ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 แนวทางพิจารณาประสิทธิภาพสาย audio cable คลิกเลย  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 07, 2018, 03:31:29 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 592
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางพิจารณาคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความต่างกันด้วย ถ้าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แต่หากพวกเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี รวมทั้งปัญหาในตัวเองผสมกันไป เพราะฉะนั้น พวกเราจึงจึงควรมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การวิเคราะห์คุณภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. วิเคราะห์ความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่พวกเราสามารถด้วยตนเองได้ แล้วก็ควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องจากสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงและก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกมักจะมีสายค่อนข้างแข็ง ตอนที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อแนะนำเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป เนื่องจากว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าหากพับ ม้วนเก็บสายย่อมสร้างปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป เพราะเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานบ่อยๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ง่ายๆสายสัญญาณเสียงที่ยอดเยี่ยม ควรเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกขาด แม้เราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. สำรวจอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับในการทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับการทำหัวสาย ได้แก่ ทองบรอนซ์ แล้วก็อลูมินัม ขอแนะนำว่าควรจะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีมากกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะเสียบสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากเสียบไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง แก่การใช้งานช้านาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูป ในขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำเป็นต้องใช้งานอย่างรอบคอบ แม้ไม่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว
3. วิเคราะห์การยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ในขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหงุดหงิดบ และถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมแซมได้ จำต้องทิ้งสิ่งเดียว ดังนั้นสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราก็เลยจำเป็นต้องวิเคราะห์จุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจตราความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี จะต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะเหตุว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับการแทงเข้ากับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่เกิดการโยกหรือหละหลวม อีกทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา หากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่สามารถแทงกับอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจำเป็นต้องรอประคองไว้ ส่วนถ้าเกิดโลหะที่ศีรษะทิ่มมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อแทงกับวัสดุอุปกรณ์จะก่อให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา แม้เผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายมีการหักได้
5. สำรวจความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยแค่ไหน ข้อนี้แม้จะมิได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้แรงงานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ เพราะเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนกระทั่งเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินความจำเป็นจนถึงกำเนิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นอย่างไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับเสียบเครื่องใช้ไม้สอยเครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วๆไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ ต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. สำรวจยี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็จัดว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกผลิตภัณฑ์จากแบรนด์แปลกๆหรือสินค้าโนเนม เพราะว่ามักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสพังเสียหายได้ง่าย
วิธีการสำหรับเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable