ผู้เขียน หัวข้อ: มะม่วงหาว มะนาวโห่ สรรพคุณเเละประโยชน์  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธันวาคม 06, 2018, 05:54:05 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 171
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


มะม่วงหาว มะนาวโห่
ชื่อสมุนไพร  มะม่วงหาวมะนาวโห่
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ , มะนาวไม่รู้โห่ , หนามแดง (ภาคกลาง) , หนามขี้แฮด (เชียงใหม่) , มะนาวโห่ (ภาคใต้)
ชื่อวิทยาศาสตร์    Carissa carandas L.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Carissa congesta Wight.
ชื่อสามัญ  Karanda, Carunda , Christ’s thorn , Bengal Currants.
วงศ์  APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด
มะม่วงหาว มะนาวโห่ เป็นผลไม้ในกลุ่มเบอร์รี่ประเภทหนึ่งที่เชื่อว่าถิ่นเกิดอยู่แถบ Himalayas แม้กระนั้น นักพฤกษศาสตร์บางท่านกล่าวว่ามีบ้านเกิดเมืองนอนแถบ Java มะนาวโห่มีการกระจายตัวตั้งแต่เนปาลไปจนถึงอัฟกานิสถาน รวมทั้งพบได้ในหลายๆพื้นที่ในประเทศ อินเดีย มีการกระจายตัวในเขตอบอุ่นของประเทศ ประเทศอินเดีย รวมทั้งศรีลังกา โดยธรรมชาติเจริญเติบโตในพื้นที่ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 300 ถึง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล รวมถึง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ศรีลังกา พม่า จีน รวมทั้งไทย
ส่วนในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ส่วนในปัจจุบันค่อนข้างหามารับประทานได้ยาก ด้วยเหตุว่าเป็นพันธุ์พืชมีหนาม ใครหลายๆคนไม่ทราบคุณประโยชน์จึงฟันทิ้งกันไปๆมาๆก นอกเหนือจากคนที่รู้ทันนั้นที่เอามาปลูกไว้ สำหรับคนสมัยเก่าแล้วผลไม้จำพวกนี้จัดว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะเป็นมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพรซึ่งมีสรรพคุณที่มากมาย
ลักษณะทั่วไป มะม่วงหาว มะนาวโห่ มีลักษณะเป็นไม้พุ่มรอคอยเลื้อย หรือไม้ต้นขนาดเล็ก เป็น ไม้ไม่ผลัดใบ มีสีเขียวตลอดปี มีลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์ เป็น
ลำต้น : สูง 2-3 เมตร แต่บางทีอาจสูงถึง 5 เมตร มียาง ขาวเปลือกมีสีเทาอ่อน
กิ่ง: มีกิ่งไม่น้อยเลยทีเดียวกิ่งมี ลักษณะแข็ง และก็กระจายไปทั่วต้น การแตกกิ่งจะแตก ออกเป็น 2 กิ่งตรงคู่กัน มีหนามทั้งยังแบบหนามลำพัง หรือ เป็นคู่ บางทีอาจยาวได้ถึง 5 เซนติเมตร หนามจะเจอรอบๆ มุมใบ หรือตามข้อของกิ่ง กิ่งแขนงมักจะมีหนามที่แข็ง และก็คม
