แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - teareborn

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10
46

สมุนไพรละหุ่ง
ละหุ่ง Ricinus communis Linn.
บางถิ่นเรียกว่า ละหุ่ง มะละหุ่ง (ทั่วๆไป) คิตำหนิ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่งสอน) คีเต๊าะ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกำแพงเพชร) ปีมั้ว (จีน) มะโห่ง มะโห่งหิน (เหนือ) ละหุ่งแดง (กลาง).
ไม้พุ่ม หรือ ต้นไม้ ขนาดเล็ก สูงได้ถึง 6 ม.ยอดอ่อน และก็ช่อดอกเป็นนวลขาว. ใบ คนเดียว เรียงสลับกัน กว้าง และก็ยาว 15-60 ซม. มีแฉกเป็นแบบนิ้วมือ 5-12 แฉก ปลายแฉกแหลม ขอบหยักแบบฟันเลื่อน ที่ปลายแหลมของแต่ละหยักมีต่อม เนื้อใบค่อนข้างบาง ไม่มีขน สีเขียว หรือ เขียวแกมแดง ก้านใบยาว 10-30 เซนติเมตร มีต่อมที่ปลายก้าน.  [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร [/url]ดอก ออกเป็นช่อที่ยอด หรือ ตามปลายกิ่ง ตั้งตรง สีเขียว หรือ ม่วงแดง มีทั้งยังดอกเพศผู้ และก็ดอกเพศเมียอยู่บนช่อเดียวกัน. ดอกเพศผู้ อยู่ตอนบน กลีบรองกลีบดอกไม้บาง แยกเป็น 3-5 แฉก เกสรผู้ไม่น้อยเลยทีเดียว ก้านเกสรติดกันเป็นกระจุก หรือ แยกเป็นกลุ่มๆอับเรณูรูปออกจะกลม. ดอกเพศภรรยา อยู่ข้างล่างของช่อดอก ก้านดอกยาวกว่าดอกเพศผู้ กลีบรองกลีบเชื่อมติดกันคล้ายกาบ ปลายมี 5 หยัก หลุดหล่นง่าย รังไข่มี 3 อัน แต่ละอันด้านในมี 3 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 1 หน่วย. ผล รูปไข่, เป็นชนิดแก่แล้วแห้ง สีเขียว หรือ เขียวแกมม่วง ยาว 1-1.5 เซนติเมตร มีหนามอ่อนๆหุ้ม. เม็ด เป็นพิษ มีน้ำมัน.

นิเวศน์วิทยา
: ถิ่นเดิมอยู่ในแอฟริกาเขตร้อน ปลูกกันทั่วๆไป
สรรพคุณ : ราก ตำเป็นยาพอกเหงือกแก้ปวดฟัน น้ำสุกรากกินเป็นยาระบาย ใบ ใบสดมีฤทธิ์ฆ่าแมลงบางชนิดได้ น้ำสุกใบกินเป็นยาระบาย แก้ปวดท้อง ขับนม แล้วก็ขับรอบเดือน ใบเผาไฟใช้พอกแก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ปวดศีรษะ รวมทั้งแผลเรื้อรัง ตำเป็นยาพอกฝี พอกศีรษะ แก้ปวด แก้บวมอักเสบ ตำผสมกับ Bland oil ที่อุ่นให้ร้อนใช้พอก หรือ ทาแก้ปวดตามข้อ รวมทั้งทาท้องเด็กแก้ท้องอืด เมล็ด มีพิษมาก ถ้าหากกินเมล็ดดิบๆเพียงแต่ 4-5 เม็ด ก็อาจจะเป็นผลให้ตายได้ เมื่อจะจำมาใช้ทางยา ให้ตีเอาเปลือกออก แยกจุดงอดออกมาจากเมล็ด ต้มกับนมครึ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงต้มกับน้ำเพื่อทำลายพิษ รับประทานแก้ปวดตามข้อ แก้ปวดหลัง เมื่อย เป็นยาถ่าย ตำเป็นยาพอกแผล แก้ปวดตามข้อ หีบเอาน้ำมันได้น้ำมันละหุ่ง ซึ่งจำนวนมากใช้ในทางอุตสาหกรรม

