ์) จอลอดิเออ , กล่ำถะ ,พอหน่อเตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ  Blue trumphet vine , Laurel clockvine
ชื่อวิทยาศาสตร์  Thumbergia laurifolia Lindl
วงศ์    Acanthaceae
ถิ่นกำเนิด ยาเขียวเป็นพืชเถาในเขตร้อนและก็เขตอบอุ่นของทวีปเอเชีย ดังเช่น ประเทศแถบประเทศอินเดีย อินโดจีน ศรีลังกา เมียนมาร์ ไทย มาเลเซีย อินโนดีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมทั้งบริเวณกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และก็ไตหวัน ในประเทศไทยพบได้บ่อยตามป่าดงดิบหรือป่าดิบชื้นทั่วไป ในทุกภาคของประเทศ และก็เป็นพืชที่มักจะเจริญวัยได้เร็วมาก แม้กระนั้นปัจจุบันนิยมนำมาปลูกตามบ้านเมืองทั่วๆไป เพราะว่ามีการทำการวิจัยออกมาว่าสามารถกำจัด/ล้างสารพิษในร่างกายได้
ลักษณะทั่วไป
ต้นยาเขียวเป็นไม้เถาสามารถเลื้อยไปตามพื้นดินหรือพาดพันขึ้นหุ้มต้นไม้ใหญ่ๆได้ทั้งต้น เถามีลักษณะกลม ยกตัวอย่างเช่น ข้อบ้อง สีเขียว วาว เมื่อเถาแก่เป็นสีน้ำตาลมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ยาวได้มากกว่า 10 เมตร ใบเป็นใบคนเดียวสีเขียวเข้มออกเป็นคู่ตรงกันข้ามตรงข้อของลำต้น ใบมีลักษณะเหมือนใบย่านางรูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 เซนติเมตร (เซนติเมตร) ยาว 8-15 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนเว้าหรือหยักรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรือหยักตื้น เส้นใบมี 5 เส้น ออกฐานใบเดียวกัน  ดอก ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ช่อละ 3-4  ดอก กลีบดอกไม้แผ่ออกเป็นรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 แฉก โคนดอกเป็นหลอดกรวยยาวราว 1 เซนติเมตร มักมีน้ำหวานบรรจุอยู่ในหลอด ดอกมีสีม่วงปนน้ำเงิน ผลเป็นทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 1 เซนติเมตร เมื่อผลแห้งแล้ว จะแตก 2 ด้าน จากจะงอยส่วนบน มักมีดอกในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-จับพาพันธ์) ดอกที่โรยแล้วบางดอกบางทีอาจติดผล เมื่อแก่เปลือก ผลเป็นสีน้ำตาล แตกออกเป็น 2 ซีก เม็ดมีสีน้ำตาลมีปุ่มเล็กๆคล้ายหนามอยู่บนเปลือกเมล็ด และสามารถนำไปเพาะเพาะพันธุ์ต่อไปได้
การขยายพันธุ์
รางจืดสามารถเพาะพันธุ์ด้วยแนวทางเพาะเมล็ดหรือปักชำ สำหรับเพื่อการปักชำจะใช้กิ่งพันธุ์ที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี หรือกิ่งพันธุ์แก่ที่สีน้ำตาลอมเขียว ด้วยการตัดกิ่งยาว 20-30 เซนติเมตร โดยให้มีตากิ่งหรือข้อกิ่งติดมาอย่างต่ำ 1-2 ตา และหลังจากนั้นก็ค่อยนำปักชำในทรายหรือแกลบที่ไม่มีดินแล้วรดน้ำให้เปียกจนถึงรากแตกออกแล้วหลังจากนั้นก็ให้นำไปลงถุงเพาะชำเพื่อลงปลูกถัดไป หรือปักชำลงดินรอบๆที่อยากปลูก รวมทั้งรดน้ำบ่อย 1-2 ครั้ง/วัน จนกิ่งเริ่มแทงยอดอ่อน
สำหรับการปลูกจากการเพาะเม็ดนั้น นับว่าเป็นแนวทางซึ่งสามารถได้ต้นที่มีความแข็งแรงที่สุด เพราะเหตุว่าจะได้ต้นที่สามารถแตกกิ่งกิ้งก้านได้มาก กิ่งแขนงยาวได้หลายเมตร และลำต้นแก่ยาวนานมากกว่าการปลูกจากต้นเพาะชำ
แต่การขยายพันธุ์ยาเขียวโดยมากชอบนิยมใช้แนวทางการปักชำมากกว่า เพราะว่าช่องทางสำหรับการแตกหน่อมีมากยิ่งกว่า และก็ใช้เวลาน้อยกว่าการเพาะเม็ด สำหรับวิธีการปลูกรางจืดนั้นมีดังนี้  นำเอากิ่งที่ได้จากการปักชำ หรือต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด มาปลูกลงดินโดยให้ขุดหลุมปลูกมีความกว้างลึกราวๆ 1x1 ฟุต แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักโดยประมาณ 1 ใน 4 ของหลุม กลบดินบางส่วน วางกิ่งปลูกหรือต้นกล้าลงกึ่งกลางหลุมแล้วกลบขอบดินให้แน่น รดน้ำตามให้เปียก ควรจะปลูกขอบรั้วหรือกำแพงเพื่อเถารางจืดสามารถยึดเกาะและก็เลื้อยพาดไปได้ หรือไม่ก็ทำค้างให้เถารางจืดเกาะเลื้อย  ยาเขียวเป็นไม้ที่สามารถเจริญเจริญในดินแทบทุกชนิด รวมทั้งเป็นไม้ที่ต้องการแดดปานกลาง คือ ไม่ได้อยากแสงอาทิตย์ที่จัดมากเกินความจำเป็น แล้วก็มีความต้องการน้ำปานกลาง ในระยะต้นปลูกจำต้องรดน้ำให้ดินมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อต้นโตแล้วให้รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ในตอนเวลาเช้า ส่วนการให้ปุ๋ยนั้นใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ใส่บริเวณโคนต้นปีละ 2 ครั้ง โดยการลูกพรวนดินโคนต้นให้ร่วนเสียก่อนจึงให้ปุ๋ย แล้วรดน้ำตาม
การเก็บใบรางจืด  สำหรับใบรางจืดที่จะเก็บมาใช้ทางยา ควรที่จะเก็บจากต้นที่แก่ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป แล้วก็ให้ทยอยเก็บจากใบข้างล่างรอบๆโคนกิ่งก่อน และก็ค่อยเก็บไปจนถึงกึ่งกลางกิ่ง ไม่สมควรเก็บให้ถึงรอบๆปลายกิ่งหลังจากเก็บมาแล้ว ถ้าเกิดไม่ใช้ทันที ให้นำใบมาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปผึ่งแดด 5-7 แดด เมื่อแห้งแล้วให้เก็บใสถุงหรือกล่องไว้ ระวังอย่าให้โดนน้ำ เพราะว่าอาจกำเนิดเชื้อราได้
ส่วนประกอบทางเคมี ฟลาโวนอยด์, ฟีนอลิก, apigenin, cosmosin, delphinidin-3,5-di-O-beta-D-glucoside, chlorogenic acid, caffeic acid, lutein – Chlorophyll a Chlorophyll b  Pheophorbide a  Pheophytin a
ประโยชน์ / คุณประโยชน์
                ยาเขียวจัดเป็นยารสเย็นใช้ปรุงเป็นยาเขียวลดไข้ ทำลายพิษผิดสำแดง และพิษอื่นๆใช้แก้ร้อนใน กระหายน้ำ รักษาโรคหอบหืดเรื้อรัง และแก้ผื่นคันจากอาการแพ้ต่างๆใช้แก้พิษเบื่อเมาเหตุเพราะเห็ดพิษ สารหนู หรือสารกำจัดแมลง
                แบบเรียนยาไทย: ใบ ราก รวมทั้งเถา รสจืดเย็น ตำคั้น หรือเอารากฝนกับน้ำ หรือต้มเอาน้ำยาดื่มทำลายพิษ แก้ไข้ ทำลายพิษยาเบื่อเมา แก้ร้อนในอยากกินน้ำ แก้เมนส์ไม่ปกติ แก้ปวดหู ตำพอก แก้ปวดบวม เถาและก็ใบ รับประทานแก้ร้อนในอยากดื่มน้ำ แก้พิษร้อนต่างๆราก รสจืดเย็น แก้อักเสบ แก้ปวดบวม แก้แฮงค์ แก้ลักษณะของการปวดหัวมึนหัวสาเหตุจากพิษเหล้า ทำลายพิษสุรา พิษตกค้างในร่างกาย ใช้รากเข้ายารักษาโรคอักเสบรวมทั้งปอดบวม รากและเถา ใช้รับประทานเป็นยารักษาอาการร้อนในอยากกินน้ำ รักษาพิษร้อนทั้งมวล ทั้งยังต้น รสจืดเย็น ทำลายพิษยาเบื่อเมา หรือใช้ปรุงเป็นยาเขียว ถอนพิษไข้ ทำลายพิษผิดสำแดง พิษเบื่อเมาเนื่องด้วยเห็ดพิษ สารหนู หรือสารกำจัดแมลง รวมทั้งพิษทั้งผอง  รักษาหอบหืดเรื้อรัง แก้ผื่นคันจากอาการแพ้ต่างๆปรุงยาแก้มะเร็ง แพทย์ยาแผนไทยใช้เพื่อช่วยจับพิษในตับหรือล้างพิษในตับ
           สมุนไพรประจำถิ่นล้านนา: ใช้ ใบรวมทั้งราก ปรุงเป็นยาทำลายพิษไข้ เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อนลวก ไฟลุก ทำลายพิษยาฆ่าแมลง พิษจากสตริกนินให้เป็นกลาง พิษจากดื่มเหล้ามากเกินความจำเป็น หรือยาเบื่อชนิดต่างๆ(ระบุว่ารากรางจืดมีตัวยามากกว่าใบ 4-7 เท่า))
           ตำราเรียนยาพื้นเมืองจังหวัดโคราช: ใช้ ใบ แก้เบาหวาน
           ประเทศมาเลเซีย: ใช้ใบแก้ระดูแตกต่างจากปกติ แก้ปวดบวม
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้มีการทำการวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของรางจืดมานานแล้ว ซึ่งส่งผลการค้นคว้าวิจัย ดังนี้