ใบ: เป็นใบโดดเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปขอบขนานหรือ รูปไข่ ไม่มีหูใบ กว้าง 1.5-4 เซนติเมตร ยาว 3-7 ซม. ปลายมน หรือเว้ายุบ มีก้านในผู้เดียว เส้นใบ เป็นแบบร่างแห ผิวใบเรียบ เป็นเงา มีสีเขียวเข้ม หรือ สีเขียวอมเทา
ช่อดอก: ออกเป็นช่อตามซอกใบ มีลักษณะเรียงเป็นแบบช่อเชิงหลั่นเป็นกระจุกกันอยู่ใบประดับประดาตรง
ดอก: ดอกมีกลิ่นหอมหวน (เหมือนดอกมะลิ) ขนาด ยาว ราวๆ 3.5-5.5 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาว หรือ สีชมพู รวมกันเป็นช่อ 2-3 ดอก ไร้ใบประดับประดาย่อย มีก้านดอกย่อย เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ดอกสมมาตรตามรัศมี มีกลับดอก 5 กลีบ กลีบเลี้ยงมีขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นขน โคนเชื่อมเป็นหลอด ยาว 16-21.5 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก มีขนสั้นขนาด เล็ก วงกลีบดอกไม้: กลีบดอกเชื่อมกัน 5 กลีบเป็นวง เป็น รูปใบหอก สีขาว มีขนสั้นขนาดเล็กนุ่ม หลอดมีลักษณะ ยาว รวมทั้งขยายตรงฐานรองดอก มีขนสั้นนุ่มเช่น เดียวกัน
เกสรตัวผู้: มีละอองเกสรตัวผู้จำนวนมากปลายยอดเกสรตัวผู้มีรยางค์ อับเรณูติดอยู่ตรงฐาน มีลักษณะหันเข้า อับเรณูแตกทางยาว
เกสรตัวเมีย: มี 1 อัน รังไข่มีลักษณะกลมรี มีวงเกสรตัวเมีย 2 วง เชื่อมกันอยู่ รังไข่เป็นsyncarpous มีหลาย locule placenta อยู่ที่ศูนย์กลาง (axis) ของรังไข่ มี carpel และก็ locule 2 อัน ยอดเกสรตัวเมียมีลักษณะเป็นเส้นใย ปลายแยกเป็น 2 แฉก
ผล: ผลไม้ที่มีเนื้อสด (fleshy fruit) มี pericarp เป็นเนื้อนุ่มกินได้ ผลเป็นแบบdrupe (ผลไม้ ที่มีเมล็ดแข็ง) ลักษณะรูปไข่ ขนาดกว้าง 12-17 มม. ยาว 15-23 มิลลิเมตร ผลได้ผลลำพังออก รวมกันเป็นช่อ ผลอ่อนจะมีสีชมพูอ่อนๆและเบาๆเข้มขึ้นเป็นสีแดง กระทั่งสุกจึงกลายเป็นสีดำมีรสชาติ เปรี้ยว
เมล็ด: เมื่อผลสุกจะมี 2-4 เม็ด เม็ดมี ลักษณะแบน รูปไข่ เอนโดสเปิร์มเป็นแบบเนื้อ (fleshy endosperm) มีลักษณะเว้า
การขยายพันธุ์
ปกติแล้ว มะม่วงหาว มะนาวโห่ นิยมเพาะพันธุ์ด้วยเม็ด เม็ด มะม่วงหาว มะนาวโห่เป็นเมล็ดที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น โดยเหตุนั้นเมื่อ แยกเมล็ดออกจากผลแล้วจึงควรจะเพาะเมล็ดโดยทันที (Patel, 2013) การเพาะเม็ดนิยมเพาะในโรงเรือนตอน เดือน ส.ค.-กันยายน หรือเอามาเพาะใส่ลงในถุงพลาสติกเพาะชำ รดน้ำให้เปียกแฉะ วางเอาไว้ในที่แดดร่มๆซึ่งจะใช้เวลาเพาะโดยประมาณ 6 เดือน แล้วนำมาปลูกในแปลง