47

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรขันทอง[/url][/size][/b]
ขันทองเคียดแค้น Suregada multiflorum (A. Juss.) Baill.
ชื่อพ้อง Gelonium multiflorum A. Juss.
บางถิ่นเรียกว่า ขันทองเคียดแค้น มะดู หมากดูก (กึ่งกลาง) กระดูก คุณยายปลวก (ใต้) ขนุนแดง (เพชรบูรณ์) ขอบนางนั่ง(จังหวัดตรัง) ขัณฑสกร ช้องรำพัน สลอดน้ำ (เมืองจันท์) ขันทอง (จังหวัดพิจิตร) ข้าวตาก (จังหวัดกาญจนบุรี) นกขุนทอง คุณทอง (ประจวบคีรีขันธ์) โจ่ง (ส่วย-จังหวัดสุรินทร์) มองกไทร มองกไม้ เหมือดโรค (เลย) ดูกหิน (จังหวัดสระบุรี) มองกไหล(นครราชสีมา) ทุเรียนป่า ไฟ (จังหวัดลำปาง) ป่าช้าหมอง ยางปลอก ฮ่อสะพานควาย (แพร่) มะมองกดง (ปราจีนบุรี) มะมองกเลื่อม (เหนือ) มองปอ (กะเหรี่ยง-แพร่).
ไม้พุ่ม หรือ ไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 4-15 ม. เปลือกค่อนข้างหมดจด. ใบ โดดเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 3-6 เซนติเมตร ยาว 9-14 เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือ มน ขอบใบเรียบ หรือ เป็นคลื่นเล็กน้อย โคนใบแหลมเป็นครีบ เส้นกิ่งก้านสาขาใบมี 5-9 คู่ ใบหมดจดทั้งคู่ด้าน มีต่อมน้ำมันกระจัดกระจายทั่วใบ ก้านใบสั้น โดยประมาณ 3-8 มิลลิเมตร หูใบยาวโดยประมาณ 2 มม. หลุดตกง่าย. ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตรงกันข้ามกับใบ ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน ไม่มีกลีบดอกไม้. ดอกเพศผู้ ก้านช่อดอกยาว 10-15 มม. แต่ละช่อมีดอก 5-10 ดอก สมุนไพร ก้านดอกยาวราวๆ 5 มม. มีขนละเอียด ดอกตูมรูปกลม มีขน มีกลีบรองกลีบดอกกลมๆ5 กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 2.5 มิลลิเมตร ขอบกลีบและก็ภายนอกมีขน เกสรผู้มี 35-50 อัน ติดอยู่บนฐานดอกนูนๆแล้วก็มีต่อม. ดอกเพศภรรยา มีกลีบรองกลีบดอก 5-6 กลีบ ลักษณะราวกับดอกเพศผู้, รังไข่มี 3 ช่อง ท่อรังไข่สั้น, ปลายแยกเป็น 2 แฉก. ผล กลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณ 2 ซม. มีเนื้อ ผลอ่อนสีเขียว สุกสีเหลือง. เมล็ด ค่อนข้างกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-8 มม., เปลือกมีรอยบุ๋มใหญ่แต่ว่าตื้นๆ.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ หรือ ป่าผลัดใบ เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 600 ม. พบในทุกภาคของประเทศ.
คุณประโยชน์ : ต้น เปลือก ทำให้ฟันทน และเป็นยาถ่าย, แก้โรคตับพิการ แก้ประป่า แก้พิษในกระดูก โรคผิวหนัง ฆ่าพยาธิ แก้โรคเรื้อน มะเร็ง คุดทะราด กลากแล้วก็โรคเกลื้อน แก่นไม้มีรสเมาเบื่อ แก้ลมพิษ แก้ไข้ และแก้กามโรค

Tags : สมุนไพร

48

สมุนไพรตะขบควาย
ตะขบควาย Flacourtia jangomas (Lour.) Raeusch.
บางถิ่นเรียก ตะขบควาย (ภาคกึ่งกลาง) กือปะทุ (มลายู-จังหวัดปัตตานี) ครบ (ปัตตานี) มะเกว๋นควาย(ภาคเหนือ)
  ต้นไม้ ขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 5-10(-14) ม. ต้นอ่อนมีหนาม เมื่อแก่เกลี้ยง เปลือกสีน้ำตาลอ่อนถึงสีทองแดง หรือ สีเหลืองอมชมพู ล่อนออกเป็นแผ่นบางๆตามกิ่งอ่อนมีจุดสีขาวๆจำนวนหลายชิ้นเป็นช่องสำหรับเพื่อระบายอากาศ ใบ ผู้เดียว ออกเวียนสลับ รูปไข่ค่อนข้างแคบ ถึงรูปไข่ปนขอบขนาน กว้าง 3-4 ซม. ยาว 7-10 ซม. ปลายใบเรียวยาว ที่ปลายสุดทื่อ โคนใบกลม หรือ แหลม ขอบใบจะตื้นๆเนื้อใบออกจะบาง ใบอ่อนออกสีชมพู หรือ สีน้ำตาลอ่อน ข้างล่างสีอ่อนกว่า เกลี้ยง ด้านบนวาว ก้านใบยาว 6-8 มิลลิเมตร มีขน หรือ ขนบางครั้งอาจจะหลุดตกไปเมื่อแก่ ดอก มีกลิ่นหอมยวนใจคล้ายน้ำผึ้ง ออกเป็นช่อตามง่ามใบ สมุนไพส แต่ละช่อมีดอกจำนวนน้อย เป็นดอกแยกเพศ  ดอกเพศผู้ ช่อยาว 1.5-3 เซนติเมตร ก้านดอกเล็ก ยาว 0.5-1 เซนติเมตร กลีบดอกไม้ 4(-5) กลีบ รูปไข่ ปลายมน ยาวประมาณ 7 มม. สีออกเขียว มีขนทั้งสองด้าน ขอบกลีบมีขนหนาแน่น ฐานดอกมีเนื้อ ขอบเรียบหรือจักน้อย สีขาว หรือ เหลือง เกสรเพศผู้มีจำนวนไม่ใช่น้อย หากเกสรหมดจด ดอกเพศภรรยา ช่อยาว 1-1.5 เซนติเมตร กลีบเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่รูปคนโฑ ด้านในมี 4-6 ช่อง มีไข่ช่องละ 2 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียมีเท่ากับปริมาณช่อง แต่ละก้านปลายแยกเป็นสองแฉกและก็ม้วน ผล ค่อนข้ากลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.5 ซม. มีก้านเกสรเพศเมียติดอยู่กับปลายผล สีแดงอมน้ำตาลอ่อน หรือ ม่วง เมื่อแก่เป็นสีดำ เนื้อสีเหลืองอมเขียว มีเม็ด 4-5 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: คาดคะเนว่ามีบ้านเกิดเมืองนอนจากประเทศอินเดีย มีปลูกตามสวนทั่วๆไป
สรรพคุณ : ราก เปลือกรากตำพอกแผล แล้วก็ผิวหนังอักเสบ ต้น น้ำสุกเปลือกรับประทานเป็นยาแก้อาการเปลี่ยนไปจากปกติของท่อน้ำดี บำรุงธาตุ และก็บำรุงร่างกาย ใบ น้ำต้มใบเป็นยาฝาดสมานแก้ท้องเสีย ขับเหงื่อ ขับประจำเดือนและให้สตรีกินข้างหลังการคลอดบุตร นอกจากนั้นให้สีเขียวขี้ม้า ใช้ย้อมผ้าไหมได้ดี ผล รับประทานแก้อาการไม่ดีเหมือนปกติของท่อน้ำดี แม้กระนั้นถ้าเกิดรับประทานมากมายๆอาจก่อให้แท้งลูกได้เหมือนกันกับน้ำต้มใบ