  • พุทธศักราช 2521 นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มัธยมมหิดล เป็นกรุ๊ปแรกที่ทดลองป้อนผงรากยาเขียวให้หนูทดลองก่อนให้น้ำยาสตริกนินแต่ว่าพบว่าไม่เป็นผล หนูชักรวมทั้งตาย แต่หากผสมกับน้ำยาสตริกนินก่อนป้อน พบว่าหนูทดลองไม่เป็นอะไร หมายความว่าผงรากยาเขียวสามารถซึมซับสารพิษประเภทนี้ไว้
  • พ.ศ. 2523 อาจารย์พระสรัสวดี เตชะเสนแล้วก็ภาควิชา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้น้ำคั้นใบยาเขียวป้อนตัวทดลองที่กินยาฆ่าแมลง“โฟลิดอล”พบว่าแก้พิษได้ ลดอัตราการตายลงจาก 56% เหลือแค่ 5% เท่านั้น ในเวลาที่แนวทางการฉีดกลับไม่เป็นผล
  • พุทธศักราช 2551 สุชาสินี คงกระพันธ์ ใช้สารสกัดแห้งใบรางจืดป้อนตัวทดลองที่ได้รับสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์แกนโนฟอสเฟตชื่อมาราไธออนพบว่าช่วยเหลือได้ 30%
  • พุทธศักราช 2553 จิตบรรจง ตั้งปอง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พบว่าสารประกอบในใบยาเขียวช่วยปกป้องการเสียชีวิตของเซลล์ประสาทของตัวทดลองที่ได้รับพิษจากสารตะกั่ว จึงสามารถคุ้มครองปกป้องสูญเสียการเรียนและก็ความจำได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง


มีการวิจัยเรื่องใบยาเขียวสามารถปกป้องตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่กำจัดพิษภายในร่างกาย ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยรักษาชีวิตของคนที่ได้รับพิษ พุทธศักราช 2543 รายงานวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าสารสกัดแห้งของน้ำใบรางจืดคงจะส่งผลลดความเป็นพิษของตับจากแอลกอฮอล์ได้ พ.ศ. 2548 พรเพ็ญ เปรมโยธิน จุฬาลงมือณ์มหาวิทยาลัย รายงานผลว่าสารสกัดน้ำรางจืดแสดงฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ทั้งยังในหลอดทดลองแล้วก็ในหนูทดลอง  แล้วยังพบว่า สารสกัดน้ำใบรางจืดมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระด้วย
นอกเหนือจากนั้นยังมีการใช้ประโยชน์จากรางจืดอีกอาทิเช่น ยอดอ่อน ดอกอ่อนสามารถใช้รับประทานเป็นผักได้ โดยจะใช้ลวก แกงกิน ก็ทำได้ราวกับผักท้องถิ่นปกติ ยิ่งไปกว่านี้เด็กๆตามต่างจังหวัดยังนิยมกินน้ำหวานจากดอกรางจืดที่บ้านได้อีกด้วย โดยไม่เกิดอันตรายอะไรก็ตามแม้กระนั้นอย่างไรก็ดี การกินรางจืดในจำนวนต่อเนื่องกันโดยตลอด อาจจะจำเป็นต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวของโลหิตวิทยาหรือเคมีคลินิกที่บางทีอาจเกิดขึ้นต่อไปด้วย
ชายาเขียว ใบรางจืดสามารถนำมาหั่นเป็นฝอย ตากลมให้แห้งแล้วเอามาชงกับน้ำร้อนดื่มแทนชาได้ แล้วก็ยังมีกลิ่นหอมยวนใจรวมทั้งยังช่วยล้างพิษในร่างกายได้อีกด้วย  ในขณะนี้ได้มีการนำสมุนไพรรางจืดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ แคปซูลยาเขียวหรือยาเขียวแคปซูล เพื่อความสะดวกและก็ไม่ยุ่งยากต่อการใช้ประโยชน์  ดอกรางจืด เอามาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำ แล้วกรองแยกกาก ก่อนนำน้ำที่ได้ใช้ทำของว่าง ใช้หุงข้าว หรือใช้ทำสีผสมอาหารอื่นๆซึ่งจะให้สีม่วงอ่อนหรือสีคราม หรือสีอื่นตามประเภทสีของดอก
คนรุ่นเก่ามีความเชื่อว่า การกินน้ำต้มจากรางจืดสามารถช่วยแก้คุณไสย ยาสั่งหรือมนต์ดำที่คนอื่นๆทำแก่ตนได้  ใบรางจืดตากแห้งแล้ว เอามาบดให้รอบคอบ ใช้ผสมในอาหารสัตว์ เช่น ของกินหมู อาหารไก่ ฯลฯ ช่วยเสริมภูมิต้านทานต่อโรค และก็ช่วยรักษาให้สัตว์มีอัตราการรอดสูงขึ้นภายหลังที่ได้รับเชื้อโรค