หรือเมื่อต้น กล้าอายุได้ 1 ปี ส่วนวิธีการตอน กิ่งรวมทั้งการชำ ในมะม่วงหาว มะนาวโห่ควรจะเริ่มทำ ในช่วงมรสุมรากจะออกข้างหลังตอนโดยประมาณ 3 เดือน โดยการเลือกตอนในกิ่งที่ ไม่อ่อนหรือเปล่าแก่เดินไป อายุกิ่งไม่เกิน 1 ปี มีเส้นผ่าน ศูนย์กลางกิ่งไม่เกิน0.5 ซม.มะม่วงหาว มะนาวโห่จัดเป็นพืชที่ทนสภาพแล้งได้ดีจะรุ่งโรจน์ เติบโตได้ดีในเขตร้อนเขตอบอุ่น สามารถเจริญเติบโต เจริญในดินทราย แถบเทือกเขาหินปูน และก็ดินที่เสื่อมสภาพ หรือดินเทือกเขา โดยสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุก ประเภท ตั้งแต่ดินเค็ม ไปจนกระทั่งดินกรด พืชประเภทนี้จะ เจริญเติบโตก้าวหน้าในพื้นที่ริมตลิ่ง หรือพื้นที่ที่ไม่มีการใช้ คุณประโยชน์ แล้วก็ยังเป็นพืชที่ปรารถนาน้ำน้อยมาก การให้ น้ำมีความจำเป็นเฉพาะตอนหลังย้ายปลูก หรือข้างหลังให้ ปุ๋ยเพียงแค่นั้น
องค์ประกอบทางเคมี
ในผลของมะม่วงหาว มะนาวโห่ มีสาร anthocyanin สารประกอบฟีนอลิก และก็ triterpenoid acid และก็สารประเภทพวกโปรตีน อาทิเช่น alanine, glycine, glutamine และก็ยังเจอคาร์โบไฮเดรต ฟลาโวนอยด์ ในลำต้นและรากเป็นพวกลิกแนน ใบเป็นพวกไตรเทอร์ป่ายปีนส์, สเตียรอยด์นอกนั้นการเรียนเบื้องต้นพบว่า สารสกัดของมะม่วงไม่เคยรู้หาว มะนาวไม่เคยทราบโห่ยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆอาทิเช่น สารโฟลีฟีนอลิก (polyphenolic) ฟลาโวนอยด์(flavonoid) ฟลาวาโนน (flavanone) วิตามิน ซีอัลคาลอยด์(alkaloid) ซาโปนิน (saponin) และ แทนนิน (tannins)
ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงหาว มะนาวโห่ ระบุว่าผลมะม่วงหาวมะนาวโห่สุก 100 กรัม ให้พลังงานราว 75 แคลอรี่ มีไขมัน 2-5 กรัม น้ำตาล 7-12 กรัม รวมทั้งวิตามินซี 9-11 มก.
ผลดี/สรรพคุณ
มะม่วงหาว มะนาวโห่มีผลแบบมีเนื้อหลายเม็ด (berry) นิยมนำมาใช้บริโภคสดหรือนำมาใช้สำหรับการทำกับข้าวดองในอินเดีย มีการบริโภค ภายในประเทศและก็ส่งออกต่างประเทศ มะม่วงหาว มะนาวโห่เป็น ผลไม้ที่จัดเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่กินก่อนที่จะรับประทานอาหารจาน หลักได้อย่างดีเยี่ยม โดยส่วนมากแล้วผลชอบนำไปดองก่อนจะสุก ส่วนผลดิบมักจะใช้เป็นเครื่องดื่มคลาย้อน นำมาใช้ทำเยลลี่ แยม น้ำผลไม้ น้ำเชื่อม ทาร์ต และของเคียง น้ำยางสีขาวในผลสุกใช้ใน อุตสาหกรรมแทนนินแล้วก็สีผสมอาหาร ในผลสุกจะมี สารเหมือนยางเหนียวแม้กระนั้นเมื่อปรุงโดยการผ่านความร้อน แล้วทิ้งไว้ให้เย็นจะได้น้ำผลไม้ที่มีสีแดงเข้มใส ใช้ประโยชน์เป็นเครื่องดื่มดับร้อนได้ ผลสุกของมะม่วงหาว มะนาวโห่จะมี เพ็กตำหนินจำนวนไม่ใช่น้อย ผลสุกประเภทที่มีรสหวานสามารถ รับประทานได้ในทันที แม้กระนั้นจำพวกที่มีรสเปรี้ยวจะต้องกวนด้วย น้ำตาลจำนวนไม่ใช่น้อยก่อนจึงจะรับประทานได้ ในบาง ประเทศปรุงมะม่วงหาวมะนาวโห่ร่วมกับพริกเขียวเพื่อเป็นของกิน ที่รับประทานคู่กับแผ่นโรตี นอกนั้นยังมีการน้ำเอามาทำเป็นซอสเปรี้ยวใช้สำหรับกินคู่กับปลาและเนื้อวัวอีกด้วย
ส่วนสรรพคุณทางยาของมะม่วงหาว มะนาวโห่ตามตำรายาไทย
บอกว่า แก่น บำรุงไขมัน เหมาะกับคนผอม บำรุงธาตุแก้อ่อนแรง ใบสด ต้มน้ำแก้ท้องเดิน แก้ปวดหู ไข แก้เจ็บปากและคอ รากสดต้มน้ำกิน ขับพยาธิ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ตำอย่างละเอียดผสมกับเหล้า ทาหรือพอกรักษารอยแผลแก้คัน เปลือกลำต้น บรรเทาลักษณะโรคผิวหนัง แก้บิด ขับน้ำเหลืองเสีย แก้ท้องเสียแก้กามโรค ทำยาอมรักษาแผลในปาก แก้ปวดฟัน พอกดับพิษ ผล ผลดิบ มีรสขมและเปรี้ยว ใช้เป็นยาสมาน แผล ดับหิวคลายร้อน ใช้เป็นของกินเรียกน้ำย่อย ที่รับประทานก่อนกินอาหารจานหลัก แก้อาการท้องผูก ลดไข้ ละลายเสมหะรวมทั้งมีคุณประโยชน์สำหรับผู้มีลักษณะ กระหายน้ำ ไม่อยากอาหาร ท้องเดิน อาการไข้ขึ้นสมอง และ อาการคลื่นไส้เป็นเลือด ผลสุก มีรสหวานแล้วก็มี คุณประโยชน์เย็น ใช้เป็นผลไม้เรียกน้ำย่อย บรรเทาอาการ ลักปิดลักเปิด และเป็นประโยชน์ต่อผู้มีลักษณะอ้วกมีเสลด ภาวการณ์เบื่อข้าว แผลไหม้ โรคหิด อาการคัน และก็อาการอื่นๆจากโรคผิวหนังนอกเหนือจากนี้ยังทุเลา สภาวะโลหิตจาง รวมทั้งช่วยถอนพิษ แล้วก็ในตำราแพทย์พื้น บ้านกล่าวว่าผลสุกสามารถกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของ สตรี และก็ฆ่าพยาธิในไส้ได้ ผลสุกมีคุณลักษณะใน การฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และเชื้อราได้ น้ำคั้นจากผลใช้ล้าง แผลเพื่อปกป้องการรับเชื้อ และทุเลาอาการคันที่ ผิวหนัง รวมทั้งยังสามารถบรรเทาอาการบ้าได้อีก ด้วย เม็ด แก้ขี้กลากโรคเกลื้อน แก้เนื้อหนังชาในโรคเรื้อน แก้โรคผิวหนัง แก้ตาปลา แก้เนื้องอก บำรุงไขข้อ บำรุงกระดูก บำรุงเอ็น บำรุงกำลัง บำรุงผิวหนัง น้ำยาง ทำลายตาปลา กัดทำลายพื้นที่ด้านเป็นปุ่มโต แก้เลือดไหลตามไรฟัน รักษาหูด รักษาโรคกลาก แผลเนื้องอก โรคเท้าช้าง ยอดอ่อน รักษาริดสีดวงทวาร
ส่วนในการศึกษาด้านการแพทย์แผนปัจจุบันส่งผลการศึกษากล่าวว่า สารออกฤทธิ์ในมะม่วงหาว มะนาวโห่สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันการเกิดเบาหวาน (antidiabetic) รวมทั้งคุ้มครองการเกิดโรคมะเร็งได้ (anticancer)
รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้
รากสด ต้มกับน้ำใช้ดื่มเพิ่มความต้องการอาหาร เพิ่มแนวทางการทำงานของกระเพาะ เพิ่มการหลั่งกรด แก้ท้องร่วง ขับพยาธิ ใบต้มกับน้ำกิน ใช้ลดไข้ แก้ท้องร่วง แก้แผลอักเสบที่ปาก ผลสุดใช้กินสดหรือทำเป็นน้ำผลไม้ดื่ม แก้ลักปิดลักเปิด แก้โลหิตจาง ช่วยเจริญอาหารแก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ท้องร่วง แก่นไม้มะม่วงหาว มะนาวโห่ใช้ต้มกับน้ำใช้ดื่ม ช่วยบำรุงรักษาธาตุ บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีบ น้ำยางใช้ทากัดตาปลา และก็พื้นที่ด้านแข็ง รักษาหูด กลากเกลื้อนการเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา ฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านอนุมูลอิสระ พบว่าในผลสุกที่มีสีม่วงจะมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต่อต้าน อนุมูลอิสระสูงขึ้นยิ่งกว่าผลดิบ (ผลสีชมพู) รวมทั้งผลครึ่งสุก (ผลสีแดง) และยังพบว่ามีจำนวนสารประกอบฟีนอลิก ทั้งสิ้นและก็จำนวนแอนโทไซยานินทั้งสิ้นในผลสุก สูงขึ้นมากยิ่งกว่าผลดิบและผลครึ่งสุกด้วยเช่นกัน และก็ยังพบว่าในรากมีสารที่สามารถต้าน อนุมูลอิสระได้ โดยมีปริมาณฟีนอลิกทั้งผอง ตั้งแต่ 1.79-4.35 GAE มิลลิกรัม/ก. ของตัวอย่างแห้งปริมาณฟลา โม้นอยด์ทั้งหมดทั้งปวงระหว่าง 1.91-3.76 CE มก./ก. ของ ตัวอย่างแห้ง มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระแบบ DPPH และเปอร์เซ็นต์การยับยั้งปฏิกิริยาperoxidation ของ linoleic acid ระหว่าง 12.53-84.82% รวมทั้ง 41.0- 89.21% ตามลำดับฤทธิ์สำหรับในการต้านโรคมะเร็ง การศึกษาเล่าเรียนถึง ผลของสารสกัดมะม่วงหาว มะนาวโห่ที่มีผลต่อเซลล์มะเร็งรังไข่ เซลล์มะเร็ง Caov-3 รวมทั้งเซลล์ของโรคมะเร็งปอด โดยทำการสกัดจาก 3 ชิ้นส่วน คือ ใบ ผลดิบ และก็ผลสุก พบว่าสาร สกัดจากใบมะม่วงหาว มะนาวโห่ด้วย chloroform สามารถต่อต้าน กิจกรรมของเซลล์ของโรคมะเร็ง Caov-3 ได้อย่างดีเยี่ยม ในขณะ ที่สารสกัดจากผลดิบมะม่วงหาว มะนาวโห่ด้วย hexane สามารถ ต่อต้านกิจกรรมของเซลล์มะเร็งปอดได้ นอกเหนือจากนี้ยังมีการศึกษาค้นพบสารตัวใหม่ที่มี อยู่ในใบของมะม่วงหาว มะนาวโห่ชื่อสาร carandinol ซึ่งเป็นสารในกรุ๊ปของ triterpene ซึ่งเมื่อเอามาประเมินความเป็น พิษต่อเซลล์(cytotoxicity) การสร้างภูมิต้านทาน (immunomodulatory) สารต้านไกลเคชั่น (antiglycation) ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ แล้วก็ความ สามารถในการยับยั้งรูปแบบการทำงานของเอนไซม์ ในสภาพ ไม่มีเชื้อโรค พบว่า สารชนิดนี้สามารถก่อความเป็นพิษ กับเซลล์มะเร็งทุกชนิดที่ทำงานทดลอง ทั้งยัง HeLa, PC-3 แล้วก็ 3T3 โดยจะมีความเป็นพิษกับเซลล์มะเร็งคอมดลูก (HeLa) สูงที่สุด ซึ่งการศึกษาค้นคว้าวิจัยนี้เป็นการ ศึกษาเล่าเรียนแรกสำนักงานแยกสารกลุ่ม isohopane triterpene จากใบมะม่วงหาว มะนาวโห่
ฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านทานอาการอักเสบอาการปวด และก็ลักษณะของการมีไข้มีการนำสาร สกัดจากผลแห้งมาทำทดสอบความสามารถสำหรับเพื่อการ ต้านอาการอักเสบในหนู พบว่า สารสกัดโดยใช้ความรู้ นอลเป็นตัวทำละลายมีความสามารถในการต้านทาน อาการอักเสบในหนูได้ โดยต่ำลงได้ถึง 76.12% ก็เลย ทำให้สารสกัดนี้มีสมรรถนะสำหรับเพื่อการใช้เป็นองค์ประกอบ ของยาที่ใช้ต้านอาการอักเสบได้ ยิ่งไปกว่านี้ยังมีการเรียนเพื่อนำสารสกัดจากใบ มะนาวโห่มาใช้เพื่อต่อต้านอาการอักเสบและก็ลดไข้ในหนู พบว่า สารสกัดที่ให้กับหนูที่ความเข้มข้น 200 มิลลิกรัม/ น้ำหนักตัว 1 กก. สามารถต่อต้านอาการอักเสบจากการ บวมที่อุ้งเท้าของหนูได้มากถึง 72.10% ในส่วนของ ความสามารถในการลดอาการไข้ พบว่าที่ความเข้มข้น 100 รวมทั้ง 200 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สามารถลดอุณหภูมิที่เกิดขึ้นมาจากลักษณะของการมีไข้ลงได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง และ สามารถลดอาการได้นานถึง 4 ชั่วโมงภายหลังจากให้สารสกัดฤทธิ์สำหรับเพื่อการต่อต้านอาการชักจากการเรียนรู้ฤทธิ์สำหรับการต้านอาการชักที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นสมองด้วยกระแสไฟ และก็การกระตุ้นด้วยสารเคมี (pentylenetetrazole, picrotoxin, bicuculline และก็ N-methyl-dl-aspartic acid) ในหนูโดยใช้สารสกัดจาก รากที่ความเข้มข้น 100, 200 และ 400 มิลลิกรัม/กิโลกรัม พบว่า สารสกัดทั้ง 4 ความเข้มข้นสามารถลดระยะเวลาการ ชักในหนูได้ แต่เฉพาะความเข้มข้นที่ 200 และก็ 400 มิลลิกรัม/กก. เท่านั้นที่คุ้มครองป้องกันอาการชักได้ และก็ที่ความเข้มข้นนี้ยังสามารถคุ้มครองปกป้องอาการชักจากการกระตุ้นด้วย pentylenetetrazole รวมทั้งชะลอการเกิดอาการชักจากการกระตุ้นด้วยสาร picrotoxin และก็ N-methyl-dlaspartic acid แม้กระนั้นไม่มีผลคุ้มครองอาการชักจากการกระตุ้นด้วยสาร bicuculline
ฤทธิ์สำหรับในการต้านเบาหวาน จากการเล่าเรียนในสารสกัดจากผลดิบ พบว่าการสกัดด้วยเมทานอลรวมทั้ง ethyl acetate ที่ความเข้มข้น400 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้อย่างเป็นจริงเป็นจังถึง 48 แล้วก็ 64.5% ตามลำดับเมื่อเทียบกับ ยาต่อต้านเบาหวานแผนปัจจุบัน
