ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุการณ์ที่คุณพ่อม่าม้าสัมผัสรู้ ก่อนให้สายเลือดนั่งคาร์ซีทในรถยนต์  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มกราคม 12, 2018, 09:05:38 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7505
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

 

พ่อพระชนนีไม่ชำนาญหลายคนคงเป็นวิตก เวลาที่จะพาเจ้าตัวน้อยขึ้นรถใช่มั้ยหล่ะ หลายหนคุณแม่อาจกังวลว่าเข็มขัดนิรภัยจะแน่นเกินไป ทำเอาลูกน้อยไม่สบายตัวหรือว่าเป็นอันตราย หรือไม่ก็กังวลไปต่างๆ นานาว่า คาร์ซีท หรือไม่ เบาะนั่งเด็กในรถ จะดีกับลูกน้อยไหม จะดูแลรักษาอุบัติเหตุได้จริงไม่ใช่หรือ ซึ่งการห่วงใยนั้นเป็นเรื่องปกติครับ เพราะหากคุณแม่คาดเข็มขัดให้ลูกผิดตำแหน่ง อาจจะส่งผลต่อเส้นโลหิตของลูกจนเป็นน่ากลัวได้ เพราะเช่นนั้น การที่คุณสำรวจสมณศักดิ์เข็มขัด สถานะที่นั่งของลูกทุกครั้งเป็นการดีครับ นอกจากข้อกังวลด้านบนแล้ว มาดูกันครับว่ามีทางการใช้ คาร์ซีท ข้อไหนบ้างที่ความเกื้อกูลพึงสังเกต

1. ตั้งคาร์ซีท ไม่ถูกต้อง ข้อแรกที่จำเป็นจะต้องรู้ก่อนเลยหมายความว่า ปริมาตรของคาร์ซีทที่เราซื้อมานั้น พอดิบพอดีกับเบาะรถรึเปล่า พร้อมกับต้องทำการประดิษฐานแบ่งออกเผงด้วย เพราะว่าคาร์ซีทมีทั้งแบบหันหน้าและหันหลัง หากคาร์ซีทเป็นอย่างไหน ควรติดตั้งทิศทางให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ควรตรวจหาดูสายคาดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ศักยล็อคได้เสถียร สมมติมาตาเห็นว่าคาร์ซีทมีความปกติไม่ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ สมควรนำคาร์ซีทไปซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรให้ลูกใช้ต่อไปครับ หากอยู่ในประกัน ช่างจะซ่อมยื่นให้ให้เปล่าขอรับ

2. ชำระคืนสายคาดผิดกรรมวิธี เส้นคาดเปล่าพึงจะหย่อนยานไม่ก็รัดตึงเกินพอดี ป๊ะป๋าคุณแม่รอบรู้ตรวจสอบสายคาดเพราะจับสายคาดให้ตึง จากนั้นใช้นิ้วจิ้มดู ต่างว่าสายบุ๋มลงมาก สำแดงว่าหลวมเกินไป ด้วยว่าคาร์ซีทประเภทหันหลัง เลยเวลาควรอยู่ที่ดีกรีใช่ไหมอยู่ใต้บ่าของลูกเล็กน้อย สมมตเป็นคาร์ซีทแบบผินหน้า สายคาดเหมาะอยู่ฐานะเดียวกับไม่ก็ได้เปรียบไหล่ของลูกครับผม

3. ส่งเสียบุตรดำรงตำแหน่งหันหน้าเร็วเกินดี เตี่ยมาตุรงค์หลายคนกล้าหาญเคยได้ยินมาว่า ช่วงขวบปีแรกจงให้ลูกนั่งหันหลัง จนกระทั่งลูกจักน้ำหนัก 9-10 กิโล ถึงจะให้นั่งหัน ซึ่งเป็นคตินิยมที่ผิด โดยองค์กรกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาแนะว่า ควรให้ลูกหันหลังจนกว่าจะ 2 ขวบ และหากเป็นไปได้การดำรงตำแหน่งแบบหันหลังนั้นปลอดภัย และจงให้ลูกนั่งหันหลังให้ช้ายิ่งเท่าที่จะปฏิบัติงานได้ มาตุเรศหลายคนอาจกังวลว่าแม้ลูกตัวใหญ่ขึ้น กล้าหาญนั่งหันหลังแล้วรู้สึกว่าขาติดกับพนักเบาะรถหรือไม่ก็ต้องงอขา แต่จริงๆ แล้วสรีระของเด็กสมรรถยืดงอได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ชนกมาดาไม่ควรหนักใจในข้อนี้ พอลูกโตเกินกว่าสัดส่วนคาร์ซีท แล้วค่อยให้ลูกนั่งหันหน้ากับเบาะโดยทั่วไปก็ไม่จารชนเกินไปฮะ

 4. ส่งให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทรวดเร็วทันใจเกินพอดี บูสเตอร์ซีท ลงความว่าเบาะรองนั่งของเด็กเพราะกินในที่รถยนต์ ใช้เพราะว่าเด็กช่วงชนมพรรษา 3-12 ขวบ (น้ำหนักเด็กประมาณ 15 – 36 กิโลกรัม) มีเจ้าของของซื้อของขายบางเจ้า แนะลู่ทางว่าเหมาะให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทตั้งแต่ลูกอายุ 3 ขวบ แต่จริงๆ แล้วควรรอให้ลูกน้ำหนักคาดคะเน 18 กิโลเมตรหรืออายุ 4-5 ขวบ พร้อมกับลูกเป็นได้นั่งโดยมีวิถีคาดพาดผ่านหน้าอกได้ทั้งนั้นการท่องเที่ยว พร้อมด้วยแพทย์ยังแนะลู่ทางว่าสายรัดตัวแปลน 5 จุดพ้นภัยกว่าบูสเตอร์ และพ่อแม่ควรใช้สายรัดตัวจะดีกว่า เพราะว่าสามารถพิทักษ์เด็กได้ดีกว่าสายรัดเอวนิรภัยข้าวของเครื่องใช้บูสเตอร์ซีท เนื่องจากสายรัดตัวเป็นได้คุ้มครองลำตัวส่วนบน ลดความเคลื่อนไหวพร้อมด้วยการกระทุ้งบนหัวด้วยกันคอลงได้ ครู่ที่สายรัดเอวนิรภัยระแวดระวัง อาณาบริเวณอุระและตะโพกเท่านั้น

แท้อยู่ว่าพ่อแม่ดำรงเปล่าเชี่ยวชาญคุ้มครองผลร้ายทุกอย่างที่พร้อมทุบตีลูกได้ กลับการที่คุณพ่อมาตุรงค์เป็นได้เลือกใช้เครื่องมือปกป้องตำแหน่งมีความสามารถได้อย่างถูกแบบ ก็นัยว่าหมายถึงการทวีคูณการคุ้มครองภัยให้เลือดเนื้อเชื้อไขได้อีกทางหนึ่งครับ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เปลเด็ก

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.boysandgirlsclubsofmagicvalley.com/index.php?topic=368590.new#new

Tags : คาร์ซีทมือสอง