ต้นแบบ/ขนาดวิธีการใช้ สำหรับในการรักษาพิษ ใช้ใบสด 10 -12 ใบ นำมาตำจนกระทั่งละเอียดผสมกับน้ำแช่ข้าวประมาณครึ่งแก้ว ส่วนการใช้ผลดีจากรากยาเขียวสำหรับการรักษาพิษ ใช้ราก 1-20 องคุลี ให้นำมาฝนหรือนำมาตำกับน้ำซาวข้าว แล้วเอามาดื่มให้หมดทันทีที่มีลักษณะ รวมทั้งบางครั้งก็อาจจะจำเป็นต้องใช้ซ้ำอีกภายในครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงเหมือนกับการใช้ใบยาเขียว  หรือใช้ใบรางจืดทำเป็นชาแล้วกินครั้งละ 2-3 กรัม โดยชงกันน้ำร้อน 100-200 ซีซี วันละ 3 ครั้งกระโน้นอาหารหรือเมื่อมีอาการ รักษาโรคเบาหวาน ให้ใช้ใบยาเขียวราว 58 ใบ มาโขลกให้ถี่ถ้วนแล้วผสมกับน้ำแช่ข้าวรับประทานครั้งละ 1 แก้ว 3 เวลา แก้อาการแพ้ ผื่นคัน ลดการเกิดโรคผิวหนัง โดยใช้ใบหรือเถาสด 10-15 ใบหรือเถาขนาดยาว 10 ซม. ต้มในน้ำโดยประมาณ 10 ลิตร อาบแต่ละวัน โดยประมาณ 5-7 วัน  แก้เมื่อย โดยนำใบ 10-20 ใบ หรือ ใช้เถาตัดเป็นชิ้นๆยาว 1-2 นิ้ว ก่อนนำไปแช่สุราดื่มทุกส่วนเอามาตำหรือบดผสมน้ำ ใช้สำหรับพอกแผล ระงับลักษณะของการปวด ลดอาการบวม และก็กำจัดพิษจากสัตว์ต่อย เช่น งูกัด แมงป่อง ตะขาบ แมงดาทะเล           ทุกส่วนออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการดูแลและรักษาแผล เช่น รักษาเชื้อไวรัสเริม ด้วยการบดผสมน้ำน้อย ก่อนนำไปประคบรอบๆรอยแผลเริม  ทุกส่วนเอามาบดผสมน้ำน้อย ก่อนเอามาประคบหรือทาแผลสด แผลหนอง ซึ่งจะช่วยให้แผลแห้งเร็ว ลดการติดเชื้อ ลดอาการบวมของแผล  ทุกส่วนนำมาต้มน้ำดื่มหรือคั้นน้ำกินสำหรับใช้เป็นยาแก้ร้อนใน รวมทั้งช่วยบรรเทาอาการหิวน้ำ  น้ำสุกจากทุกส่วน เอามาดื่มอุ่นๆสำหรับรักษา และทุเลาอาการท้องเสียหรือของกินเป็นพิษ
การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา  มีรายงานศึกษาค้นคว้าในสัตว์ทดลองพบว่า สารสกัดน้ำจากใบรางจืด ขนาด 2 และ 3 ซีซี/น้ำหนักตัว 100 กรัม แล้วก็ขนาด 3.5 กรัม/กิโลกรัม มีผลลดพิษจากยาฆ่าแมลงในกรุ๊ปออร์กาโนฟอสเฟตในหนูได้ โดยทำให้อัตราการตายต่ำลง  และก็ยังมีมีงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยทางสถานพยาบาลที่เกี่ยวโยงกับการขับยากำจัดแมลงออกมาจากร่างกาย พบว่ารางจืดจะถอนพิษได้ดี โดยเฉพาะพิษที่เกิดขึ้นจากยากำจัดศัตรูพืช ”โฟลิดอล” รวมทั้งพิษออกฤทธิ์เกี่ยวโยงกับแนวทางการทำงานของ Cholinergic system โดยการเรียนในเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและก็ตรวจเจอระดับสารฆ่าแมลงในร่างกาย จำนวน 49 คน พบว่าเมื่อให้อาสาสมัครรับประทานชารางจืดขนาด 8 กรัม/วันหรือยาหลอก นาน 224 ชั่วโมง พบว่าขนาดยาฆ่าแมลงในเลือดของอาสามัครที่ได้รับยาเขียวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 7, 14 และก็ 21 ของการทดลอง และก็จากการเรียนของดวงรัตน์รวมทั้งภาควิชา พบว่าโดยยาเขียวมีผลเพิ่มปริมาณ Cholinesterase ในเลือดของเกษตรกรที่ได้รับยาฆ่าแมลง
สาขาวิชาสรีรวิทยา ภาควิชาแพทยศาสตร์ มหาวทิยาลัยศรีนครินทรพิโรฒ จึงได้เรียนรู้ฤทธิ์ของสารสกัดรางจืดต่อเซลล์สมอง พบว่ายาเขียวมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับยาเสพติดแอมเฟทามีน รวมทั้งโคเคน โดยทั่วไปเพิ่มการหลั่งโดพามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่หลั่งมากมายในขณะที่ผู้ป่วยได้รับสารแอมเฟทามีน และก็ไปเพิ่ม activity ของเซลล์ประสาทในสมองส่วน nucleus accumbens , globus pallidus,amygdala,frontal cortex ,caudate putamen and hippocampus ที่เกี่ยวเนื่องกับ  reward and locomotor behaviour ทำให้คาดว่าในคนเจ็บ ที่เข้ารับการดูแลรักษา/บำบัดรักษาสิ่งเสพติด ที่ได้รับการรักษาด้วยสารสกัดรางจืด อาจกำเนิดความพิงพึงพอใจเหมือนกับการรับสารเสพติด หากใช้ประโยชน์สำหรับเพื่อการรักษาคนเจ็บจะทำให้คนเจ็บไม่ต้องทุรนทรายมากมาย ก็เลยบางทีอาจเป็นสาเหตุหนึ่งคราวการดูแลรักษาด้วยสารสกัดสมุนไพรเห็นผล
คณะเภสัชศาตร์ จุฬาลงมือณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการค้นคว้าฤทธิ์ของรางจืดสำหรับเพื่อการต้านพิษแอลกอฮอล์ต่อตับ พบว่าสารสกัดด้วยน้ำของรางจืดช่วย คุ้มครองการเสียชีวิตของเซลล์ตับจากพิษของแอลกอฮอล์ ในหลอดทดลองและก็ในหนูแรตคราวได้รับแอลกอฮอล์ โดยทำให้ค่า AST,ALT ในพลาสม่าและก็ตรีกลีเซอร์ไรด์ในตับลดน้อยลง และก็ลดการเปลี่ยนแปลงสภาพทางจุลพยาธิวิทยาของตับเมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับเเอลกอฮอล์อย่างเดียว
                เนื่องจากสารสกัดด้วยน้ำของรางจืดช่วยลดการเกิด heppatic lipid peroxidation ลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด และเพิ่มระดับเอนไซม์ alcohol dehydrogenase แล้วก็ aldehyde dehydrogenase
ส่วนมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เรียนฤทธิ์ของรางจืดต่ออาการขาดเหล้า พบว่าสารสกัดรางจืดได้ผลลดสภาวะไม่มีชีวิตชีวาและทำให้พฤติกรรมที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของหนูเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ แม้กระนั้นไม่มีผลลดความรู้สึกหนักใจ ขึ้นรถสกัดราถงจืดช่วยลดการถูกทำลายเซลล์ประสาทของหนูเนื่องจากว่าขาดสุราในสมองส่วน messolimbic dopaminergic system โดยยิ่งไปกว่านั้นที่บริเวณ  nucleus accumbens แล้วก็ ventral tegmental area
ในหนูโรคเบาหวานที่ได้รับน้ำต้มใบรางจืดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนน้ำคั้นใบรางจืดสดในขนาด ๕๐ มิลลิกรัม/มิลลิลิตรที่ให้หนูโรคเบาหวานดื่มแทนน้ำนาน ๑๒ วัน ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด
นอกจากนั้น ยังมีการทดสอบพบว่าการให้สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด แล้วก็ทำให้บีต้าเซลล์ของตับอ่อนฟื้นฟูขึ้นบ้างแม้จะไม่สมบูรณ์ ในเรื่องของฤทธิ์ลดระดับความดันนั้นพบว่าสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดแห้งมีผลทำให้ความดันเลือดของหนูแรตน้อยลง โดยกลไกการออกฤทธิ์ส่วนใดส่วนหนึ่งอาจผ่าน Cholinergic receptor รวมทั้งทำให้เส้นเลือดแดงคลายตัว
การใช้สมุนไพรในผู้ป่วยโรคเบาหวานแล้วก็ความดันนี้พึงจะรำลึกว่าจะต้องมีการดูแลและรักษาร่วมไปกับแผนปัจจุบันและก็มีการวัดระดับน้ำตาลและก็ระดับความดันอย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุว่าการเรียนรู้ยังอยู่ในขั้นตอนของสัตว์ทดลองแค่นั้น และก็ต้องระวังการเกิดการเสริมฤทธิ์กันของตัวยาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
มีการค้นคว้าทำการวิจัยว่ายาเขียวมีฤทธิ์ต้านทานการอับเสบสูงขึ้นยิ่งกว่ามังคุดโดยประมาณ 2 เท่า(ทดสอบด้วยแนวทาง Carrageenan induced paw edema) ในหนูถีบจักรแล้วก็ยังมีความปลอดภัยสูงยิ่งกว่าอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดยาเขียวในลักษณะของครีมสามารถลดการอักเสบก้าวหน้าเท่ากับสตีรอยด์ครีม
ฤทธิ์สำหรับการต่อต้านมะเร็ง มีการเล่าเรียนฤทธิ์ต่อต้านการก่อกลายพันธุ์ พูดอีกนัยหนึ่งสารใดๆมีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์มีประสิทธิภาพสูงสามารถก่อโรคมะเร็งได้ แต่ว่ารางจืดมีฤทธิ์ต่อต้านไม่ให้สารนั้นออกฤทธิ์ มีการเรียนรู้โดยให้หนูกินสารสกัดของกวาวเครือซึ่งกวาวเครือจะไปมีฤทธิ์กระตุ้นการแบ่งตัวและก็การสร้างนิวเคลียสของเม็ดเลือดแดง กล่าวอีกนัยหนึ่งนิวเคลียสของเม็ดเลือดแดงจะเป็นก้อน ใหญ่ขึ้น และมีการแบ่งตัว นั่นคือกวาวเครือไปทำให้การเกิด micronuclei ของเม็ดเลือดแดงเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าให้สัตว์ทดลองกินรางจืดร่วมด้วย พบว่าสามารถลดการเกิด micronuclei ได้ ซึ่งทั้งยาเขียวแบบสดรวมทั้งแบบแห้งสามารถใช้ได้ผลด้วยเหมือนกัน นับเป็นข้อดีอีกข้อหนึ่งของยาเขียว
โดยพบว่าสารออกฤทธิ์อาจเป็นกรดฟีนอลิก ได้แก่ caffeic acid รวมทั้ง apigenin รวมทั้งสารกรุ๊ปคลอโรฟิลล์ ดังเช่น chlorophyll a, chlorophyll b, pheophorbide a และ pheophytin a ซึ่งสารกลุ่มนี้มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระสูงมากมาย
สารสกัดน้ำ เอทานอล และก็อะซิโทน มีฤทธิ์ต้านการก่อกลายจำพวก โดยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง เพราะว่าสาร 2-aminoanthracene ได้ร้อยละ 87 เมื่อพินิจพิจารณาด้วยแบคทีเรีย Salmonella typhimurium TA 98 รวมทั้งสามารถเพิ่มหลักการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีควิโนนรีดักเทส ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ในการกำจัดเซลล์มะเร็งระยะเริ่มต้น ได้ตั้งแต่ 1.35-2.8 เท่า ทั้งยังยังมีรายงานการดูแลและรักษาคนป่วยพิษแมงดาทะเล ช่วงวันที่ 4 ก.พ. 2522 โดยมีรายงานว่ามี  คนป่วย 4 ราย กินยำไข่แมงดาทะเล อาการขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ ทุกรายมีอาการชารอบปาก และอาเจียนคลื่นไส้ อาการชาจะลามไปกล้ามเนื้อผูกต่างๆที่เป็นโทษคือทำให้หายใจไม่ได้ ผู้เจ็บป่วย 2 รายสลบ จำเป็นต้องใช้เครื่องที่ใช้สำหรับในการช่วยหายใจ ระยะที่เริ่มแสดงอาการตั้งแต่ 40 นาที จนถึง 4 ชั่วโมง หลังกิน ด้วยเหตุว่าพิษของแมงดาทะเล คือเทโทรโดทอกซิน (Tetrodotoxin) ไม่มียาแก้พิษจำเป็นต้องรักษาตามอาการ ภายหลังได้น้ำสมุนไพรยาเขียว 50 มล. ทางหลอดสวนจมูก-กระเพาะ ผู้เจ็บป่วยเริ่มรู้ตัว รวมทั้งอาการดียิ่งขึ้นตามลำดับ หลังจากได้รับน้ำสมุนไพร 40 นาที คนไข้อีกรายได้รับการกรอกน้ำรางจืดด้วยเหมือนกัน ในขนาด 50 มล. ทุก 1 ชม. 5 ครั้ง หลังจากได้รับน้ำสมุนไพร 5 ชั่วโมง คนป่วยเริ่มรู้ตัว รวมทั้งอาการดีขึ้นเป็นลำดับ
การเรียนทางพิษวิทยา
การทดสอบความเป็นพิษฉับพลันที่ป้อนหนูทดลองครั้งเดียว ทั้งขนาดธรรมดาและขนาดสูง ไม่พบความเปลี่ยนไปจากปกติอะไรก็ตามและป้อนต่อเนื่องกัน 28 วัน ขนาด 500 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ไม่พบอาการไม่ดีเหมือนปกติเช่นเดียวกัน แม้กระนั้นอาจส่งผลให้น้ำหนัก ตับ ไต สูงยิ่งกว่ากรุ๊ปควบคุม  ค่าชีวเคมีที่เกี่ยวกับไตสูงมากขึ้น รวมทั้ง AST สูงมากขึ้น
          การเล่าเรียนพิษเรื้อรังของสารสกัดน้ำจากใบ โดยป้อนหนูแรทขนาด 20  200  1,000  2,000 มก./กก./วัน หรือคิดเป็น 1, 10, 50 และ 100 เท่า ของขนาดที่ใช้ในคนเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว การกินของกิน การกระทำ รวมทั้งสุขภาพทั่วไปของหนู อวัยวะภายในอีกทั้งระดับมหพยาธิวิทยารวมทั้งจุลพยาธิยังคงปกติ และไม่นำไปสู่พิษสะสม ไม่ทำให้หนูตาย
มีการเรียนรู้ความเป็นพิษของรางจืดต่อการกลายพันธุ์ของแบคทีเรีย พบว่า สารสกัดจากรางจืดไม่เป็นผลทำให้แบคทีเรียกลายพันธุ์อะไร ทั้งยังพบว่า สารสกัดจากยาเขียวสามารถต่อต้านการกลายพันธุ์ได้ด้วย
คำแนะนำ/ข้อควรไตร่ตรองมี

  • การเล่าเรียนกล่าวว่า รากของรางจืดนั้นจะมีสรรพคุณ ทางยามากกว่าที่ใบถึง 4-7 เท่า
  • ควรที่จะใช้ให้ถี่ถ้วนและไม่ควรจะใช้ติดกันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกิน 30 วัน
  • ควรระวังสำหรับการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน ด้วยเหตุว่าอาจจะก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับยาประเภทอื่นเป็นเวลานานเนื่องจากอาจขับสารเคมี หรือตัวยาภายในร่างกายออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้ที่จะต้องใช้ยารักษาอย่างสม่ำเสมอ
  • ยาเขียวบางทีอาจได้ผลข้างๆ สำหรับคนเจ็บที่เป็นโรคหอบหืดได้โดยเมื่อเกิดอาการแพ้ยาเขียวก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีผลต่อระบบทางเท้าหายใจได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าหรูหราอาการแพ้มากน้อยแค่ไหน หากมีอาการแพ้ไม่มากมายก็บางทีอาจจะเป็นแค่ผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง
เอกสารอ้างอิง

  • ปัญญา อิทธิธรรม และคณะ 1999 การใช้สมุนไพรรางจืดขับสารฆ่าแมลงในร่างกายของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
  • วิสาตรี คงเจริญสุนทร และปิยรัตน์ พิมพ์ สวัสดิ์,2552. ฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียกลุ่มแกรมลบฉวยโอกาสบางสายพันธุ์ของสารสกัดเมทานอลจากรางจืด. วารสารวิทยาศาสตร์บูรพา.
  • ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร.รางจืดราชาของยาแก้พิษ.คอลัมน์.เรื่องเด่นจากปก.นิตยสารหมอชาวบ้านเล่มที่385.มกราคม.2554
  • รางจืด.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • รศ.พร้อมจิต ศรลัมพ์.รางจืด สมุนไพรแก้พิษและล้างพิษ.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. http://www.disthai.com/
  • รางจืดสมุนไพรล้างพิษ.คู่มือสมุนไพรล้างพิษสำหรับประชาชน.สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข.สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.พิมพ์ครั้งที่2.มีนาคม 2554.20หน้า
  • รางจืดสรรพคุณรางจืด สมุนไพรลดและกำจัดสารพิษ.พืชเกษตรดอทคอมเว็บเพื่อพืชเกษตรไทย
  • Toxicity รางจืดและข่อยดำ.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • ดวงรัตน์ เชี่ยวชาญวิทย์,กำไร กฤตศิลป์,เชิดพงษ์ น้อยภู่, 2545. การใช้สมุนไพรรางจืดเพิ่มปริมาณเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรสในซีรั่มของเกษตรกรที่พบพิษสารกำจัดศัตรูพืชในร่างกาย)
  • ข้อมูลสรรพคุณของรางจืดในการข้อยาฆ่าแมลงออกจากร่างกายเกษตรกร.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • กนกวรรณ สุขมาก;นงนุช คุ้มทอง;สมยศ เหลืองศรีสกุล;อภันตรี โอชะกุล เตือนใจ ทองสุข , 2547 .การศึกษาประสิทธิผลของสมุนไพรรางจืดในการป้องกันการสะสมของสารเคมีกำจัดแมลงในกระแสโลหิตของเกษตรกร ต

