ผู้เขียน หัวข้อ: กลยุทธ์เลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับบริษัทของท่าน  (อ่าน 23 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 04, 2018, 07:46:09 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3092
    • ดูรายละเอียด

ปัจจุบันนี้ SME หลายกิจการต่างคัดเลือกกรรมวิธีที่จะสร้างศักยภาพในการทำงานและลดต้นทุนให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ เพื่อสามารถต่อสู้และรอดชีวิตในยุคที่เศรษฐกิจซบเซาอย่างในตอนนี้ การเปลี่ยนมาใช้  software โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุน ถึงกระนั้นซอฟแวร์มีมากมายหลายเจ้า จะเลือกอย่างใดจึงจะคุ้มกับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้ช่องทางข้อควรพิจารณาเพื่อเป็นแนวให้คุณซื้อโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับบริษัทของท่าน ดังต่อไปนี้ครับ

1.ประเภทอุตสาหกรรม
กิจการของท่านอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านขายย่อย โรงงานผลิต หรือกิจการให้บริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรายละเอียดการทำบัญชีที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้นักพัฒนาซอฟแวร์จะดีไซน์โปรแกรมบัญชีให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานกับกลุ่มธุรกิจหลายๆ ชนิดเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคุณอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีฟังก์ชั่นเข้ารูปกับกิจการคุณ หรือมีส่วนปลีกย่อยพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมบางชนิด เช่น กิจการก่อสร้าง โรงงานผลิต และศูนย์กระจายสินค้า ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาออกแบบโปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับธุรกิจท่านจะดีกว่า
2.ขนาด ร้านค้า
รายละเอียดปลีกย่อยของการทำบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นตามขนาดของ ร้านค้า ท่านเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ ธุรกิจที่มียอดขาย 1 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าธุรกิจมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนทางบัญชีเพิ่มขึ้น โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับดาต้าขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นควร เลือกซื้อให้เหมาะสมกับขนาด และสามารถที่จะอัพเกรดวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย
3.ฟังก์ชันอะไรบ้างที่ต้องการใช้งาน
ก่อนการ เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรซักถามว่ามีส่วนใดหรือโมดูลอะไรที่กิจการท่านจำเป็นต้องใช้งาน ควรลิสความต้องการ คุณลักษณะ หรือฟังก์ชั่นที่อยากได้เป็นเรื่องๆ เสียก่อน บางธุรกิจอาจจะต้องการการใช้งานที่ง่ายๆ หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่บริษัทอื่นอาจจะต้องการอินเตอร์เฟสในการจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้ credit card หรือมีฟังก์ชั่นบริหารสินค้าคงเหลือ หรือสร้างดัดแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร ตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีสามารถรองรับความต้องการเหล่านี้ได้ และเข้ากับบริษัทท่าน อย่าเสียเงินให้กับฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้งาน
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
ในเวลาที่ท่านมีอุปสรรคใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถรองรับ แก้ไขปัญหาได้รวดเร็วเพียงใด ติดต่อได้ง่ายสะดวก น่าไว้วางใจหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนเหล่านั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้ข้อเสนอแนะท่านหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ ค้นหา จาก internet หรือสืบถามกิจการที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้
5.งบประมาณ
งบในการซื้อจะเป็นเรื่องที่สำคัญประเด็นหลักที่มีผลต่อการ เลือกโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีทั่วๆ ไปจะมีสนนราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ดีไซน์ฟังก์ชันการใช้พิเศษ ท่านคงต้องลงทุนสูงกว่าแน่นอน และก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าขั้นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินความจำเป็น หรือไม่คุ้มกับการลงทุน
6.โปรแกรมบัญชีบริษัทตัวแทนให้ทดลงใช้ฟรีหรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าท่านสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะทำให้รู้ข้อดีข้อเสียต่างๆ ทั้งเรื่องความง่ายดายในการใช้งาน ปัญหาที่พบ การใช้งาน Function โมดูลต่าง ลงตัวหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน ตัดสินใจเลือกซื้อไถ่ถามกับตัวแทนว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ โดยปรกติจะจะเปิดให้ลูกค้าลองใช้ได้ 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นการดีก่อนที่จะเสียเงินซื้อจริง
ในที่สุดแล้วควรซักถามกิจการอื่นๆ ที่คุณรู้จักเกี่ยวกับโปรแกรมบัญชีที่อยู่ในความสนใจ อย่างน้อย 3 ที่ ควรสอบถามเกี่ยวกับอุปสรรคการใช้งาน พบปัญหาอะไรหรือไม่ สิ่งที่ควรจะปรับปรุง หรือการดูแลและให้คำปรึกษาของตัวแทนขายดีหรือไม่ ยิ่งไปกว่านี้สิ่งสำคัญควรเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่ติดตลาด มีธุรกิจใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

เครดิตบทความจาก : http://peakaccountonline.blogspot.com/2015/06/blog-post.html

Tags : โปรแกรมบัญชี