ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 แนวทางตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 15, 2018, 06:20:01 AM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 331
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
เดี๋ยวนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและก็เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความแตกต่างกันด้วย ถ้าหากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แม้กระนั้นถ้าเกิดเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาถูกหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี แล้วก็ปัญหาในตนเองปะปนกันไป เพราะฉะนั้น พวกเราก็เลยจะต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การตรวจตราคุณภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 แนวทางดังนี้
1. สำรวจความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถด้วยตนเองได้ รวมทั้งควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เพราะสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงรวมทั้งความอ่อนแตกต่างกัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกมักจะมีสายออกจะแข็ง ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อเสนอคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เพราะจะไม่สามารถพับสายได้ หากพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อให้เกิดปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อนำไปใช้งานเสมอๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายดายสายสัญญาณเสียง ราคาที่ดีที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกขาด ถ้าหากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. พิจารณาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับในการทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจำหน่ายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับในการทำหัวสาย ดังเช่น ทองสัมฤทธิ์ และก็อลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีกว่า เนื่องจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยพบปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในตอนที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากเสียบไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกเหนือจากนี้ ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง แก่การใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยพบปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจำเป็นต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง ถ้าเกิดไม่บำรุง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยทั่วไปสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ แล้วก็ถ้าหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมแซมได้ ต้องทิ้งสิ่งเดียว โดยเหตุนี้สำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงจะต้องวิเคราะห์จุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจสอบความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี จะต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เพราะเหตุว่าเป็นความยาวที่สมควรสำหรับเพื่อการเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหละหลวม อีกทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเหลือเกิน จะไม่สามารถแทงกับเครื่องมือได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงจำเป็นต้องคอยพยุงไว้ ส่วนถ้าโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากเกินไป เมื่อทิ่มกับเครื่องไม้เครื่องมือจะก่อให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจจะก่อให้สายมีการหักได้
5. ตรวจตราความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยเพียงใด ข้อนี้แม้จะไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เพราะการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยทำให้สามารถต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินความจำเป็นจนถึงเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นอย่างไร ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ควรมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. พิจารณายี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะเหตุว่าชอบเป็นสินค้าที่มิได้คุณภาพ ได้โอกาสเสียเสียหายได้ง่าย
การเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สาย audio cable