13

ฝรั่ง
ชื่อสมุนไพร  ฝรั่ง
ชื่ออื่นๆ/ ชื่อท้องถิ่น มะก้วย  มะก้วยกา มะกา (จังหวัดเชียงใหม่) , มะปั่น (ลำปาง) , บักสีดา (อีสาน) , สีดา (นครพนม) จุ่มโป่ (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) , ชมพู่ (ปัตตานี) , ยามู ,คุณย่าหมู (ภาคใต้) ยะมูบุเตบันยา (ทุ่งนาราธิวาส , มลายู) , ยะริง (ละว้า) , ฮวงเจี๊ยะหลิ่วกังซิวก้วยแปะจีฉิ่ว (จีน)
ชื่อสามัญ  Guava
ชื่อวิทยาศาสตร์  Psidium guajava Linn
ตระกูล  MYRTACEAE
บ้านเกิดเมืองนอน ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีถิ่นเกิดหรือเป็นพืชท้องถิ่นของเมริกาเขตร้อน De Candolle เชื่อว่าอยู่ระหว่างประเทศเม็กซิโก รวมทั้งเปรู รวมถึงหมู่เกาะอินดีสตะวันตกด้วยชาวสเปนนำจากฝั่งแปซิฟิคไปยังประเทศฟิลิปปินส์ รวมทั้งประเทศโปรตุเกสนำจากฝั่งตะวันตกไปยังอินเดีย สำหรับในประเทศไทยนั้น คาดว่ามีการนำเข้ามาในประเทศไทยในตอนยุคของสมเด็จพระท้องนารายณ์มหาราช ปัจจุบันนี้เป็นพืชมีขึ้นทั่วๆไปในเขตร้อนรวมทั้งครึ่งหนึ่งร้อน ปลูกเป็นไม้ผลตามบ้าน ตามสวนทั่วไป
ลักษณะทั่วไป ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง 5-10 เมตร ลำต้นแขนงมีเนื้อไม้เหนียวแข็งดี เปลือกต้นเรียบมีเหลืองอ่อนออกเทา และก็มีรอยลอกออกเป็นแผ่นๆก้านอ่อนมีลักษณะสี่เหลี่ยม มีขนสีขาวๆสั้น ก้านแก่ ขนตกไปหมด ยอดอ่อนมีขนสีขาวสั้นๆปกคลุม ใบเป็นใบโดดเดี่ยวออกตรงข้ามกันมีน้อยที่ออกเป็นวง (ที่ข้อเดียวกันออกเกินกว่า 2 ใบ) ใบรูปไข่ยาว 5-12 เซลเซียสม. หรือกว้าง 3-5 เซลเซียสม. ขยี้ใบดมดูเหมือนจะมีกลิ่นหอม ใบบางเหมือนแผ่นหนัง ปลายใบมนหรือแหลมสั้น ฐานใบค่อยๆขยายแหลมออกมายังกลางใบ ขอบของใบเรียบข้างหลังใบมีสีเขียวแก่ มีรอยเส้นใบ (บุ๋มลงไปบางส่วน) ท้องใบมีขนสั้นๆสีขาวอ่อนนุ่ม รวมทั้งมีเส้นใบเป็นรอยนูนออกมา มีเส้นใบ 7-11 คู่ ก้านใบยาว 4 ซม. ดอกอาจออกเป็นช่อ 1-4 ดอก มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวกลมมน กลีบดอกไม้สาวบางๆหลุดตกง่าย ยาว 2-2.5 ซ.ม. มีเกสรตัวผู้มาก มีก้านเกสรตัวผู้สีขาวยาวเท่าๆกับกลีบดอกไม้ มีอับเรณูสีเหลืองอ่อน มีก้านเกสรตัวเมีย 1 อันยาวพุ่งขึ้นมาสูงกว่าก้านเกสรตัวผู้ รังไข่อยู่ด้านล่างมี 5 ห้องรวมทั้งลักษณะทรงกลม และก็มีกลีบเลี้ยงเหลือติดอยู่ที่ปลายผล ผลทรงกลม  มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวราวๆ 3-15 ซ.มัธยม เนื้อผลโดยมากมีสีเหลือง ขาว หรือชมพู มีกลิ่นหอมยวนใจ เม็ดแข็ง เป็นรูปไตมีจำนวนมาก ขนาดเมล็ด 0.3-0.5 ซม. สีขาวอ่อน พบได้ทั่วไปปลูกตามบ้านหรือสวนทั่วไปเอาผลไว้รับประทานหรือขาย
การขยายพันธุ์    สามารถเติบโตเจริญในทุกสภาพดิน แล้วก็ทนต่อความแล้ง และก็น้ำขังได้เล็กน้อย แม้กระนั้นโดยธรรมดามักชอบเจริญวัยก้าวหน้าในดินร่วนซุยปนทราย ที่มีสภาพพื้นที่มีการระบายน้ำดี สามารถได้ผลผลิตได้ราว 1 ปีหลังปลูก ผลสามารถเก็บได้ในช่วง 4-5 เดือน หลังติดดอก  โดยปกติจะได้ผลได้ในช่วงปลายฤดูแล้งถึงต้นหน้าฝนเป็นช่วงมี.ค.-เดือนมิถุนายน
                สำหรับในการแพร่พันธุ์ฝรั่งสามารถทำได้หลายแนวทาง เป็นต้นว่า การปลูกด้วยเม็ด การทาบกิ่ง การติดตา การปักชำ แต่แนวทางที่นิยมเยอะที่สุดเป็นการทำหมันกิ่ง
การเตรียมดิน รวมทั้งการเตรียมแปลง สำหรับเพื่อการปลูกฝรั่งนั้น สามารถทำได้ 2 แบบตามภาวะพื้นที่ คือ

  • พื้นที่ดินเหนียว น้ำหลากขังง่าย แล้วก็มีระบบน้ำมากเกินพอเพียง ให้กระทำขุดร่องลุกประมาณ 1 เมตร กว้าง 1-2 เมตร เพื่อเป็นแถวร่องสำหรับเพื่อการให้น้ำ การเตรียมแปลง และการปลูกเอาไว้ภายในรูปแบบนี้พบได้บ่อยในพื้นที่ลุ่มภาคกลางเป็นส่วนมาก
  • พื้นที่ทั่วไปที่มีระบบระเบียบน้ำไม่พอ สามารถปลูกไว้ในแปลงโดยไม่ชูร่องหรือการชูร่องสูงโดยประมาณ 30 ซม. ระยะห่างระหว่างร่องราว 3-4 เมตร ทั้งนี้ ให้ทำไถดะ 1 ครั้ง เพื่อตากดิน และก็กำจัดวัชพืช รวมทั้งไถแปร 1 ครั้ง โดยเว้นตอนห่างโดยประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อจากนั้นทำการไถยกร่อง
สำหรับแนวทางการปลูกฝรั่ง มีดังนี้

  • ใช้กิ่งพันธุ์จากการตอนหรือการปักชำ
  • ขุดหลุมปลูก กว้าง ลึก ขนาด 50×50 เซนติเมตร แต่ละหลุมห่างกันราว 3 เมตร ระยะห่างระหว่างแถวโดยประมาณ 3-4 เมตร หรือตามขนาดระยะห่างของร่อง
  • รองพื้นด้วยปุ๋ยธรรมชาติหรือมูลสัตว์ราวๆ 0.5 กิโล/หลุม หรือขนาด 1 พลั่วตัก พร้อมคลุกดินผสมก้นหลุมให้สูงโดยประมาณ 1 ฝ่ามือ ดังนี้บางทีอาจผสมปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 ในอัตรา 1 กำมือ/หลุมก็ได้
  • นำกิ่งจำพวก จากการทำหมันหรือการปักชำลงหลุมปลูก โดยกลบดินสูงเหนือปากหลุมนิดหน่อย ทั้งนี้ควรจะให้ดินกลบเหนือเขตรากสูงราวๆ 10-15 เซนติเมตร
  • ใช้หลักไม้ปักหลุม แล้วก็ผูกเชือกยึดลำต้น
  • เมื่อปลูกเสร็จควรให้น้ำให้เปียกแฉะโดยทันที


การให้น้ำ เริ่มให้น้ำคราวแรกข้างหลังการปลูกเสร็จให้เปียกชุ่ม จากนั้น ให้น้ำทุก 2 ครั้ง/วัน เช้า-เย็น จนต้นฝรั่งตั้งตัวได้ โดยอาจเลือกใช้ระบบการให้น้ำที่มีคุณภาพ ต่อไปอาจกระทำการให้น้ำลดลง ขึ้นกับภาวะอากาศ และความชุ่มชื้นของดิน ซึ่งไม่ควรปล่อยให้ดินแห้ง ขาดน้ำ โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงติดผล แต่ในช่วงติดดอกไม่สมควรให้น้ำมากมายซึ่งในขณะนี้เพียงแต่ระวังไม่หน้าดินแห้งก็ เพียงพอ
                โดยสายพันธุ์ของฝรั่งที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ ยกตัวอย่างเช่น ประเภท แป้นสีทองคำ , ชนิดกิมจู , ประเภทกลมสาลี่ , ประเภทไม่มีเม็ด , พันธุ์เวียดนาม ฯลฯ
ส่วนประกอบทางเคมี
quercetin, quercetin-3-arabinoside , quercetin 3-O-b-L-arabinoside (guajavarin),                                    quercetin 3-O-b-D-glucoside (isoquercetin), quercetin 3-O-b-D-galactoside (hyperin),                             quercetin 3-O-b-L-rhamnoside (quercitrin) รวมทั้ง quercetin 3-O gentiobioside , Tannin ในผิวฝรั่งเมื่อนำมาสกัดน้ำมันระเหย พบสารต่างๆเป็นต้นว่า 1,8-cineole  ,   a-copaene,  trans-caryophyllene  , humulene  ,  a-amorphene ,    nerolidol   , caryophyllene oxide ,  epigiobulol, longitorenedehyde , aromaden dendrene , helifdenolC ฯลฯ  และก็สำหรับค่าทางโภชนาการของฝรั่งต่อ (165 กรัม) คือ

  • พลังงาน 112 กิโลแคลอรี
  • เส้นใยอาหาร 8.9 กรัม
  • โปรตีน 4.2 กรัม
  • ไขมัน 1.6 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 23.6 กรัม
  • วิตามินเอ 1030 IU
  • วิตามินซี 377 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 1 0.1 มก.
  • วิตามินบี 2 0.1 มก.
  • วิตามินบี 3 1.8 มก.
  • กรดโฟลิก 81 ไมโครกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 30 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 66 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.4 มก.
  • ธาตุโพแทสเซียม 688 มก.
  • ธาตุทองแดง 0.4 มก. ที่มา : Wikipedia