Tags : สมุนไพร

49

สมุนไพรขานาง
ขานาง Homalium tomentosum (Vent.) Benth.
บางถิ่นเรียกว่า ขานาง (ภาคกึ่งกลาง เชียงใหม่ จันทบุรี) ขางนาง ขานาง (ภาคกลาง) ค่านาง วัวด (ระยอง) ช้างเผือกหลวง (จังหวัดเชียงใหม่) แซพลู้ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี) ปะหง่าง (จังหวัดราชบุรี) เปลือย (จังหวัดกาญจนบุรี) ยุ่ยคะนาง เปื๋อยนาง (อุตรดิตถ์) เปื๋อยค่างไห้ (ลำปาง) ลิงง้อ (จังหวัดโคราช) แลนไฮ้ (ลาว-แม่ใส่)
    ต้นไม้ ขนาดกลางถึงขั้นใหญ่ ผลัดใบ 15-30 มัธยม ลำต้นกลมตรง เปลือกลางเรียบ สีขาวหรือสีเทาอ่อน ที่โคนต้นมีพูพอน ใบ ลำพัง ออกเวียนสลับกับตอนปลายๆกิ่ง รูปไข่กลับ ถึงรูปไข่กลับปนขอบขนาน กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบกลมมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนสอบแคบ โคนสุดมน ขอบใบจักมนตื้นและก็ห่างๆข้างล่างมีขนสากหนาแน่น เส้นใบมีราว 12 คู่ เกือบขนานกัน ก้านใบอ้วนสั้น ยาว 1-3 เซนติเมตร ดอก เล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ช่อดอกยาว 10-35 เซนติเมตร ห้อยลง ไม่มีก้านดอก ติดเป็นกลุ่มๆเวียนกันบนแกนดอกกระจุกละ 2-3 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นรูปกรวย มีขน ปลายแยกเป็น 5-6 แฉก กลีบดอกไม้ติดอยู่ในท่อกลีบเลี้ยง กลีบดอกไม้แต่ละกลีบจะมีเกสรเพศผู้ติดอยู่ ก้านเกสรยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร รังไข่มี 1 ช่อง ฝาผนังรังไข่ใกล้กับฝาผนังภายในของท่อกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2-3 อัน แยกจากกัน หรือ ติดกันเพียงนิดหน่อยที่โคนก้าน ผล เล็ก ยาวราวๆ 3 มิลลิเมตร เป็นประเภทผลแห้งแก่ไม่แตก ข้างในมีเพียง 1 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วๆไป ความสูง 50-300 ม.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มรากเป็นยาฝาดสมาน

50

สมุนไพรหวายลิง
หวายลิง Flagellaria indica L.
บางถิ่นเรียก หวายลิง หวายเย็บจาก (ภาคใต้) หวายลี (สงขลา)
ไม้เถา ต้นยาวได้ถึง 20 ม. เกลี้ยง โคนต้นเนื้อแข็ง เหนือขึ้นไปเนื้ออ่อน มีเส้นผ่านศูนย์กลางต้น 2-8 มิลลิเมตร ใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับ รูปใบหอก กว้าง 0.5-6.5 ซม. ยาว 3-50 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ปลายสุดม้วนเป็นมือพัน ยาวตั้งแต่ 3-13 ซม. กาบใบยาว 1-7 เซนติเมตร มีสันตามทางยาว มีติ่งหู 2 ติ่งอยู่ที่ปลาย ก้านใบสั้น หรือ ไม่มี ดอก ออกเป็นช่อกระจัดกระจาย ที่ยอดมักประกอบด้วยกิ่ง 2 กิ่ง ยาว 2-30 ซม. ดอกย่อยไม่มีก้านดอก ออกโดดเดี่ยวๆหรือ ติดเป็นกระจุก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] มีใบแต่งแต้มที่มีลักษณะเป็นเกล็ดล้อมอยู่ กลีบดอกไม้มี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น สีขาวแกมสีเนื้อ ยาวราวๆ 2 มม. กลีบดอกชั้นนอกยาวกว่ากลีบดอกชั้นในนิดหน่อย เกสรเพศผู้มี 6 อัน ยาวกว่ากลีบดอก 2 เท่า อับเรณูสีเหลือง ก้านเกสรไม่ชิดกัน รังไข่แคบ ข้างในมี 3 ช่อง มีไข่ช่องละ 1 เมล็ด ก้านเกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 3 แฉก โผล่พ้นกลีบดอกไม้ ผล เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มม. ภายในมี 1 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ส่วนมากขึ้นตามที่ราบลุ่ม สูงขึ้นมากยิ่งกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 มัธยม รวมทั้งตามป่าชายเลน ตามชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ภาคกลางลงไปจนถึงภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น น้ำต้มต้นและก็เหง้า รับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ ใบ ใบอ่อนใช้สระผม น้ำต้มใบและก็ดอกรับประทานเป็นยาขับฉี่ ขับนิ่ว รวมทั้งแก้ทางเท้าปัสสาวะอักเสบ เม็ดพิษ

51

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรหวายลิง[/url][/size][/b]
หวายลิง Flagellaria indica L.
บางถิ่นเรียก หวายลิง หวายเย็บจาก (ภาคใต้) หวายลี (สงขลา)
ไม้เถา ต้นยาวได้ถึง 20 ม. สะอาด โคนต้นเนื้อแข็ง เหนือขึ้นไปเนื้ออ่อน มีเส้นผ่าศูนย์กลางต้น 2-8 มิลลิเมตร ใบ ผู้เดียว ออกเวียนสลับ รูปใบหอก กว้าง 0.5-6.5 ซม. ยาว 3-50 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ปลายสุดม้วนเป็นมือพัน ยาวตั้งแต่ 3-13 ซม. กาบใบยาว 1-7 เซนติเมตร มีสันตามยาว มีติ่งหู 2 ติ่งอยู่ที่ปลาย ก้านใบสั้น หรือ ไม่มี ดอก ออกเป็นช่อกระจัดกระจาย ที่ยอดมักมีกิ่ง 2 กิ่ง ยาว 2-30 เซนติเมตร ดอกย่อยไม่มีก้านดอก ออกโดดเดี่ยวๆหรือ ติดเป็นกลุ่ม สมุนไพร มีใบประดับประดาที่มีลักษณะเป็นเกล็ดล้อมอยู่ กลีบดอกมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น สีขาวปนสีเนื้อ ยาวราวๆ 2 มม. กลีบดอกชั้นนอกยาวกว่ากลีบดอกชั้นในเล็กน้อย เกสรเพศผู้มี 6 อัน ยาวกว่ากลีบ 2 เท่า อับเรณูสีเหลือง ก้านเกสรไม่ติดกัน รังไข่แคบ ข้างในมี 3 ช่อง มีไข่ช่องละ 1 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 3 แฉก โผล่พ้นกลีบ ผล เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มม. ภายในมี 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: โดยมากขึ้นจากที่ราบลุ่ม สูงยิ่งกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 ม. แล้วก็ตามป่าชายเลน ตามชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ภาคกลางลงไปจนถึงภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น น้ำต้มต้นรวมทั้งเหง้า รับประทานเป็นยาขับฉี่ ใบ ใบอ่อนใช้สระผม น้ำสุกใบแล้วก็ดอกกินเป็นยาขับปัสสาวะ ขับนิ่ว และแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เม็ดพิษ

Tags : สมุนไพร

52

สมุนไพรเมื่อย
เมื่อย Gnetum montanum Markgraf
บางถิ่นเรียกว่า เมื่อย (ตราด) ม่วย (จังหวัดเชียงราย จังหวัดอุบลราชธานี) มะม่วย (เชียงใหม่) แฮนม่วย (เลย)
ไม้เถา เนื้อแข็ง กิ่งเป็นข้อต่อกันรวมทั้งตามข้อจะบวมพอง ใบ โดดเดี่ยว เรียงเป็นคู่สลับตั้งฉาก ใบรูปขอบขนานปนรูปไข่ มีขนาดแตกต่างกันมาก แม้กระนั้นกว้างไม่เกิน 12 ซม. ยาวไม่เกิน 20 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบกลม มน หรือ แหลม ขอบของใบเรียบ เนื้อเรือใบแข็งดก หรือ ค่อนข้างดก เมื่อแห้งสีออกดำ เส้นใบโค้ง ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอดและตามลำต้น สมุนไพร ช่อดอกแตกกิ่งก้านสาขามา แยกเป็นช่อดอกเพศผู้และเพศภรรยา ดอกเรียงเป็นชั้นๆรอบแกนกลาง ช่อดอกเพศผู้ กว้างประมาณ 0.4 ซม. ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร แต่ละชั้นมีประมาณ 20 ดอก ช่อดอกเพศภรรยา แต่ละชั้นมี 5-7 ดอก ผล รูปรี กว้างโดยประมาณ 1 ซม. ยาว 1.5 เซนติเมตร เมื่อสุกสีแดง ก้านผลอ้วน ยาวราว 0.2 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในชั้นสูงจากน้ำทะเล 50-1,800 มัธยม เจอในทุกภาคของประเทศ เว้นเสียแต่ภาคกึ่งกลาง
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกรากกินแก้พิษบางจำพวก แล้วก็แก้ไข้มาลาเรีย