ฤทธิ์สำหรับเพื่อการปกป้องรักษาความเป็นพิษต่อ ตับ สารสกัดด้วยเอทานอล จากรากมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการ คุ้มครองปกป้องความเป็นพิษต่อตับที่เกิดขึ้นมาจากการใช้ยาพารา เซตตามอลได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการที่ สารสกัดนี้ไปยั้งกิจกรรมด้านชีววิทยาของสารพิษที่ เกิดขึ้นกับตับ
ยิ่งกว่านั้นงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะม่วงหาว มะนาวโห่ ที่กล่าวว่ามีฤทธิ์ทำให้หัวใจบีบตัวต่ำลง กระตุ้นมดลูกทำให้หัวเต้นชา บำรุงหัวใจ ลดระดับความดันเลือด ฯลฯ
การเล่าเรียนทางพิษวิทยา
ในตอนนี้ยังไม่เจอรายงานการเล่าเรียนพิษวิทยาของส่วนผล แต่ว่าส่วนรากแสดงความเป็นพิษเมื่อให้สารสกัดเอทานอลของรากต้นมะม่วงหาว มะนาวโห่โดยฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ฉีดเข้าท้อง และก็ให้ทางปากของแมวในขนาด 5 - 150 มก./กิโลกรัม พบว่าส่งผลทำให้สัตว์ทดสอบอาเจียน คลื่นไส้ เซื่องซึม น้ำมูกไหล ท้องเดิน หายใจหอบรวมทั้งเร็ว (tachypnea) ชัก รวมทั้งตายสุดท้าย การให้ทางเส้นเลือดดำจะเกิดอาการอาเจียน อาเจียนเร็วที่สุด คือใช้เวลา 3 - 5 นาที หลังจากให้สาร ส่วนการให้ทางช่องท้อง และก็ทางปากใช้เวลา 10 - 20 แล้วก็ 40 - 60 นาที เป็นลำดับ แมวที่ได้รับสารสกัดทางเส้นเลือดดำทุกตัวตายภายในช่วงเวลา 1 - 2 ชั่วโมงภายหลังให้สาร เมื่อผ่าอวัยวะภายในพบว่าตับเปลี่ยนไปจากปกติ มีการบวมของเซลล์ตับ (liver congestion) มีจุดเลือด (petechial hemorrhages) ที่ปอดและก็ฝาผนังลำไส้เล็ก
คำแนะนำ/ข้อควรไตร่ตรอง
ในการศึกษาเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา แล้วก็พิษวิทยา ของมะม่วงหาวมะนาวโห่ในปัจจุบันล้วนเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง และก็ผลการทดสอบแต่ว่ายังไม่ปรากฏผลการศึกษาที่ในคน จึงทำให้ไม่บางทีอาจระบุความสามารถและก็ความปลอดภัยสำหรับการใช้รักษาโรคได้อย่างแน่ชัด โดยการใช้ในแบบที่ไม่เหมาะสมหรือใช้ในปริมาณมากเกินไปบางทีอาจเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆจากมะม่วงหาวมะนาวโห่ให้จึงขอคำแนะนำแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคประจำตัว
เอกสารอ้างอิง

  • สกุลกานต์ สิมลา.มะนาวโห่ : พืชในวรรณคดีไทยที่มากด้วยประโยชน์ .วารสารแก่นเกษตร .ปีที่ 44 ฉบับที่3 .กรกฎาคม – กันยายน .2559.หน้า 557-566.