คุณประโยชน์/คุณประโยชน์ ฝรั่งเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากได้ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก หรือคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะว่าฝรั่งอุดมไปด้วยกากใยอาหาร เมื่อกินแล้วจะมีผลให้อิ่มนาน ช่วยกำจัดท้องร้อง ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงเดิม ช่วยทำให้ปรับระดับการใช้อินซูลินของร่างกายให้เหมาะสม แล้วก็ยังช่วยล้างพิษโดยรวมได้อีกด้วย จึงส่งผลทำให้ผิวพรรณมองผ่องแผ้วสดใส โดยฝรั่งจัดคือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ทุกชนิด รวมทั้งยังมีวิตามินซีสูขี้งกว่าส้มถึง 5 เท่า รวมทั้งยังนิยมนำฝรั่งไปดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆดังเช่น ฝรั่งดอง ฝรั่งแช่บ๊วย พายฝรั่ง และขนมอีกหลายประเภท รวมถึงนำมาใช้ทำเป็นยาแคปซูลแก้ท้องเสียจากใบฝรั่ง ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม ซึ่งใส่แคปซูลละ 250 มก.
                นอกจากนั้นน้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่งยังมีการใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร ดังเช่นว่า หมากฝรั่ง ลูกกวาด รวมทั้งเอามาผสมหรือแต่งกลิ่นในน้ำยาบ้วนปากได้อีกด้วย ส่วนคุณประโยชน์ทางยาของฝรั่งนั้นมีดังนี้ ตำราเรียนยาไทยระบุว่า เปลือกต้น, ราก รสฝาด อ่อนโยน ใช้แก้แผลเป็นพิษ แก้ปวดฟัน โรคลักปิดลักเปิด แก้อาการเลือดกำเดา แก้น้ำเหลืองเสีย แผลพุพอง ใบรสฝาดเปียก สุขุมไม่มีพิษ ใช้เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง บิดเรื้อรัง ลมพิษ ผื่นคัน รอยแผลที่มีเลือดออก ผลที่ยังไม่สุก รสเปรี้ยว ฝาดอ่อนโยน ใช้แก้ท้องเดิน บิด ดับกลิ่นปาก แก้ปวดฟัน ผลหมูสหวานหอมใช้เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ใช้ห้ามเลือดต้านทานการอักเสบ ลดน้ำตาลในเลือด โดยใช้เปลือกแห้งหนัก 10 กรัม ต้มน้ำกิน ใบแห้งหนัก 3-5 กรัม ถ้าหากเป็นใบสดใช้หนัก 15-30กรัม ต้มน้ำดื่ม หากใช้ภายนอกต้มเอาน้ำชะล้างหรือตำพอก ผลที่ยังไม่สุก แห้งหนัก 6-10 กรัม ต้มน้ำกิน
รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