Tags : สมุนไพร

53

สมุนไพรหญ้าเจ้าชู้
ต้นหญ้าเจ้าชู้ Chrysopogon aciculatus (Retz.) Trin.
บางถิ่นเรียก หญ้าเจ้าชู้ หญ้ากร่อน ต้นหญ้าขี้ครอก หญ้านกคุ่ม (ภาคกึ่งกลาง) ต้นหญ้าก่อน (ภาคเหนือ) ต้นหญ้ากะเตรย หญ้าขี้เตรย (ภาคใต้) หญ้าน้ำลึก (ตราด)
ไม้ล้มลุก ประเภทต้นหญ้า อายุยาวนานหลายปี ลำต้นทอดนอนไปตามพื้นดินได้ไกลๆตามลำต้นมีกาบใบแก่ๆหุ้มอยู่ ลำต้นตั้งตรง สูง 15-25 เซนติเมตร ไม่ค่อยแตกกิ่ง ใบ ชอบมีมากที่โคนต้น กาบใบยาว 1-3 เซนติเมตร กาบอันสุดท้ายยาวถึง 6 เซนติเมตร หุ้มรอบลำต้น มีลายตามยาว ครั้งคราวมีสีม่วง มีขนยาวนุ่มห่างๆที่รอยต่อระหว่างกาบใบรวมทั้งตัวใบ ตามขอบของใบตรงด้านในมีขนหนาแน่น ตัวใบ กว้าง 3-5 มิลลิเมตร ยาว 2-8 ซม. ใบข้างบนสุดลดรูปลงเหลือขนาดเล็กมา ขอบใบสากคาย ขอบจะแหลมห่างๆรอบๆโคนใบเป็นตุ่มๆรวมทั้งมีขน เนื้อใบบาง เป็นเงา ดอก ออกที่ยอดเป็นช่อกระจาย ยาว 3-6 เซนติเมตร แข็ง ตั้งตรง สีม่วงแกมแดง ช่อดอกย่อยชิดกันเป็นกระจุกที่ปลายแขนงช่อกลุ่มละ 3 ช่อ แต่มีเพียงแต่ดอกเดียวเท่านั้นที่เป็นดอกบริบูรณ์เพศ และไม่มีก้านดอก โคนดอกมีเซลล์แข็ง สมุนไพร ส่วนอีกสองดอกเป็นดอกเพศผู้ มีก้านดอก ยาวประมาณ 5 มม. มีขน ช่อดอกย่อยที่ไม่มีก้าน ยาว 3-4 มิลลิเมตร กาบช่อดอกย่อยอันล่างรูปใบหอก หลังแบน มีเส้น 2 เส้น ปลายแยกเป็น 2 ยอดแหลม ตามขอบใกล้ปลายมีขนสาก กาบช่อดอกย่อยอันบน ยาว 2.5-3.5 มิลลิเมตร ลักษณะที่คล้ายท้องเรือ กาบด้านล่างของดอก (sterile lemma) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร รูปใบหอก ปลายแหลม บางใส ขอบมีขน ส่วนกาบข้างล่างอีกอันหนึ่ง (fertile lemma) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร บางใส แคบ ปลายมีหนามแหลม ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร กาบบนของดอก บางใส ปลายแหลม ยาว 1.6 มม. อับเรณูยาวราว 1 มิลลิเมตร สีส้ม ปลายเกสรเพศเมียมี 2 อัน เห็นแจ่มชัดยื่นออกมาจากกลางช่อดอกย่อย ยาว 1-1.5 มิลลิเมตร มีขนยาวละเอียดวาว เป็นพู่เหมือนขน เม็ด รูปขอบขนาน ยาวราวๆ 2 มม.

นิเวศน์วิทยา : ขึ้นได้ทั่วๆไป
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มรับประทานแก้ท้องเดิน ต้น น้ำสุกดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ แล้วก็ทำลายพิษบางประเภท ขี้เถ้าจากต้นกินแก้ปวดข้อ เมล็ด ใช้ขับพยาธิตัวกลม

Tags : สมุนไพร

54

สมุนไพรอ้อเล็ก
อ้อเล็ก Phragmites australis Trin. ex Steud.
บางถิ่นเรียก อ๋อเล็ก อ้อลาย (ภาคกลาง) อ๋อ (ทั่วไป) อ้อน้อย (เชียงใหม่)
ไม้ล้มลุก ประเภทหญ้า อายุยาวนานหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นตรง กลวง สูงได้ถึง 4 มม. เส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 1.2 เซนติเมตร ใบ รูปยาวแคบ หรือรูปใบหอกกว้าง กว้างราวๆ 2.5ซม. ยาวได้ถึง 60 ซม. ดอก ออกเป็นช่อใหญ่ที่ยอด ยาว 50 เซนติเมตร หรือมากกว่า มีกิ่งเล็กๆหนาแน่น สีออกม่วงหรือน้ำตาล มีช่อย่อย (spikelet) จำนวนไม่ใช่น้อย โตเต็มกำลังยาวราวๆ 1.2 เซนติเมตร มีดอกย่อย 3-7 ดอก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกด้านล่างสุดมันจะเป็นดอกเพศผู้ นอกนั้นเป็นดอกบริบูรณ์เพศ ช่อดอกย่อยติดตามศูนย์กลางห่างๆเป็นระยะ มีขนเหมือนไหมอยู่ระหว่างดอกย่อย กาบช่อดอกย่อยมีเส้นตามทางยาว 3 เส้น กาบดอกบาง หมดจด ปลายแหลม มีกลีบเกล็ด (lodicule) 2 อัน  ผล ที่ปลายมีโคนของก้านเกสรเพศเมียติดอยู่

นิเวศน์วิทยา
: ชอบขึ้นเป็นกลุ่มหนาแน่น จากที่ชื้นแล้วก็ริมฝั่งน้ำ
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มเป็นยาเย็น รับประทานขับเหงื่อ ขับเยี่ยว แก้ปวดข้อ รวมทั้งแก้คลื่นไส้

55

สมุนไพรแขม
แขม Saccharum arundinaceum Retz.
บางถิ่นเรียก แขม (ทั่วไป) ตะโป (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) แตร๊ง (เขมร-จังหวัดสุรินทร์) ปง (ภาคเหนือ)
ไม้ล้มลุก ชนิดหญ้า ขึ้นเป็นกอขนาดใหญ่ ลำต้นสูงได้ถึง 3 มัธยม กว่า เส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ 2.5 ซม. ใบ รูปยาว ปลายเรียว กว้าง 2.5-5 ซม. ยาวราว 1.5 มัธยม ขอบของใบหยาบ เส้นกลางใบสีขาว กาบใบยาวถึง 40 เซนติเมตร ผิวเรียบ สะอาด ลิ้นใบขอบเป็นเยื่อตื้นๆขอบเป็นขนแข็ง หมดจด ดอก ออกเป็นช่อใหญ่ ยาว 0.3-1 ม. แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ไม่มีขน หรือตามกิ่งเล็กๆอาจจะมีขนเป็นเงาคล้ายเส้นไหม ช่อดอกย่อย (spikelet) มีขนยาวสีขาววาวปกคลุมช่อดอกย่อยออกเป็นคู่ ช่อหนึ่งมีก้าน อีกช่อหนึ่งไม่มีก้าน กาบช่อดอกย่อยยาวเท่ากับช่อดอกย่อย กาบดอกสั้นกว่า บาง [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/b][/url] เกสรเพศผู้มี 3 อัน รังไข่สะอาด ก้านเกสรเพศเมียมี 2 เส้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นขนนก โผล่ข้างๆ สีม่วงแดง