  • มะนาวไม่รู้โห่...ไม้ประดับกินได้.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • ธงชัย พุ่มพวง.ประพันธ์ ชานนท์.พิมพ์ใจ ทรงประโคน. กัลยาณี วรรณศรี. ดำรงเกียรติ มาลา และ พรประภา รัตนแดง 2556.มะม่วงหาว มะนาวโห่ ผลไม้ในวรรณคดีไทยที่มากมายด้วยคุณค่าและราคาดี.นิตยสารเกษตรโฟกัส.2(20):24-39.https://www.disthai.com/
  • ณัฏฐินี อนันตโชค.มะนาวไม่รู้โห่.จุลสารข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.ปีที่29.ฉบับที่ 1.ตุลาคม.2554.หน้า2-6
  • ณนัฐอร บัวฉุน.ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและสารประกอบฟีนอลิกของเมล็ดและเนื้อมะม่วงไม่รู้โห่.วานสารวิจัยและพัฒนะ วไลขอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์.ปีที่ 13 ฉบับที่2.พฤษภาคม-สิงหาคม 2561.หน้า 53-63
  • มะม่วงหาวมะนาวโห่.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
  • สกุลกานต์ สิมลา.สุรศักดิ์ บุญแต่ง และพัชรี สิริตระกูลศักดิ์.(2556).การประเมินปริมาณสารพฤษเคมีบางประการและกิจกรรมของสารต้านอนุมูลอิสระใน Carissa carandas L. แก่นเกษตร 41 ฉบับพิเศษ:602-606.
  • มะม่วงหาว มะนาวโห่.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
  • Itankar, P.R., S.J. Lokhande1, P.R. Verma, S.K. Arora, R.A. Sahu, and A.T. Patil. 2011. Antidiabetic potential of unripe Carissa carandas Linn. fruit extract. J. Ethnopharmacol. 135: 430-433.
  • Philippine Medicinal Plants. 2012. Caranda. Available: http://goo.gl/kBShxE. Accessed Aug. 6, 2014.
  • Begum, S., S.A. Syed, B.S. Siddiqui, S.A. Sattar, and M.I. Choudhary. 2013. Carandinol: First isohopane triterpene from the leaves of Carissa carandas L. and its cytotoxicity against cancer cell lines. Phytochem Lett. 6: 91-95
  • หนามแดง.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • Hati, M., B.K. Jena, S. Kar, and A.K. Nayak. 2014. Evaluation of anti-inflammatory and anti-pyretic activity of Carissa carandas L. leaf extract in rats. J. Pharm Chem Bio Sci. 1(1): 18-25.
  • Gupta, P., I. Bhatnagar, S-K. Kim, A. K. Verma, and A. Sharma. 2014. In-vitro cancer cell cytotoxicity and alpha amylase inhibition effect of seven tropical fruit residues. Asian Pac J Trop Biomed. 4(2), S665-S671.
  • Kumar, S., P. Gupta, and V. Gupta K.L. 2013. A critical review on Karamarda (Carissa carandas Linn.). Int J Pharm Bio Arch. 4(4): 637 -642.
  • Kubola, J., S. Siriamornpun, and N. Meeso. 2011. Phytochemicals, vitamin C and sugar content of Thai wild fruits. Food Chemistry. 126, 972-981.
  • Sulaiman, S.F., W.S. Teng, O.K. Leong, S.R. Yusof, and T.S.T. Muhammad. (n.d.). Anticancer study of Carissa carandas extracts. Available: http://goo.gl/ W2WjSG. Accessed May 16, 2014
  • Aslam, F., N. Rasool, M. Riaz, M. Zubair, K. Rizwan, M. Abbas, T.H. Bukhari, and I.H. Bukhari. 2011. Antioxidant, haemolytic activities and GC-MS profiling of Carissa carandas roots. Int J Phytomedicine. 3: 567-578
  • Patel, S. 2013. Food, pharmaceutical and industrial potential of Carissa genus: an overview. Rev Environ Science Biotech. 12(3): 201-208


คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : มะม่วงหาว มะนาวโน่หาว