  • แก้ลำไส้อักเสบ บิด ใช้ใบสด 30-60 กรัม ต้มน้ำกิน
  • แก้กระเพาะลำไส้อักเสบรุนแรงและก็ท้องเดิน ที่เกิดขึ้นมาจากการย่อยไม่ดี ใช้ใบแห้งหนัก 10-15 กรัม ต้มน้ำกิน
  • แก้รอยแผลเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการหกล้มหรือกระทบกระแทกหรือบาดแผลมีเลือดออก ใช้ใบสดตำพอกแผลด้านนอก
  • แก้ปวดฟัน ใช้เปลือกรากผสมน้ำส้มสายชูต้มเอามาอมแก้ปวดฟัน
  • แก้เด็กเป็นแผลเล็กแผลน้อยเรื้อรัง ใช้เปลือก ราก ต้มร่วมกับขนไก่ เอามาชำระล้างรอยแผล
  • แก้ผิวหนังเป็นผื่นผื่นคัน ใช้เปลือกต้นสดและใบต้นเอาน้ำชำระล้างบริเวณที่เป็น
  • แก้ท้องเดิน ใช้ใบหรือผลดิบ ต้มรับประทานต่างชา (ใบแห้ง 5 กรัม ใส่น้ำ 100 มล.)
  • ใช้สวนล้างช่องคลอดหลังคลอด ใช้น้ำสุกจากใบสดอุ่นๆสวนล้าง
  • ใช้สำหรับในการดับกลิ่นปาก ด้วยการนำใบสด 3-5 ใบมาเคี้ยวแล้วคายกากทิ้ง
  • ช่วยรักษาอาการเสียงแห้ง แก้คออักเสบโดยการใช้ผลที่ตากแห้งต้มน้ำกิน
  • ยอดอ่อนๆปิ้งไฟให้เหลืองกรอบ ชงน้ำกินแก้ท้องเดิน บิด ใบสดเคี้ยวอมกำจัดกลิ่นบุหรี่ สุรา และกลิ่นปากได้ดิบได้ดี
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ลดการบีบตัวของไส้ แก้ท้องเดิน             จากการศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางยาของฝรั่งพบว่าการให้ยาเม็ดแคปซูลใบฝรั่งครั้งละ 500 มก. ทุก 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วัน กับผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคอุจจาระหล่น 122 คน สามารถลดจำนวนครั้งของการถ่ายอุจจาระ ช่วงเวลาที่อึ แล้วก็ปริมาณน้ำเกลือที่ให้ตอบแทนได้  การให้ยาเม็ดแคปซูลฝรั่งขนาด 500 มก. (ที่มีสารฟลาโวนอยด์ 1 มิลลิกรัม/แคปซูล 500 มก.)  ทุก 8 ชั่วโมง ตรงเวลา 3 วันในคนไข้ที่มีลักษณะท้องเสีย ปวดท้อง ปริมาณ 50 คน จะสามารถลดการบีบตัวของลำไส้แล้วก็ลดช่วงเวลาเจ็บท้องได้   การให้ยาต้มของฝรั่งในผู้เจ็บป่วยเด็กที่เป็นโรคไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส (Rota virus) 62 คน ทำให้อาการด้านใน 3 วัน ระยะเวลาท้องร่วงสั้นลง และไม่เจอเชื้อ Rota virus ในอุจจาระมากกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปควบคุม
                 สารสกัดใบฝรั่งด้วยคลอโรฟอร์ม เฮกเซน เมทานอล และก็น้ำ สามารถลดการเคลื่อนไหว รวมทั้งการยุบเกร็งของลำไส้เล็กของหนูตะเภาและหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้มีการขยับเขยื้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยอะเซทิลโคลีน  สารสกัดใบฝรั่งด้วยเอทานอลจำนวนร้อยละ 50 สามารถยับยั้งการหดตัวของลำไส้เล็กส่วนปลายของหนูเม้าส์ที่ถูกรั้งนำให้หดตัวด้วยกระแสไฟฟ้า อะเซทิลโคลีน แล้วก็แบเรียมคลอไรด์ได้อย่างสมบูรณ์ แล้วก็สามารถยับยั้งอาการท้องเดินในหนูเม้าส์ที่ถูกชักพาให้เกิดอาการท้องเสียด้วยน้ำมันละหุ่ง โดยฝรั่งจะไปเพิ่มการดูดซึมน้ำในลำไส้แล้วก็ลดการบีบตัวของลำไส้   สารสกัดด้วยน้ำของใบฝรั่งสดสามารถยั้งอาการท้องเดินได้ โดยลดจำนวนครั้งของการอุจจาระในหนูซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้กำเนิดอาการท้องเสียด้วยยา microlax ได้
                 ส่วนสกัดของสารกลุ่ม polyphenolic, saponin และ alkaloid จากใบฝรั่ง สามารถยับยั้งการยุบเกร็งของลำไส้เล็กของหนูตะเภาที่รั้งนำให้หดเกร็งด้วยอะเซทิลโคลีนและโปตัสเซียมคลอไรด์ได้   สาร quercetin แล้วก็ quercetin-3-arabinoside จากใบฝรั่ง สามารถต้านการหดตัวของลำไส้เล็กที่ถูกรั้งนำด้วยอะเซทิลโคลีน ทำให้ไส้มีการเคลื่อนไหวลดลง  นอกนั้นสาร quercetin ในใบฝรั่งยังสามารถยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้เล็กในหนูแรทและก็หนูตะเภาซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิดอาการหดเกร็งด้วยสารละลายโปตัสเซียม  อะเซทิลโคลีน ธาตุแบเรียมคลอไรด์ ฮีสตามีน แล้วก็ซีโรโทนินได้ และสามารถลดความรู้ความเข้าใจสำหรับการซึมผ่านของๆเหลวของเส้นเลือดฝอยบริเวณท้องซึ่งมีผลช่วยรักษาอาการท้องร่วง  สาร quercetin 3-O-b-L-arabinoside (guajavarin), quercetin 3-O-b-D-glucoside (isoquercetin), quercetin 3-O-b-D-galactoside (hyperin), quercetin 3-O-b-L-rhamnoside (quercitrin) รวมทั้ง quercetin 3-O-gentiobioside จากใบฝรั่ง สามารถลดการหดเกร็งของลำไส้เล็กหนูเม้าส์ได้   สาร asiatic acid จากใบฝรั่งมีผลทำให้กล้ามเนื้อของลำไส้เล็กส่วนปลายของกระต่ายคลายตัว  สารสกัดผลฝรั่งดิบด้วยเมทานอลมีฤทธิ์ต่อต้านการหลั่งอะเซทิลโคลีนในลำไส้เล็กของหนูแรทแล้วก็หนูตะเภาได้ แต่ว่ามีฤทธิ์น้อยกว่าอะโทรไต่ โดยฝรั่งส่งผลทำให้ลำไส้มีการขยับเขยื้อนลดน้อยลง ทำให้รักษาอาการท้องเสียได้    สารสกัดฝรั่ง (ไม่ระบุส่วน) สามารถลดการบีบตัวของลำไส้เล็กของหนูแรทได้
ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียมีการศึกษาการต้านเชื้อแบคทีเรียหลายรายงาน เช่น สารสกัดเอทานอลของฝรั่ง สามารถต้านทานเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli, Salmonella enteritidis, Shigella flexneri ได้  สารสกัดน้ำ ความเข้มข้น 10-5 มคลิตร/มล. ทดสอบในจานเพาะเลี้ยงเชื้อ  พบว่าสามารถยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Shigella dysenteriae ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคบิดได้ สารสกัดเปลือกต้น
ด้วย 70% เอทานอล  ความเข้มข้น 250 มิลลิกรัม/มล. ทดสอบในจานเพาะเลี้ยงเชื้อ พบว่าสามารถยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่นำไปสู่โรคอุจจาระตกหมายถึงStaphylococcus aureus, Vibrio cholerae และ V. parahaemolyticus แต่ว่าไม่เป็นผลต่อเชื้อ E. coli, Shigella  flexneri, Salmonella typhimurium สารสกัดราก กิ่ง และก็ใบฝรั่งด้วย 50% เอทิลอัลกอฮอล์  ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อ  พบว่าสามารถยั้งเชื้อแบคทีเรีย E. coli, Sh. dysenteriae, Sh. flexneri, S. typhimurium ที่เป็นสาเหตุส่งผลให้เกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร แต่ไม่มีผลต่อเชื้อ Salmonella enteritidis สารสกัดกิ่งฝรั่งด้วยเอทานอล:น้ำ อัตราส่วน 1:1 ความเข้มข้น 50 มคล. สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย Sh. dysenteriae, Sh. flexneri (ซึ่งนำไปสู่โรคบิด) E. coli (แบคทีเรียในลำไส้) S. typhimurium (กระตุ้นให้เกิดโรคไข้รากสาดน้อย) แต่ไม่เป็นผลต่อเชื้อ S. enteritidis สารสกัดทิงเจอร์ของฝรั่ง สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย V. chlorea ที่เป็นต้นเหตุของอหิวาตกโรค ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้แต่ว่าสำเร็จปานกลาง  น้ำมันหอมระเหยของใบฝรั่ง สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus แม้กระนั้นไม่เป็นผลต่อเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli, S. typhimurium ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้  สารสกัดใบฝรั่งด้วยปิโตรเลียมอีเทอร์ ความเข้มข้น 1,000 มคก./มิลลิลิตร สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย Enterococcus faecalis ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้ แต่ว่าไม่มีผลต่อเชื้อ E. coli, S. typhimurium, S. aureus สารสกัดใบฝรั่งด้วยน้ำ ความเข้มข้น 20 มิลลิกรัม/มล. พบว่าสามารถต้านทานเชื้อแบคทีเรีย S. dysenteriae 1 (กระตุ้นให้เกิดโรคบิด) แล้วก็ V. chlorea (ทำให้เกิดอหิวาตกโรค) ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้ ซึ่งขนาดความเข้มข้นต่ำสุดที่ยั้งได้ (MIC) มีค่าเท่ากับ 1.25, 5 มก./มล. ตามลำดับ
สารสกัดผลดิบของฝรั่งด้วยเมทานอล  ในขนาด 50,100, 300 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย Sh. dysenteriae 1, Sh. dysenteriae 2, Sh. dysenteriae 4, Sh. dysenteriae 8 และก็ V. chlorea 1350 ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้ ซึ่งความเข้มข้นต่ำสุดที่ยับยั้งได้ (MIC) มีค่าพอๆกับ 100-200 มคกรัม/มิลลิลิตร สารสกัดหยาบคายของใบฝรั่ง สามารถยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Vibrio ที่แยกได้จากกุ้งกุลาดำที่เป็นโรค 23 สายพันธุ์ ซึ่งความเข้มข้นต่ำสุดที่ยับยั้งได้ (MIC) มีค่าเท่ากับ 1.25-5.00 มก./มล. สารสกัดใบฝรั่งด้วยอะซีโตน และ 95% เอทานอล สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย Salmonella B, S. newport, S. typhimurium, Sh.  flexneri ยิ่งไปกว่านี้สารสกัดใบ ลำต้นฝรั่งด้วย 95% เอทานอล ยังสามารถต้านทานเชื้อแบคทีเรีย E. coli ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้อีกด้วย  สารสกัดใบ ลำต้นฝรั่งด้วยน้ำ สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย E. coli, Sh. flexneri, S. aureus แม้กระนั้นไม่เป็นผลต่อเชื้อ Salmonella B, S. newport และก็ S. typhimurium ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อ
สารสกัดใบฝรั่งด้วยเมทานอล  สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย Sh. flexneri ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้ ซึ่งความเข้มข้นต่ำสุดที่ยับยั้งได้ (MIC) มีค่าเท่ากับ 10 มิลลิกรัม/วัน แต่ว่าได้ผลไม่แน่นอนต่อเชื้อ E. coli, S. typhimurium สารสกัดใบฝรั่งด้วย 95% เอทานอล ความเข้มข้น 1,000 มคกรัม/มล. พบว่าสามารถต้านทานเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วง อาทิเช่น Salmonella D, Sh. dysenteriae 1, Sh. flexneri 2A, Sh. flexneri 4A  ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้  แต่ไม่เป็นผลต่อเชื้อ Salmonella B, S. typhimurium type 2, Shigella bodyii, Sh. bodyii 5, Sh. dysenteriae 2, Sh. flexneri 3A, Sh. sonnei  ส่วนสกัดแทนนินจากใบฝรั่ง ความเข้มข้น 85, 95, 95, 100, 110 มคกรัม/มล. สามารถต้านทานเชื้อแบคทีเรีย Sh. flexneri, S. enteritidis, S. aureus , Escherichia piracoli, E. coli ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้ เป็นลำดับ    สารสกัดใบฝรั่งด้วยเมทานอล  สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย Salmonella spp. ได้ 2 สายพันธุ์  รวมทั้งต่อต้านเชื้อ Sh.  flexneri, Sh. virchow, Sh. dysenteriae รวมถึงเชื้อ E. coli ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้ สารสกัดใบฝรั่งด้วยเอทานอล:น้ำ(1:1)และอะซีโตน สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย E. coli ที่เป็นต้นเหตุของโรคอุจจาระตกได้ สารสกัดลำต้นฝรั่งด้วย 95% เอทานอล สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย S. newport และก็ S. typhimurium, Sh. flexneri ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้ แต่ไม่เป็นผลต่อเชื้อ Salmonella B, S. aureus   น้ำคั้นจากผลฝรั่ง ไม่อาจจะต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย Bacillus typhosus ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคไทฟอยด์ได้ สารสกัดส่วนที่อยู่เหนือดินด้วยอัลกอฮอล์ และน้ำ (1:1) ความเข้มข้นมากยิ่งกว่า 25 มคกรัม/มิลลิลิตร ไม่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย B. subtilis, E. coli, S. typhosa
มีการทำการค้นคว้าโดย ปัญจางค์ ธนังฉันล แล้วก็แผนก ในคนป่วย 122 คน ที่เป็นโรคอุจจาระตก เป็นชาย 64 คน รวมทั้งหญิง 58 คน ซึ่งอยู่ในช่วงอายุ 16-55 ปี ทำการค้นคว้าเปรียบโดยแนวทางการสุ่มตัวอย่าง โดยนำใบฝรั่งอบแห้งแล้วบดเป็นผุยผง ใส่แคปซูล ขนาด 250 มก. ลักษณะเดียวรวมทั้งขนาดเดียวกับ tetracyclin และบริหารการรับประทานยาเหมือนกันหมายถึง500 มิลลิกรัม ทุก 6 ชั่วโมง ตรงเวลา 3 วัน ทั้งคู่กรุ๊ป พบว่าใบฝรั่งสามารถลดจำนวนอุจจาระ ระยะเวลาที่อึ รวมทั้งปริมาณน้ำเกลือที่ให้ตอบแทนได้
มีการเรียนรู้ในผู้เจ็บป่วยเด็ก 62 คน ที่เป็นโรคไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส (Rota virus) โดยให้รับประทานยาต้มของฝรั่ง พบว่าอาการด้านใน 3 วัน และก็ระยะเวลาท้องเดินสั้นลงกว่ากรุ๊ปควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) จำนวนโซเดียมรวมทั้งกลูโคสในอุจจาระน้อยลง และก็ผลของการตรวจอุจจาระไม่พบเชื้อ Rota virus มากถึง 87.1% ในเวลาที่กรุ๊ปควบคุมไม่พบเชื้อ Rota virus 58.1% แปลว่ายาต้มของฝรั่งมีประสิทธิภาพสำหรับการรักษาอาการท้องร่วงในผู้ป่วยไส้อักเสบจากเชื้อ Rota virus ได้
ฤทธิ์ต้านการอักเสบ   จากการเล่าเรียนทางสถานพยาบาลในคนเจ็บ 70 คน ที่มีเหงือกอักเสบ พบว่าน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบฝรั่งสามารถลดการอักเสบได้ปริมาณร้อยละ 19.8 รวมทั้งลดรอยโรคที่ความรุนแรง ได้จำนวนร้อยละ 40 เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบฝรั่ง หลังจากที่มีการใช้เป็นเวลา 3 อาทิตย์
            สารสกัดใบฝรั่งด้วยน้ำขนาด 50-800 มิลลิกรัม/กก. เมื่อฉีดเข้าช่องท้องพบว่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบแบบกระทันหัน  เมื่อทดสอบกับอุ้งเท้าหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้มีการอักเสบด้วยไข่ขาวสด นอกเหนือจากนี้เมื่อฉีดน้ำมันหอมระเหยจากใบฝรั่งเข้าทางท้องของหนูแรทในขนาด 0.8 มิลลิลิตร/กก. พบว่าสามารถยับยั้งการอักเสบที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยสาร carrageenan ได้
สารสกัดจากผลฝรั่งด้วยเมทานอลเมื่อฉีดเข้าทางท้องของหนูแรท พบว่าสามารถยั้งการอักเสบของอุ้งเท้าหนูที่ถูกรั้งนำให้มีการอักเสบด้วยสาร carrageenan, kaolin รวมทั้ง formaldehyde ได้ นอกจากนี้สารสกัดผลฝรั่งด้วยเมทานอลเมื่อฉีดเข้าทางท้องของหนูเม้าส์จะสามารถยับยั้งการอักเสบและลดลักษณะการเจ็บปวดที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย acetic acid  ได้ดีมากยิ่งกว่าแอสไพรินที่ให้ในขนาดเท่ากันเล็กน้อย
เมื่อนำใบฝรั่งมาหมักกับราและแบคทีเรียดังเช่น Phellinus linteus (ส่วนเส้นใย) Lactobacillus plantarum แล้วก็ Saccharomyces cerevisiae แล้วเอามาสกัดด้วยเอทานอล พบว่าสารสกัดที่ได้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบโดยยั้งการผลิตสารที่ก่อเกิดการอักเสบเป็น ไนตริกออกไซด์และ พรอสต้าเอ็งรนดิน อี 2 ในหลอดทดลอง ยิ่งไปกว่านี้สารสกัดฝรั่งด้วยเอทานอลและน้ำยังออกฤทธิ์ยั้งการผลิตไนตริกออกไซด์
             สารสกัดใบฝรั่งด้วยเอทิลอะซีเตตมีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบ และแก้แพ้โดยยั้งการโต้ตอบต่อแอนติเจนที่โน้มน้าวให้เกิดการแพ้และการอักเสบ
ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด                 สารสกัดใบฝรั่งด้วยเอทานอลมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดในหนูแรทที่ถูกชักชวนให้เป็นเบาหวานด้วยการฉีด alloxan เข้าหลอดโลหิตดำโดยสารสกัดใบฝรั่งออกฤทธิ์ใน 2 ชั่วโมง มีฤทธิ์สูงสุดในชั่วโมงที่ 6 แล้วก็หมดฤทธิ์ใน 1 วัน
ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง      สารสกัดใบฝรั่งมีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง murine fibrosarcoma และเซลล์ของมะเร็งเต้านม