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามริมฝั่งน้ำทั่วไป
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกกินเป็นยาเย็น ขับฉี่ แล้วก็แก้โรคผิวหนังบางชนิด ต้น ต้มน้ำกินแกฝี หนอง

Tags : สมุนไพร

56

สมุนไพรกระทิง
กระทิงCalophyllum inophyllum L.
บางถิ่นเรียกว่า กระทิง (ภาคกลาง) ทิง (กระบี่) เนาวกาน (น่าน) สารภีสมุทร (ประจวบฯ) สารภี แนน (ภาคเหนือ)
      ต้นไม้ สูง 8-20 มัธยม ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ไม่มีระเบียบ ลำต้นออกจะสั้น รวมทั้งมักบิด แตกเป็นกิ่งใหญ่ๆเป็นจำนวนมากทั้งในแนวดิ่งและนอน หรือแขวนลง เปลือกเรียบสีน้ำตาลปนเทา หรือ ออกจะดำ ด้านในมีน้ำยางสีเหลืองใส ตายอดเป็นรูปกรวยคว่ำ มีขนสีน้ำตาลปนแดงกระจาย ใบ เดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีถึงไข่กลับ กว้าง 4.5-8 ซม. ยาว 8-15 เซนติเมตร ปลายใบนกว้าง และก็มักหยักเว้ากึ่งกลางเล็กน้อย โคนใบสอบ ขอบของใบเรียบ เนื้อใบหนา สะอาด เป็นมัน เส้นใบถี่มาก แล้วก็ขนานกัน ก้านใบยาว 1-2 ซม. สมุนไพร ดอก สีขาว กลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ ยาว 2.7-10 มิลลิเมตร ชั้นนอกรูปร่างกลมค่อนข้างหนา หมดจด ชั้นในรูปไข่กลับ เหมือนกลีบดอกไม้ กลีบดอกมี 4 กลีบ กว้าง 7-8 มม. ยาว 9-12 มิลลิเมตร รูปไข่กลับ หรือ รูปช้อน ขอบงอ เกสรเพศผู้มีมากไม่น้อยเลยทีเดียว รังไข่ค่อนข้างกลม สีชมพู ก้านเกสรเพศเมียยาว ผล ออกจะกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-3 เซนติเมตร ปลายเป็นติ่งแหลม ผิวเรียบ สีเขียว เปลือกออกจะหนา

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าใกล้หาดทราย ในพื้นที่ที่เป็นหิน เหนือระดับน้ำทะเล 5-50 มัธยม
สรรพคุณ : ราก ยาชงรากใช้หยอดตาแก้ตาอักเสบ รวมทั้งใช้ล้างแผล ต้น และก็ เปลือกต้น ให้ยางใช้สำหรับทาแผล เป็นยาฝาดสมานพอกหน้าอกแก้วัณโรคปอด ถ้ากินจะทำให้คลื่นไส้ เป็นยาระบาย ใช้แต่งกลิ่น ให้มีกลิ่นคล้ายผักชีฝรั่ง หรือดอก lavender หรือ สารหอม coumarin ขับเยี่ยว ใช้ข้างนอกสำหรับล้างแผนอักเสบเรื้อรัง ใบ ใช้เบื่อปลา ถ้าเกิดนำมาแช่น้ำทิ้งเอาไว้ค้างแรมจะได้น้ำที่มีสีน้ำเงิน กลิ่นหอมหวนใช้ล้างตา แก้ตาอักเสบ น้ำคั้นจากใบเป็นยาฝาดสมานภายนอกใช้กับโรคริดสีดวงทวาร เมล็ด ให้น้ำมันรวมทั้งยางอยู่รวมกัน แยกน้ำมันออกมาใช้ทาถูกนวดแก้ปวด rhuematism แก้ผื่นคัน แก้โรคผิวหนังบางจำพวก แก้เหา น้ำมันจากเมล็ดทำให้บริสุทธิ์ กินแก้โรคหนองใน

57

สมุนไพรก้านเหลือง
ไม้พุ่ม หรือ ไม้ใหญ่ สูง 2-7 ม. บางทีก็อาจจะสูงได้ถึง 15 มัธยม เปลือกเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล กิ่งก้านเล็กเรียว มีขนตามปลายกิ่ง ใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับรอบลำต้น รูปขอขนานรูปรี หรือ รูปไข่กลับแกมรูปรี กว้าง 3-8 เซนติเมตร ยาว 10-16 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งมน โคนใบสอบแคบหรือกลม เส้นใบมี 4-6 คู่ ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 เซนติเมตร มีดอกช่อละ 1-1.5 เซนติเมตร สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 เซนติเมตร มีดอกช่อละ 1-3 ดอก มีขนกระจายราบกับผิว สมุนไพร ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก กลีบสีขาวอมเขียว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เกสรเพศผู้มี 5 อัน เชื่อมใกล้กับหลอดกลีบดอก เกสรเพศเมียเป็นหมัน มีขน ดอกเพศภรรยา มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ แต่มีขนาดใหญ่กว่าบางส่วน เกสรเพศผู้เป็นหมันมี 5 อัน รังไข่รูปไข่ มีขน ผล รูปขอบขนานปนรูปรี กว้าง 2-2.7 ซม. ยาว 3-4 เซนติเมตร สีเขียวสุกมีสีม่วงอมน้ำเงิน หรือ ค่อนข้างจะดำ มี 1 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบ หรือป่าผลัดใบชื้น ที่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 900 ม. พบทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคทิศตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็ภาคใต้ของไทย
คุณประโยชน์ : ใบ น้ำสุกรับประทานแก้เหน็บชา