การเล่าเรียนทางพิษวิทยา
การทดลองความเป็นพิษ  พิษกะทันหัน  สารสกัดด้วยน้ำจากใบ LD50 มีค่ามากยิ่งกว่าหรือเท่ากับ 20 ก./กก.  เมื่อให้ทางปากในหนูถีบจักร 2 เพศ แล้วก็มีค่ามากกว่า 5 กรัม/กก.  เมื่อฉีดเข้าทางท้อง สารสกัดเอทานอล (50%) จากส่วนเหนือดิน LD50 มีค่าเท่ากับ 0.188 เมื่อฉีดเข้าช่องท้องในหนูถีบจักร พิษเรื้อรัง  การให้สารสกัดน้ำจากใบทางปาก ขนาด 0.2, 2 และ 20 กรัม/กิโลกรัม ทุกเมื่อเชื่อวันติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน  พบว่าอัตราการเพิ่มของน้ำหนักตัวต่ำลง ในกลุ่มที่ได้รับสารสกัด เมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุมที่ได้รับน้ำ ในช่วงเวลาที่ไม่พบความต่างของปริมาณของกินที่กินในทุกกรุ๊ป ความประพฤติปฏิบัติทั่วๆไปปกติในทุกกรุ๊ป หนูเพศผู้หรูหรา ALP, SGPT (การทำงานของตับ), BUN (ลักษณะการทำงานของไต) และ WBC สูงมากขึ้น ระหว่างที่ระดับของโซเดียมและก็คลอเลสเตอรอลในเลือดต่ำลง น้ำหนักของตับและก็ไตเพิ่มขึ้น การตรวจทางจุลทัศนกายตอน พบการเปลี่ยนแปลงของไขมันรวมทั้งลักษณะ h

14

เห็ดหลินจือ
เข้าใจโรคมะเร็งโรคมะเร็งเป็นอย่างไรมีเหตุปัจจัย กลไกลการเกิดลักษณะของการเกิดอาการมะเร็ง โรคมะเร็งที่พบย่อยไม่ว่าจะเป็น ปากมดลูกมะเร็งตับ ปอด แล้วจะป้องกันได้ไหม รักษาเช่นไร
สมุนไพร-เห็ดหลินจือ[/b] โรคมะเร็ง ( Cancer1 ) เจอได้ในทุกเพศทุกวัยตั้งแต่ต้นเกิดไปจนถึงคนวัยชรา ส่วนมากจะพบในอายุตั้งแต่ 50 ขึ้นไปส่วนในเด็กเจอน้อยกว่าคนแก่ประมาณ 10 เท่า ตอนนี้ว่าคนจำนวนไม่น้อยจะเริ่มหันมาใสใจในสุขภาพที่เกิดขึ้นกับร่างกายเห็ดหลินจือของตัวเองกันมากขึ้น แม้กระนั้นเหล่าบรรดาเชื้อโรคต่างๆก็ปรับปรุงตัวเองขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งที่เรียกว่าเป็นโรคยอดฮิตที่ผู้คนเป็นกันเยอะมากๆมากกว่าโรคติดต่อ
โรคมะเร็งคือ โรคของเซลล์ ที่มีการเจริญเติบโตอย่างไม่ปกติกลายเป็นก้อนโรคมะเร็งซึ่งสามารถบุกรุง ทำลายเนื้อเยื่อใกล้เคียงและกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้โรคซึ่ง (เห็ดหลินจือ)โรคซึ่งเกิดมีเซลล์เกิดมีเซลล์แตกต่างจากปกติในร่างกาย แล้วก็เซลล์เหล่านี้มีการเจริญวัยเร็วทันใจเกินธรรมดา ร่างกายควบคุมไม่ได้ ด้วยเหตุดังกล่าวเซลล์กลุ่มนี้ก็เลยเจริญรุ่งเรืองขยายรวมทั้งแพร่กระจายได้ทั่วร้างกายนำมาซึ่งการทำให้เซลล์ธรรมดาของสมอง ไต กระดูก แล้วก็ไขกระดูก
มูลเหตุรวมทั้งปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง
เห็ดหลินจือ-สำหรับมูลเหตุที่ทำให้ผู้คนต่างมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งกันมากขึ้นมีเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายใน คือ
1.ปัจจัยภายนอก
-คนที่ติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบบี  มักกำเนิดในคนที่ไม่นิยมที่ไม่นิยมรับประทานร้อนช้อนกลาง โดยอาจติดจากทางทะเลลายในการรับประทานอาหารร่วมกัน
-การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ในเรื่องที่ถูกใจกินอาหารแบบดิบๆหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
-คนที่ถูกใจดื่มเครื่องดือแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ และผู้ที่สูบบุรีเป็นประจำ
-คนที่เคยผ่านการฉายรักสีเอกซเรย์
สารอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนอยู่ในของกินและก็เครื่องดื่มที่เรากินกันทุกๆวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพวกพริกแห้ง ถั่ว
-สารก่อมะเร็งในอาหารพวกปิ้ง ปิ้ง ทอด โดยยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ปิ้งหรือปิ้งกระทั่งไหม้เกรียม หรือเนื้อที่ทอดโดยใช้น้ำมันซ้ำๆแต่ละวัน
-สารไฮโดรคาร์บอน เป็นสารเคมีที่ประยุกต์ใช้ในการรักษาอาหารอย่างไนโตซาไม่น ซึ่งเป็นสีย้อมผ้าที่เอามาผสมอาร
2.ปัจจัยภายใน
-เห็ดหลินจือเกิดขึ้นจากความคิดแตกต่างจากปกติในร่างกาย เช่น เด็กพิการแต่กำเนิด ซึ้งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม
-ร่างกายมีภูมิคุ้มกันขาดตกบกพร่องหรือขาดสารอาหารบางสิ่งบางอย่าง ได้แก่ พวกวิตามินเอ หรือ ซี
ซึ่งจะมองเห็นได้ว่ามะเร็งโดยมากนั้นมีต้นเหตุจากปัจจัยภายใน นั้นแสดงว่าเราสามารถป้องกันการก่อมะเร็งได้พอสมควร ทั้งนี้ ก็ขึ้นกับการกระทำและก็ระเบียบวินัยการเลือกปฎิบัติของเราเป็นหลัก และก็วิชาความรู้ในเรื่องของสารก่อโรคมะเร็งด้วย
เห็ดหลินจือ-ไม่มีอาการเฉพาะโรคมะเร็ง แต่เป็นอาการเช่นเดียวกับการอักเสบเยื่อ/อวัยวะที่เป็นโรคมะเร็ง โดยที่แตกต่างเป็นมักเป็นอาการที่ห่วยแตกลงเรื่อยและเรื้อรัก ดังนั้นเมื่อมีอาการต่างๆนานเกิน 1 – 2 อาทิตย์ จำเป็นที่จะต้องรีบพบแพทย์ เช่นไร ก็ตาม อาการที่น่าสงสัยว่าเนมะเร็ง ได้
-มีก้อนเนื้อโตเร็ว หรือ มีแผลเรื้อรังไม่หายข้างใน 1-2 สัปดาห์ ภายหลังจากการดูแลตัวเองในเบื้องต้น
-มีต่อมน้ำเหลืองโต คลำเ ชอบแข็งไม่เจ็บ และโตขึ้นเรื่อยๆ
-ไฝ ปาน หูด ที่โตเร็วกว่าธรรมดา หรือเป็นแผลแตก
-หายใจ กรือ มีกลิ่นปากรุนแรงจากที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
-เลือดกำเดาออกเรื้อรัง มักออกเพียงแค่ข้างเดียว (บางทีอาจออกทั้งสองข้างได้)
-ไอเรื้อรัง เรือ ไอเป็นเลือด
-มีเสลด น้ำลาย หรือเสมหะคละเคล้าเลือดบ่อยครั้ง
-คลื่นไส้เป็นเลือด
-ปัสสาวะเป็นเลือด
-เยี่ยวบ่อย ขัดลำ เยี่ยวเล็ด โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
-อุจจาระเป็นเลือด  มูก หรือเป็นมูกเลือด
-ท้องผูก สลับท้อง โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
สมุนไพร เห็ดหลินจือ-มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ หรือ มีประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดในวัยหมดประจำเลือดหรือหลังร่วมเพศในขณะที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
-ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่ อึดอัดท้อง โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
-เป็นไข้ต่ำๆหาต้นสายปลายเหตุไม่ได้
-จับไข้สูงบ่อยมาก หาสาเหตุมิได้
-มีไข้สูงหลายครั้ง หาต้นเหตุมิได้
-ผอมลงมากใน 6 เดือน น้ำหนักลดจากเดิมเป็น 10%
-มีจ้ำช้ำเลือดง่าย หรือ มีจุดแดงคล้ายไข้เลือดออกตามผิวหนังบ่อยมาก
-ปวดศีรษะรุนแรงเรื้อรัง หรือ แขน/ขาอ่อนแรง หรือ ชัก โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
-ปวดหลังเรื้อรัง และปวดเยอะขึ้นเรื่อยๆอาร่วมกับ แขน/ขาอ่อนแรง

สัญญาณอันตราย 7 ประการ ที่ควรรีบมาพบหมอ
เห็ดหลินจือ-มีเลือดหรือเรื่องผิดปกติออกมาจากร่างกาย ดังเช่น มีตกขาวมากเหลือเกิน
-มีก้อนเลือดหรือตุ่ม เกิดขึ้นที่แห่งใดอันดับแรกของร่างกายและก็ก้อนนั้นโตเร็วเปลี่ยนไปจากปกติ
-มีแผลเรื้อรัง
-มีการถ่ายอุจจาระ ฉี่ เปลี่ยนไปจากปกติหรือเปลี่ยนไปจากเดิม
-เสียงแหบ ไอเรื้อรัง
-กลืนอาหารทุกข์ยากลำบาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
สมุนไพร-มีการเปลี่ยนของหูด ไฝ ปาน ยกตัวอย่างเช่น โตแตกต่างจากปกติ ควรรีบมาเจอแพทย์
รายนามโรคมะเร็งที่พบได้มาก
1.มะเร็งตับ
2.มะเร็งปอด
3.มะเล็งเม็ดเลือดขาว
4.มะเร็งสมอง
5.มะเร็งปากมดลูก
6.มะเร็งไส้
7.โรคมะเร็งกล่องเสียง
8.โรคมะเร็งผิวหนัง
9.โรคมะเร็งรังไข่
10.โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
11.โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
12.โรคมะเร็งเต้านม
13.มะเร็งกระเพาะอาหาร
14.โรคมะเร็งกระดูก
15.มะเร็งหลอดของกิน
16.มะเล็งลิ้น
17.มะเร็งช่องปากรวมทั้งคอ
18.โรคมะเร็งท่อน้ำดีรวมทั้งถุงน้ำดี
19.มะเร็งหลอดลม
20.มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
21.โรคมะเร็งตับอ่อน
22.มะเร็งไต
23.โรคมะเร็งไทรอย์
24.โรคมะเร็งโรงจมูก
สมุนไพร-เห็ดหลินจือ[/b] จะเห็นได้ว่าโรคมะเร็งนั้นเป็นโรคอันตรายซึ่งสามารถคุ้มครองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งได้ ทั้งนี้ข้นอยู่กับความประพฤติระเบียบวินัยของทุกคนเป็นหลักว่าจะสามารถไตร่ตรองในอ่อนของกินกินได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากที่มาของโรคมะเร็งส่วนมากนั้นมีเหตุมาจากการรับประทานอาหาร เราควรต้องเลือกรับประทานอาหารซึ่งมีแต่คุณประโยชน์และก็ค่าทางโภชนาการและความสะอาดโดยไม่มีการแปดเปื้อนของสารเคมีต่างๆเพื่อให้ห่างไหลมายากลจากโรคร้ายอย่างโรคมะเร็ง

Tags : เห็ดหลินจือแดง,เพาะเห็ดหลิน

15

ถั่งเช่า
คุณหรือคู่รัก.......มีลักษณะอาการ/เป็นโรค เหล่านี้อยู่หรือไม่?
-ถั่งเช่า น้ำตาลในเลือดสูง เบาหวาน ความดันเลือด ไขมันเกิน หรือ โคเลสเตอรอคอยเกิน
-เหนื่อยดำเนินการ เหนื่องาย หรือมีปัญหาการนอนภูมิแพ้ อาการหอบหืด ภูมิแพ้ หรือภูมิคุ้มกันอ่อน
-มีความคิดว่าร่างกายเสื่มไว แก่เร็ว หรือผิวเสียเร็ว
-โรคไต มะเร็ง ได้รับทำเคมีบำบัด/ฉายแสง(รวมทั้งคนที่ไม่ได้อยากเป็น)
-โรคหัวใจ
ถั่งเช่า ทั้งหมดทั้งปวงนี้เกิดขึ้นจาก การไม่ดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย การใช้ชีวิตผิดแนวทาง พันธุกรมม หรือเป็นผลมาจากความเสื่อมของร่างกาย
ในนี้ พวกเราจะมาดูกันว่า..........
งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยจากทั่วโลกชี้ว่า ถั่งเช่าสมารถช่วยโรคหรืออาการกลุ่มนี้ได้จริงหรือปล่าว?
รวมทั้งท่านที่ยาก.....
-แก่ยืนแข็งแร็ง
-อยากบำรุงสุขภาพและความจำ รวมทั้งบำรุงเลือด ร่างกายแล้วก็อวัยวะภายใน
-ไม่ได้อยากต้องการไม่สบาย และต้องการสมุนไพร ไกลห่างจากโรคภัยน่ากลัว ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่หนึ่งของไทย
ถั่งเช่าช่วยโรคความดัน
-งานศึกษาวิจัยทดสอบที่แคลิฟอร์เนีย พบว่าถั่งเช่าสามารถปรับสมดุลความดันโลหิตได้ด้วยหลายกลไก โดยมีทั้งกลไกลทางตรงและทางอ้อม
ถั่งเช่าช่วยลดโคเลสเตอคอยลไขมันในเส้นเลือด
-ที่สถาบันวิจัย NEL Biotech ประเทศเกาหลี พบว่าถั่งเช่าสกัดสามารถลดจำนวนวัวเลสเตอคอยลในเลือดของตัวทดลองได้
ถั่งเช่าแก้อิดโรยง่าย อ่อนล้าเหนื่อย ช่วยให้ชื่นบาน ดำเนินการได้นานขึ้น สู้งานได้มากขึ้น
-ได้มีการทดลองในกลุ่มผู้ที่มีลักษณะอาการเพลียได้ง่าย 53 คนให้26คนทานถั่งเช่า 3 กรัมต่อวัน อีก 27 คนทานยาที่ไม่มีสารออกฤทธ์(กรุ๊ปควบคุม)หลังจากผ่านไป 3 เดือน กลุ่มที่ทานถั่งเช่าหายจากอาการอ่อนแรงง่ายได้ถึง 92% ส่วนกลุ่มควบคุมหายเพียง14%(5)
ถั่งเช่าช่วยทำให้หลับดี/หลับลึกขึ้น
-จากการให้หนูรับประทานสาร coydcepin ที่เจอในถั่งเช่า 4 ชม.ก่อนนอน และกระทำการตรวจวัดคลื่นสมอง ทำให้ทราบว่าหนูหลับลึกขึ้น และก็เป็นหลักฐานขึ้นเบื้องต้นว่า Cordycepin สามารถช่วยคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนได้
ถั่งเช่าลดภูมิแพ้/หอบหืด/ไซนัสปักเสบ
-ถั่งเช่าช่วยปรับให้ปรุงคุณภาพชีวิตของผู้เจ็บป่วยโรคหอบหืดเรื้อรัง จากการทดลองจากกรุ๊ปคนไข้โรคหอบหืด 120 คน 60 คนทานถั่งเช่าเป็นระยะเวลา 3 เดือน อีกกลุ่มได้ทานยาหลอก พบว่าหลุ่มได้รับถั่งเช่ามีคุณภาพชีวิตที่(จากการทดลอง AQLQ)อย่างเป็นจริงเป็นจัง เทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ผลสรุปเป็นถั่งเช่าช่วยโรคหอบหืด ปอด แล้วก็ลดการอักเสบในกลุ่มคนป่วยโรคหอบหืดระดับกลางถึงรุนแรงได้จริง
-จากการทดสอบในหนู พบว่าถั่งเช่าสกัดช่วยลดอาการอักเสบในระบบฟุตบาทหายใจได้
สมุนไพร ถั่งเช่าช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
-การทดลองที่แคนดาพบว่าถั่งเช่าช่วยเสริมแนวทางการทำงานของเม็ดเลือดขาวและกระตุ้นระบบภูมิต้านทานในหนูได้จริง
ถั่งเช่าช่วยทำนุบำรุงระบบขยายพันธุ์
-ในจีนได้มีการทดสอบกับผู้ที่เจอปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 189 คน โดยให้ทานถั่งเช่า 3 กรัม ต่อวัน เป็นเวลาติดกัน 40 วัน พบว่าสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพคนรับการทดสอบได้ถึง 66%
ถั่งเช่าเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอวัย ทำให้แก่ช้าลง ผิวพรรณสดใส ไม่ให้ผิวหนังเสื่อมเร็ว
-ได้มีการนำสาร Cordycepi ที่เจอในถั่งเช่า มาทดสอบการยับยั้งผลกระทบจากแสงอาทิตย์ที่มีต่อผิว ผลปรากฎว่าสารดังกล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถคุ้มครองป้องกันการเหนียวนำการสร้าง MMP เมื่อผิวโดนรังสี UVB ได้ ซึ่งหมายถึงสามารถปกป้องการเสื่อมของผิวหนังเมื่อโดนแดดได้

ถั่งเช่าช่วยการดูแลรักษาโรคไตเรื้อรัง บำรุงไตและก็ฟื้นฟูแนวทางการทำงานของไตได้
-ได้มีการทดสอบให้ผู้เจ็บป่วยไตวายเรื้อรัง 37 คน ทานถั่งเช่า 5 กรัมต่อวันเป็นเวลา 1 เดือน ผลปรากฏว่าค่าไตดียิ่งขึ้นมาก เช่น (creatinine,urinary proteins
-ถั่งเช่าช่วยทำให้ร่างกายเห็นด้วยการเปลี่ยนถ่ายไต ได้มีการทดลองเทียบในผู้เจ็บป่วยที่ทำงานเปลี่ยนถ่ายไต โดยให้ถั่งเช่า 3 กรัม ต่อวันพร้อมกันไปกับยาแผนปัจจุบัน ส่วนอีกกลุ่มได้รับเพียงยาแผนปัจจุบันแค่นั้น ผลคือสาร Cyclosporing ในเลือด แล้วก็โปรตีนในเยี่ยวของกลุ่มที่ได้ทานถั่งเช่า ต่ำกว่ากรุ๊ปไม่ได้ทาน ทำให้เห็นว่าถั่งเช่าช่วยทำให้ร่างกายคนเจ็บสารภาพการปลูกถ่ายไตได้ดีมากยิ่งขึ้น
-นอกนั้นมีแถลงการณ์ว่าการให้คนป่วยที่รูปแบบการทำงานของไตบกบิดางจากการใช้ยา gentamicin รับประทานถั่งเช่า4.5 กรัม/วัน มีผลทำให้ระบบหลักการทำงานของไตดีขึ้นปกติ 89% เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากกินถั่งเช่าเพียงแต่ 6 วัน
สมุนไพร ถั่งเช่าฆ่าเนื้องอก ยั้งมะเร็ง
-ในปี 2011 ได้มีการนำสาร cordycepin จากถั่งเช่ามาทดลองกับเซลล์ของมะเร็งเต้านมของคนเรา cordycepin สามารถฆ่าเซลล์ของโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-ที่เกาหลีใต้ได้กระทำทดสอบกระตุ้นหนูทดลองให้กำเนิดมะเร็ง ต่อจากนั้นให้หนูกรุ๊ปหนึ่งทานสารสกัดถั่งเช่า ส่วนอีกกลุ่มมิได้รับสารสกัดถั่งเช่า ข้างหลังผ่านไป 224 ชั่วโมง เจอโรคมะเร็งในกลุ่มหนูทดลองที่ได้รับสารสกัดถั่งเช่ามีขนาดเล็กกว่ากรุ๊ปที่มิได้รับสารสกัดถั่งเช่า
ถั่งเช่าแก้พิษจากการฉายรังสี แล้วก็วิธีการทำคีโม
-การทดสอบใน University of Louisville อเมริกา พบว่าสารเบต้ากลูแคน(ซึ้งเจอได้ในกลุ่มถั่งเช่า)ช่วยให้ผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับฉายเคมีหรือเคมีบำบัดฟื้นตัวได้เร็ว เพราะเหตุว่ากระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาวให้มีปริมาณเพิ่มสู่สภาพการณ์ปกติได้เร็วขึ้น
ถั่งเช่าคุ้มครองอัมพฤกษ์ อัมพาต ด้วยการปกป้องคุ้มครองการแข็งตัวของเกล็ดเลือด
-จากการทดสอบในหลอดเลือดทดสอบ พบว่าสารโพลีแซคคาไรค์ในถั่งเช่า สามารถช่วยปกกันการจับกุมตัวของเกล็ดเลือดได้
ถั่งเช่าคุ้มครองปกป้องสูญเสียความทรงจำ
-ลดการตายของ cell สมอง
ถั่งเช่าช่วยผู้ป่วยโรคหัวใจ
-สมุนไพร ได้มีการทดลองให้ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรังทานถั่งเช่าควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน3-4 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 23-29 เดือน พบว่ากลุ่มผู้เจ็บป่วยที่ได้รับถั่งเช่าควบคู่ไปด้วยมีอาการดียิ่งขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ เทียบกับกรุ๊ปที่ได้รับแม้กระนั้นยาแผนปัจจุบันอย่างเดียวโดยกรุ๊ปที่ได้รับถั่งเช่ามอาการหายใจถี่ลดลง ไม่อ่อนแรงง่าย สภาพร่างกายรวมทั้งจิตใจสมบูรณ์แข็งแร็งขึ้น รวมทั้งมีสรรมภาพทางเพศอีกด้วย

หน้า: [1] 2 3 ... 10