58

สมุนไพรโพกริ่ง
โพกริ่ง Hernandia nymphaeifolia (Presl) Kubitzki
บางถิ่นเรียกว่า โพกริ่งโกงพะเหม่า (สุราษฎร์) โปง (กระบี่)
      ไม้ต้น สูง 10-20 ม.เปลือกสีเทาเป็นเงา ไม่มีหูใบ ใบ ลำพัง ออกเวียนสลับ รูปไข่กว้าง 9-28 เซนติเมตร ยาว 12-33 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบกลม ตัด หรือ เว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบของใบเรียบ ขนหมดจด ข้างบนเป็นเงา เส้นใบมี 5-9 เส้น ก้านใบยาว 6-20 เซนติเมตร ใกล้กับแผ่นใบแบบใบบัว แต่ว่าค่อนข้างมาทางโคนใบ [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/url][/color] ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ยอด หรือ ที่ยอด ช่อดอกยาว (รวมก้านดอก) 20-30 เซนติเมตร ขนละเอียดปกคลุม มีใบตกแต่งและใบเสริมแต่งย่อยติดทน มีดอกเพศผู้แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่ในช่อเดียวกัน ดอกจะติดเป็นกรุ๊ปๆละ 3 ดอก ดอกเพศเมียอยู่กึ่งกลาง มีดอกเพศผู้อยู่ประชิดข้าง ดอกเพศเมีย กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ มีขนละเอียดปกคลุมภายนอก สีออกเขียวหรือออกน้ำตาล กลีบดอกไม้มี 4 กลีบ สีขาว เกสรเพศผู้เป็นหมัน 4 อัน รูปกลม สีเหลืองอมส้ม รังไข่มีช่องเดียว ก้านเกสรเพศเมียยาวราวๆ 3 มิลลิเมตร สีชมพู ก้านดอกสั้น มีฐานรองรับเป็นรูปถ้วย หรือ รูประฆัง เมื่อดอกได้รับการผสมฐานนี้จะโตขึ้น ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ กลีบดอกไม้ 3 กลีบ ลักษณะก็จะคล้ายดอกเพศเมีย แต่เล็กกว่าบางส่วน เกสรเพศผู้มี 3 อัน อยู่ตรงกันข้ามกับกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศผู้มีต่อม 2 ต่อมติดอยู่ที่โคน อับเรณูมี 2 ช่อง ผล กลม หรือ รี กว้างราว 20 มม. ยาวราวๆ 25 มม. มีใบเสริมแต่งสีเขียวใสติดอยู่ เมื่อแก่จะแตกที่ปลาย เม็ด ค่อนข้างกลม มีเนื้อคล้ายฟองน้ำห่อหุ้มอยู่

นิเวศน์วิทยา
: ชอบขึ้นตามหาดทราย พบทางภาคใต้ของไทย
สรรพคุณ : ราก ใช้เคี้ยวรับประทานแก้พิษบางชนิด ยกตัวอย่างเช่น พิษจากการกินปู หรือ ปลาที่เป็นพิษ ต้น ยางที่ใช้เป็นยาถูผิวหนังเพื่อกำจัดขน น้ำต้มเปลือกกินเป็นยาถ่าย ใบ ใบอ่อนกินเป็นยาถ่าย เม็ด รับประทานเป็นยาถ่าย แม้กระนั้นน้ำมันที่สกัดได้จากเม็ดเป็นพิษ

59

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรสะระแหน่ญี่ปุ่น[/url][/size][/b]
สะระแหน่ประเทศญี่ปุ่น Mentha arvensis L. var. piperascens Malinv.
บางถิ่นเรียกว่า สะระแหน่ญี่ปุ่น ต้นน้ำมันหม่อง ไม่ประเทศญี่ปุ่น (จ.กรุงเทพฯ)
  ไม้ล้มลุก อายุยาวนานหลายปี ต้นสูง 20-40 ซม. มีขนเรี่ยราย ใบ ลำพัง ออกตรงข้ามรูปไข่ รูปไข่ค่อนข้างแคบ หรือ รูปขอบขนาน กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 2-5 เซนติเมตร ปลายโคนสอบ ขอบจักเป็นฟันเลื่อย มีต่อมเป็นจุดๆรวมทั้งมีขนทั้งยังด้านบนรวมทั้งด้านล่าง ก้านใบยาว 3-10 มม. ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามง่ามใบ ก้านช่อดอกสั้น ก้านดอกย่อยสั้นกว่ากลีบเลี้ยง สะอาด  สมุนไพร หรือมีขนกลีบเลี้ยงเชื่อมชิดกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 2.5-3 มม. ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก มักจะมีขนยาวที่คอหลอด ที่แฉกมีขนรูปสามเหลี่ยมแคบๆปลายเรียวแหลม กลีบดอกไม้สีขาว หรือชมพูอ่อน เชื่อมชิดกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 4-5 มิลลิเมตร ปลายหลอดแยกเป็น 4 แฉกเท่าๆกัน เกสรเพศผู้มี 4 อัน ก้านเกสรตรง ยาวเท่าๆกัน อับเรณูเป็น 2 พู เรียงขนานกัน ผล ขนาดเล็ก รูปรีแบนบางส่วน ยาว 0.7 มิลลิเมตร ฐานสอบป้านๆและเป็นสามเหลี่ยม

นิเวศน์วิทยา
: สามารถปลูกได้ในดูเหมือนจะทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบน้ำมากมายแต่ว่าไม่แฉะ ถูกใจแสงสว่างมาก อุณหภูมิที่สมควรอยู่ระหว่าง 25๐-30­๐ C
สรรพคุณ : ใบ กินได้ใช้แต่งรสของกิน เป็นต้นว่า ใส่ยำต่างๆใบแห้งเป็นยาฆ่าเชื้อโรคพอกแก้ปวดข้อ รับประทานเป็นยาเย็น ขับลม บำรุงธาตุ ขับรอบเดือน ขับเหงื่อ ขับฉี่ รวมทั้งบำรุงปลายประสาท สกัดให้น้ำมันไม่นต์มี menthol 80-90% ทั้งต้น ขยี้ทาขมับ แก้ปวดหัว สูดดมแก้ลม ทาแก้ฟกบวม กินแก้ปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อ

Tags : เห็นหลินจือ

60

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรเทียนดอก[/url][/color][/size][/b]
ชื่อพื้นบ้านอื่น  เทียนดอก , เทียนไทย , เทียนบ้าน , เทียนสวน (ภาคกึ่งกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Impatiens balsamina L.
ชื่อวงศ์  BALSAMINACEAE
ชื่อสามัญ Garden balsam.
ลักษณะทั่วไปทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุก (ExH) ลำต้นจะอวบน้ำแล้วก็มีขนเล็กน้อย สูงประมาณ 30-50 ซม. ลำต้นเอียงไม่ตั้งตรง เปราะง่าย
ใบ เป็นใบลำพัง แตกออกตามก้านของลำต้น ลักษณะใบมนรีหรือรูปเรียวรี ปลายใบแหลมเรียว ขอบใบเป็นจะละเอียด โคนใบจะมนสอบเข้าหาก้านใบ ผิวเนื้อใบสาก หยาบ เห็นเส้นกิ่งก้านสาขาใบได้ชัด สีของใบ จะเริ่มจากสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีเขียวแล้วก็สีเขียวเข้ม
ดอก เป็นดอกคนเดียว จะออกติดกันช่อหนึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมี 2-3 ดอก ดอกมีหลายสี เช่น สีชมพู สีแดง สีส้มแล้วก็สีขาว มีดอกตรงส่วนยอดของลำต้น กลีบดอกจะอยู่ซ้อนๆกันเป็นวงกลมผล ผลรูปรี ปลายแหลมยาว มีสีเขียว ผลเมื่อแก่เต็มกำลังก็จะแตกหรือดีดตัวออกเป็นเม็ดเม็ด ลักษณะกลมเล็ก คล้ายเม็ดดอกบานเย็น
นิเวศวิทยา
เป็นไม้ที่ถูกใจอยู่ในที่ร่มรำไร รังเกียจแดดจ้าแต่จะต้องอยู่ในที่มีแสงไฟเพียงพอ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือนหรือตามสวนยาจีนทั่วๆไป

การปลูกและขยายพันธุ์
เป็นไม้ที่ปลูกง่าย เจริญวัยได้ดิบได้ดีในดินที่ร่วนซุย ขยายาพันธ์ุด้วยการเพาะเม็ด หรือตัดปักชำหรือตัดไปแช่น้ำให้รากออกแล้วก็ค่อยนำไปปลูกลงดิน
ส่วนที่ใช้รสและสรรพคคุณ
ราก รสเฝื่อนฝาดเมา ฟอกเลือด ลดบวม แก้ปวดกระดูก แก้ช้ำบวม แก้ตกขาว แก้แท้งลูก
ลำต้น รสเฝื่อนฝาด ขับลม ทำให้เอ็นคลายตัว ทำให้เลือดเดินสะดวก แก้ปวด แก้เหน็บชา แก้แผลเน่า
ใบ รสเฝื่อนฝาด สลายลม ฟอกโลหิต แก้บวม แก้ปวดตามข้อ แก้แผลมีหนองเรื้อรัง
สมุนไพร ดอก รสเฝื่อนฝาด สลายลม ฟอกโลหิต ลดบวม แก้ปวดข้อปวดเอว  เป็นยาเย็นบำรุงร่างกาย ทาแผลน้ำร้อนลวก แผลผุพอง
ดอกรวมทั้งใบ รสเฝื่อนเย็น พอกกันเล็บถอด
เมล็ด รสขม กระจัดกระจายเลือด ขับเสลดข้นๆขับเมนส์ แก้พิษงู แก้แผลติดเชื้อโรคอักเสบเรื้อรัง แก้แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แก้บวม แก้โรคตับแข็ง
วิธีการใช้รวมทั้งจำนวนที่ใช้

  • รักษาโรคผิวหนัง แก้ลักษณะของการปวดตามนิ้วมือ นิ้วเท้า เล็บขบ โดยใช้ใบสดรวมทั้งดอกสีขาว 10-20 กรัม เอามาโขลกให้ละเอีียดทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลทา 5-7 วัน
ข้อควรจะทราบ
สีจากน้ำคั้นจะติดอยู่นาน จำเป็นที่จะต้องระวังการเปื้อนเปรอะเสื้อผ้ารวมทั้งร่างกายส่วนอื่นๆ

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10